ดีอี ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68” รองลงมาคือเรื่อง “เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 19 – 25 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,017,573 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,144 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,090 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 33 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 280 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 110 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลและการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และข่าวภัยพิบัติรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68อันดับที่ 2 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมาอันดับที่ 3 : เรื่อง รัฐบาลสั่งตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้วอันดับที่ 4 : เรื่อง 23 ก.ย. 68 เกิดเหตุปะทะในพื้นที่ภูผีอันดับที่ 5 : เรื่อง กระทรวงกลาโหม เสนอตรวจสอบทรัพย์สินแม่ทัพภาคที่ 2อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herbitia Lutein Ester บำรุงดวงตา ทำให้จุดรับภาพชัดได้จริงอันดับที่ 7 : เรื่อง มีจารึกโบราณ เป็นหลักฐานว่า ปราสาทตาควายเป็นของกัมพูชาอันดับที่ 8 : เรื่อง โอนเงินในบัญชีตัวเองไปมา เสี่ยงเป็นบัญชีม้า ถูกอายัดอันดับที่ 9 : เรื่อง หลุมยุบหน้า รพ.วชิรพยาบาล เกิดจากท่อประปาใต้ดินแตกอันดับที่ 10 : เรื่อง 15 ก.ย. 68 แผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้ไทยได้รับผลกระทบสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลถึงประเด็นข้างต้นพบว่า เป็นการกล่าวถึงการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 โดยผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการโอนเงิน 10,000 บาท แก่กลุ่มเป้าหมาย (ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ) รวม 14.55 ล้านคน ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2567 เพื่อให้นำไปใช้จ่ายได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อไปทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 2567 ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้เป็นเงินสด หรือเริ่มมีการโอนวันที่ 20 กันยายน 68 แต่อย่างใดด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าวเป็นภาพการ์ตูน มีเนื้อหาสัมภาษณ์คนต่างชาติ 9 ราย หลากหลายสัญชาติ และมีคนชาวแอฟริกาตะวันออก อ้างว่า เดินทางมาจากเอธิโอเปียและถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกตรวจก่อนพาขึ้นรถออกนอกเส้นทางไปถึง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อบังคับไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมาว่าสำหรับข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ซึ่งได้มีการตรวจสอบชื่อคนต่างชาติซึ่งเข้าไทยช่วงเดียวกับที่กล่าวอ้าง พบว่ามีจำนวน 62 คน เกิดในแอฟริกาเพียง 2 คน และไม่มีใครมาจากเอธิโอเปีย การอ้างว่ามีพนักงานโรงแรมมารับที่จุดรับกระเป๋าที่สายพาน ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องมีบัตรเข้าพื้นที่หวงห้าม การเดินทางโดยรถจากสุวรรณภูมิไปอำเภอแม่สอด ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง แต่กลับอ้างว่าหลับตลอดทาง ข่าวดังกล่าวจึงย้อนแย้งในหลักความเป็นจริงทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองคนต่างชาติ ทั้งกลุ่มคนสัญชาติเฝ้าระวัง ที่เสี่ยงต่อการเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มคนต่างชาติที่เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งตั้งด่านความมั่นคง เพื่อคัดกรองคนต่างชาติที่เข้าพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมมีการทำประวัติเพื่อลงระบบไว้ และประสานงานกับรัฐบาลต่างประเทศเพื่อสกัดกั้นกลุ่มขบวนการที่ใช้ไทยเป็นทางผ่านอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดก่อน
เตือน! ข่าวปลอม แจกเงินสด 10,000 แทนเงินดิจิทัล เริ่มโอน 20 ก.ย.68 สร้างความเข้าใจผิด อย่าแชร์
by
Tags: