เชียงใหม่ ฮือฮา วัตถุประหลาดบนท้องฟ้า ก่อน สดร.เฉลย

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 07.00 น. ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่พากันแปลกใจเมื่อพบกับวัตถุประหลาดบนท้องฟ้า มองเห็นเป็นกลุ่มควันสีขาวมีหางสองแฉกเป็นทางยางค่อย ๆ เคลื่อนตัว ไปทางทิศเหนือ หลายคนพากันถ่ายภาพถ่ายคลิปวีดีโอแชร์ในโลกโซเชียลจนกลายเป็นไวรัลแห่งเมืองเชียงใหม่ในเช้าวันนี้ มีหลายคนมาแวดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง บางคนคิดว่าเป็นอุกกาบาต หรือ เศษซากจากดาวเทียม หรือแม้กระทั่งยานอวกาศจากนอกโลกหลังกลายเป็นกระแสที่ผู้คนสนใจ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. ได้เผยแพร่ข้อมูลของ ดร.มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการดาราศาสตร์ สดร. ระบุข้อมูลว่าเมฆสีขาวเป็นทางยาวเหนือฟ้าที่มองเห็นในเช้านี้คือ เมฆหางเครื่องบิน หรือ Contrail เป็นเมฆที่เกิดจากไอเสียของเครื่องบินไอพ่น เมื่อเครื่องบินไอพ่นบินในระดับสูง ไอน้ำและสารประกอบอื่นๆ ที่ได้มาจากการสันดาปของเครื่องยนต์ไอพ่น ปะทะกับอากาศเย็นซึ่งอยู่ภายนอก เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ เราจึงมองเห็นควันเมฆสีขาวถูกพ่นออกมาทางท้ายของเครื่องยนต์เป็นทางยาว ผลผลิตที่สำคัญของปฏิกิริยาสันดาปของไอพ่นเครื่องบินก็คือน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสามารถกลั่นตัวเป็นละอองน้ำหรือ “เมฆ” ที่อยู่ตามหลังเครื่องยนต์ของเครื่องบินได้ จึงเรียกว่า “เมฆหางเครื่องบิน” เมฆหางเครื่องบินหรือคอนเทรลนั้นจะเกิดได้ดีในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ จึงเห็นได้ดีในเมืองหนาว ซึ่งด้วยระดับความสูงของเครื่องบินนั้นทำให้อุณหภูมิที่ความสูงของเครื่องบินนั้นอาจจะต่ำกว่าอุณหภูมิภาคพื้นได้เป็นอย่างมาก ในบางครั้งคอนเทรลจึงสามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงฤดูหนาวของประเทศโซนร้อน เมฆหางเครื่องบิน เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถพบเห็นได้ในทั่วไป และเป็นภาพที่คุ้นตาเป็นอย่างมากของประเทศในเขตหนาว เมฆหางเครื่องบินมักจะเกิดขึ้นที่ระดับความสูงค่อนข้างมาก อาจจะสูงมากกว่า 8,000 เมตร หรือ 26,000 ฟุต ทำให้สามารถสังเกตเห็นได้เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งหากเมฆนี้เกิดขึ้นในช่วงรุ่งเช้าหรือหัวค่ำที่ระดับความสูงค่อนข้างมาก อาจสะท้อนแสงสนธยา ทำให้มองเห็นเมฆเป็นสีส้มแดง และสร้างความเข้าใจผิดได้ง่ายว่าเป็นลูกไฟที่เผาไหม้อยู่บนท้องฟ้า คล้ายกับดาวตก ประเทศในเขตร้อนนั้นอาจจะพบเห็นน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูอื่นนอกเหนือจากฤดูหนาว เนื่องจากไอน้ำที่ออกจากไอพ่นของเครื่องบินนั้นจะใช้เวลาสักพักในการทำให้เย็นตัวลง และเมฆหางเครื่องบินจะค่อยๆ กระจายตัวเพิ่มขึ้น เมฆหางเครื่องบินจึงมักจะมีขนาดเล็กในช่วงที่เพิ่งออกจากเครื่องบิน และจะค่อยๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเหตุนี้จึงมักจะเกิดการสับสนระหว่างเมฆหางเครื่องบิน กับ “ดาวหาง” หรือ “ดาวตก” อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนที่ผู้คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับปรากฏการณ์เช่นนี้เท่าใดนักผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลจาก FlightRadar24 พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เครื่องบิน รุ่น Airbus A350-941 เที่ยวบิน AF258 ของสายการบิน Air France เดินทางจากกรุงปารีส (CDG) มุ่งหน้าสู่นครโฮจิมินห์ (SGN) บินอยู่ที่ระดับความสูง 41,000 ฟุต ด้วยความเร็วภาคพื้นดิน 480 นอต บินผ่านในช่วงเวลาดังกล่าว.


Posted

in

by

Tags: