เจาะลึก ‘2 ปลัดยุติธรรม’ กับปมร้อนตั้งกรรมการสอบ ‘ผอ.ยักษ์’

”เดลินิวส์“ เจาะปมลึกค้นหาความจริง ”2 ปลัดกระทรวงยุติธรรม“ เหตุคำร้องตั้งกรรมการสอบ “ผอ.ยักษ์” เงียบในยุคปลัดพงษ์สวาท แต่ถูกปลัดบอยลงนามตั้งกรรมการสอบวินัยภายใน 2 วันหลังเข้ารับตำแหน่ง ถูกถามถึงความเป็นธรรมหลัง ”รุทธพล“ รมว.ยุติธรรม แจงสื่อจากกรณีเกิดคำถามวิพากษ์วิจารณ์ภายในกระทรวงยุติธรรม ถึงมาตรฐานการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรงต่อ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ ผอ.ยักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการสืบสวนคดีแตงโม ขณะที่ ผอ.ยักษ์ ยังติดโผรายชื่อแคนดิเดตผู้อำนวยการกองคดี ซึ่งมีคุณสมบัติจะได้รับการพิจารณาสอบคัดเลือกให้เป็นรองอธิบดีดีเอสไอแทนตำแหน่งว่าง ประเด็นการถูกตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างไม่ร้ายแรงนี้ อาจเป็นมลทินทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 ก.ย. รายงานข่าวจากภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า สำหรับประเด็นที่ต้องตรวจสอบกรณีที่ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ ผอ.ยักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกร้องเรียนพฤติการณ์การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในคดีสืบสวนการเสียชีวิตของอดีตนักแสดงสาว "แตงโม-ภัทรธิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์" สำนวนเรื่องสืบสวนที่ 20/2568 ประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่างๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงซึ่งล่าสุดปรากฏพยานคนสำคัญอย่างนักแสดงสาวชื่อดัง “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” เดินทางไปร่วมเป็นพยานให้กับนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม ที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อ “กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์“ กรณีใช้หลักฐานเท็จในคดี ซึ่งเป็นภาพเรือสปีดโบ๊ตลำของ "ขวัญ-อุษามณี" ไปใช้อ้างในสำนวนตำรวจ จนเชื่อได้ว่า “กระติก” มีพฤติการณ์นำหรืออ้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน ซึ่งจะมีคดีอาญาใหม่ต่อไปให้ได้จับตากันอย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ ผอ.ยักษ์ ถูกบุคคลนิรนามส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมพร้อมแนบหลักฐานร้องเรียนพฤติกรรมการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ไม่ใช่เพียงเรื่องเนื้อหาของคำร้องเท่านั้นที่ ผอ.ยักษ์ ตั้งข้อสังเกต แต่รวมถึงเหตุใดคำร้องเดิมจึงไม่มีการดำเนินการในสมัยนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ขณะที่นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ กลับลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงภายในเวลาเพียง 2 วันนับแต่วันที่มีผลดำรงตำแหน่งจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา รมว.ยุติธรรม ได้ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเคยมีการร้องเรียนมาแล้วประมาณ 8 เดือน ในสมัยปลัดกระทรวงยุติธรรมคนก่อน และคำร้องครั้งแรกมีพยานหลักฐานแนบมาด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ต่อมาเมื่อปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ก็ได้มีการร้องเรียนเข้ามาอีกครั้ง จึงมีการตั้งกรรมการสอบสวนนั้น ฉะนั้น เมื่อเรียงตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบลำดับเวลา ดังนี้โผล่าสุด! 4 แคนดิเดต ผอ.กองคดี ลุ้นนั่งเก้าอี้รองอธิบดี DSI ‘เขมชาติ’ ยิ้มรับติดโผประมาณต้นปี 2569 มีการร้องเรียน ผอ.ยักษ์ เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์คดีแตงโม โดยอยู่ในช่วงที่นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาวันที่ 7 ก.ค. 69 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับโอนนางพงษ์สวาท จากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ และเห็นชอบให้นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทนจากนั้นวันที่ 8 ก.ค. 69 นางพงษ์สวาท ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ภายหลังมีมติให้โอนไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงในเวลานั้นว่า ผู้ยื่นระบุ “เหตุผลส่วนตัว” ขณะที่รายงานข่าวภายในระบุว่า นางพงษ์สวาท ไม่ประสงค์รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 69 และมีประกาศให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กระทั่งในเวลาต่อมา นายปิยะศิริ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 69 และเข้ามารับตำแหน่งที่กระทรวงวันที่ 26 ส.ค. 69จากนั้นวันที่ 28 ส.ค. 69 นายปิยะศิริ ลงนามคำสั่งกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรง พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือภายใน 2 วันนับแต่วันที่มีผลดำรงตำแหน่ง ต่อมาวันที่ 2 ก.ย. 69 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมื่อปลัดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ได้มีการร้องเรียนเข้ามาอีกครั้ง จึงดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุต่อว่า คำถามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ คือ เหตุใดปลัดกระทรวงยุติธรรมคนเก่า (นางพงษ์สวาท นีละโยธิน) จึงไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อสื่อมวลชน ว่า คำร้องเดิมเข้ามาประมาณ 8 เดือนก่อน และมีหลักฐานแนบ แต่ก็พบว่าในตอนนั้นยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรอย่างไรก็ตาม คำว่า “ยังไม่ได้ดำเนินการ” ไม่เท่ากับการมีคำสั่งว่าเรื่อง “ไม่มีมูล” และไม่อาจสรุปแทนนางพงษ์สวาท (อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม) ได้ว่า เห็นว่าคำร้องไม่มีมูล เว้นแต่จะมีบันทึกตรวจสอบ ความเห็นทางกฎหมาย หรือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรรองรับ จึงมีคำถามที่กระทรวงยุติธรรมควรเปิดเผยข้อเท็จจริง ได้แก่ คำร้องเดิมถูกยื่นเข้ามาเมื่อวันที่ใด ใครเป็นผู้ร้อง และร้องผ่านช่องทางใด หลักฐานที่แนบมากับคำร้องเดิมคืออะไร เป็นคลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มหรือเพียงบางช่วง และคำร้องถูกส่งให้กลุ่มงานวินัย กองกฎหมาย หรือหน่วยงานใดตรวจสอบหรือไม่ มีบันทึกเสนอให้นางพงษ์สวาทพิจารณาหรือไม่ และในตอนนั้นนางพงษ์สวาทมีข้อสั่งการอย่างไร มีการสอบถามอธิบดีและโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ว่า ได้มอบหมายหรืออนุญาตให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ให้สัมภาษณ์แล้วหรือไม่ มีการตรวจสอบคำสั่งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงวันที่ 22 ม.ค. 68 ซึ่งระบุให้ พ.ต.ต.ณฐพล เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการและแจ้งผู้ร้องทราบหรือไม่ หรือเรื่องเดิมไม่มีการดำเนินการเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ หรืออยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย หรือเพียงแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา เป็นต้นทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 19 ก.ค.-20 ส.ค.69 ซึ่งเป็นช่วงรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการกับคำร้องเดิมอย่างไร หากไม่มีการเปิดเผยแฟ้มเรื่องร้องเรียน บันทึกเสนอ และข้อสั่งการของอดีตปลัด กระทรวงยุติธรรม ย่อมไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นธรรมว่า การไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดจากการเห็นว่า “ไม่มีมูล” หรือเกิดจากเหตุผลอื่นรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุด้วยว่า นางพงษ์สวาท อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มีพื้นฐานกฎหมายโดยตรง เพราะจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมาย โดยเคยดำรงตำแหน่งกรรมการร่างกฎหมายประจำและรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม พื้นฐานดังกล่าวทำให้เกิดข้อสังเกตจากบุคลากรในกระทรวงยุติธรรม ว่า หากเรื่องร้องเรียนถูกเสนอให้นางพงษ์สวาทพิจารณาแล้ว การที่ยังไม่มีคำสั่งตั้งกรรมการอาจมีเหตุผลทางข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายรองรับ แต่ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้นจนกว่าจะเห็นบันทึกเสนอและข้อสั่งการจริง และในทางกลับกัน หากคำร้องยังไม่เคยถูกเสนอถึงอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่ควรนำการไม่ออกคำสั่งไปอธิบายว่าอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าเรื่องไม่มีมูล เพราะอาจเป็นปัญหาในชั้นรับเรื่องหรือกลั่นกรองของหน่วยงานอื่นการตั้งข้อสังเกตประการที่ 2 คือ คำร้องที่ยื่นตรวจสอบพฤติกรรมของ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ในครั้งหลังนี้มีหลักฐานใหม่ใดหรือไม่ เพราะนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ซึ่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ มีผลดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 และลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงต่อ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ในวันที่ 28 ส.ค. 69 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 7 วัน ทำให้ต้องตรวจสอบอย่างเป็นธรรมด้วยว่า ภายในช่วงเวลาดังกล่าว มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้แก่ คำร้องครั้งหลังยื่นเมื่อวันที่ใด ผู้ร้องเป็นบุคคลเดียวกับผู้ร้องครั้งแรกหรือไม่ มีพยานหลักฐานใหม่แตกต่างจากคำร้องเดิมอย่างไร มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนออกคำสั่งหรือไม่ มีการสอบถามอธิบดีดีเอสไอ สอบถามโฆษกดีเอสไอ หรือ สอบถามกับ พ.ต.ต.ณฐพล หรือไม่ และมีความเห็นของฝ่ายกฎหมายรองรับหรือไม่ เหตุใดจึงสามารถรวบรวม ตรวจสอบ และเสนอคำสั่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งเอกสารจากคำร้องเดิมได้ถูกนำมารวมกับคำร้องครั้งหลังอย่างไรอนึ่งการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงภายใน 2 วัน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ความรวดเร็วดังกล่าวทำให้หน่วยงานยิ่งต้องมีหน้าที่ชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งด้านที่เป็นคุณและเป็นโทษอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่.


Posted

in

by

Tags: