(3 มิ.ย. 69) นายแก้ว เจ้าของธุรกิจร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ออกมาร้องเรียนสื่อมวลชนหลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากกรณีที่เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลวิชิตเข้าตรวจสอบอาคารหลังยื่นขออนุญาตประกอบกิจการ และสั่งให้แก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียโดยต้องเปลี่ยนถังบำบัดน้ำเสียหรือถังแซท จากเดิมขนาด 600 ลิตร เป็นถังบำบัดรวมขนาดใหญ่ถึง 6,000 ลิตร จึงจะออกใบอนุญาตให้ได้.ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าตนพร้อมที่จะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องตามมาตรฐาน แต่ร้านมีพื้นที่จำกัด หากต้องใช้ถังขนาดใหญ่ตามสั่งจะต้องรื้อบ้านเพื่อวางถังใหม่ สุดท้ายจำใจติดป้ายไวนิลหน้าร้านประกาศ “หยุดให้บริการชั่วคราว” พร้อมวอนขอความเห็นใจจากหน่วยงานรัฐให้พิจารณาตามสัดส่วนการใช้งานจริง แม้จะเป็นร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพียงวันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น.นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและมาตรฐานในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าจากการตระเวนศึกษาดูงานร้านสะดวกซักและกิจการประเภทเดียวกันในพื้นที่อื่น ๆ หลายแห่ง กลับพบว่าใช้ถังบำบัดขนาดเล็กกว่านี้มากแต่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ จึงเกิดความสงสัยว่าเหตุใดเกณฑ์การพิจารณาของเทศบาลตำบลวิชิตถึงแตกต่างออกไป.ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการร้องเรียนไม่ได้ต้องการท้าทายอำนาจรัฐ แต่ต้องการขอความยุติธรรมและอยากให้มีการตรวจสอบข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ สามารถเดินหน้าทำมาหากินต่อไปได้ฃ.ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาในสังคม ว่าสุดท้ายแล้วข้อกำหนดเรื่องถังบำบัดน้ำเสียขนาด 6,000 ลิตรนั้น เป็นมาตรฐานที่ใช้กับทุกร้านอย่างเท่าเทียมหรือไม่ และเจ้าของกิจการรายนี้กำลังเผชิญกับกฎระเบียบตามปกติ หรือกำลังได้รับความไม่เป็นธรรมจากระบบราชการกันแน่
เจ้าของร้านโอดลงทุนไปเป็น 10 ล้าน จู่ๆ เจอสั่งเปลี่ยนถังแซท
by
Tags: