เช็กด่วน! 7 เรื่องทำ “สายชาร์จมือถือ” พังเร็วกว่าที่คิด หลายคนเผลอทำทุกวัน

ภาพไฮไลต์สายชาร์จมือถือเป็นอุปกรณ์ที่ต้องหยิบมาใช้แทบทุกวัน จึงไม่แปลกที่เมื่อใช้ไปสักพัก หลายคนจะเจอปัญหาสายชาร์จหัก ชาร์จแล้วติดๆ ดับๆ หรือหัวชาร์จเริ่มหลวม ทั้งที่ดูจากภายนอกเหมือนยังใช้งานได้ดีสาเหตุส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากอายุการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็กๆ ที่เราทำซ้ำเป็นประจำ ตั้งแต่การม้วนเก็บผิดวิธี ดึงสายตอนถอด ไปจนถึงปล่อยสายไว้ในที่ร้อนหรือชื้น ซึ่งอาจเร่งการเสื่อมของวัสดุและจุดเชื่อมต่อภายในได้เช็ก 7 พฤติกรรมที่ทำให้สายชาร์จมือถือพังเร็ว พร้อมวิธีถนอมสายชาร์จให้ใช้งาน1. ม้วนสายชาร์จแน่นเกินไปการม้วนสายชาร์จเพื่อเก็บไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาอยู่ที่การม้วนแน่น หรือพันรอบอะแดปเตอร์เป็นวงเล็กๆ เพราะทำให้สายถูกดัดซ้ำในตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะบริเวณใกล้หัวต่อซึ่งเป็นจุดที่รับแรงมาก หากทำเป็นประจำอาจทำให้วัสดุหุ้มเสื่อมและสายภายในเสียหายได้ จึงแนะนำให้ ม้วนสายเป็นวงหลวมๆ ขนาดค่อนข้างใหญ่ แล้วใช้สายรัดแบบตีนตุ๊กแกหรือคลิปจัดสายช่วยยึดแทนการพันแน่น2. ปล่อยให้สายชาร์จหรือหัวต่อโดนน้ำและความชื้นน้ำและความชื้นเป็นอีกหนึ่งตัวการทำให้อุปกรณ์ชาร์จพังไวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณขั้วโลหะ หากมีความชื้นสะสมอาจทำให้หน้าสัมผัสเกิดการกัดกร่อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาในการชาร์จ แนะนำว่าหากพอร์ตหรือสาย USB มีความชื้นหรือเปียก ควรหยุดใช้งานและปล่อยให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้ หลีกเลี่ยงการชาร์จในบริเวณชื้น3. วางสายชาร์จตากแดดหรืออยู่ในที่ร้อนจัดการทิ้งสายชาร์จไว้กลางแดด ริมหน้าต่าง หรือภายในรถที่จอดกลางแจ้งเป็นเวลานาน อาจทำให้วัสดุหุ้มสายต้องเผชิญอุณหภูมิสูงและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์บางชนิดที่อาจแข็ง เปราะ หรือแตกร้าว ควรเก็บสายชาร์จในบริเวณแห้ง อุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงแสงแดด รวมถึงไม่ควรวางทิ้งไว้ในรถที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน4. ดึงกระชากสายเวลาถอดออกหนึ่งในพฤติกรรมที่ทำร้ายสายชาร์จบ่อยๆ คือการจับบริเวณตัวสายแล้วดึงเพื่อถอดออกจากโทรศัพท์ อะแดปเตอร์ หรือแหล่งจ่ายไฟ เพราะแรงดึงจะไปลงที่รอยต่อระหว่างสายกับหัวเชื่อมต่อ ทำให้จุดเชื่อมต่อรับแรงซ้ำๆ และอาจเกิดความเสียหายได้ ทุกครั้งที่ถอด ให้จับบริเวณหัวปลั๊กหรือหัว Connector แล้วดึงออกตรงๆ อย่างนุ่มนวล ไม่กระชากหรือโยกแรง5. พับ งอ หรือหักสายบ่อยๆใครที่ชอบเล่นมือถือระหว่างชาร์จ อาจเผลอทำให้สายตรงหัวชาร์จพับหรืองอเป็นมุมโดยไม่รู้ตัว ยิ่งถูกหักงอซ้ำๆ ตรงจุดเดิม ก็ยิ่งทำให้สายเสื่อมและขาดในได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใกล้หัวต่อ ทางที่ดีควรวางสายให้โค้งตามธรรมชาติ ไม่ดึงสายจนตึง และหลีกเลี่ยงการวางมือถือหรือสิ่งของหนักทับสาย เพื่อช่วยลดแรงกดและยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น6. ปล่อยให้สายถูกทับ หนีบ หรือเหยียบเป็นประจำการปล่อยสายชาร์จไว้บนพื้น ใต้ขาโต๊ะ ใต้เก้าอี้ หรือบริเวณที่ประตูสามารถหนีบได้ อาจทำให้สายได้รับแรงกดหรือแรงกระแทก แม้ฉนวนด้านนอกจะยังไม่ขาด แต่ส่วนประกอบภายในอาจได้รับความเสียหาย จึงควรจัดสายชาร์จให้อยู่ในตำแหน่งที่พ้นทางเดิน หรือบริเวณที่เฟอร์นิเจอร์อาจกดทับ หากใช้สายประจำบนโต๊ะ อาจใช้คลิปจัดสายช่วยยึดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม7. ใช้สายชาร์จต่อทั้งที่เริ่มแตก หรือหัวต่อเสียหายเมื่อสายเริ่มมีรอยแตก ฉนวนหลุดลุ่ย หัวต่อผิดรูป มีรอยไหม้ หรือชาร์จติดๆ ดับๆ ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ แนะนำให้หยุดใช้สายที่เสียหายและเปลี่ยนสายใหม่ โดยเฉพาะหากพบความผิดปกติบริเวณหัวต่อ หมั่นตรวจสภาพสายและหัวต่อ หากพบรอยแตก ลุ่ย บวม ไหม้ หัวต่อหลวมผิดปกติ หรือสายร้อนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนสายที่ได้มาตรฐานแทนวิธีถนอมสายชาร์จมือถือให้อยู่กับเราได้นานขึ้น อย่าให้สายต้องรับแรงดึง แรงพับ แรงกด ความร้อน และความชื้นโดยไม่จำเป็น เวลาถอดให้จับตรงหัวต่อ เก็บสายเป็นวงหลวมๆ และจัดพื้นที่ชาร์จไม่ให้สายถูกหักงอหรือทับ นอกจากช่วยลดการซื้อสายใหม่บ่อยๆ แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการฝืนใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ชำรุดอีกด้วยอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็กด่วน! 7 เรื่องทำ “สายชาร์จมือถือ” พังเร็วกว่าที่คิด หลายคนเผลอทำทุกวันข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน! 7 เรื่องทำ “สายชาร์จมือถือ” พังเร็วกว่าที่คิด หลายคนเผลอทำทุกวันหลายคนทำทุกวัน! เสียบปลั๊กทิ้งไว้ กินไฟไหม ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง?ตามข่าวก่อนใครได้ที่- Website : www.thairath.co.th- LINE Official : Thairath


Posted

in

by

Tags: