ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ไลน์เดิน (Leiden University) และมาสทริคต์ (Maastricht University) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยีสแกน 3 มิติ และปัญญาประดิษฐ์ AI วิเคราะห์แผ่นหินโบราณที่เชื่อว่าเป็นบอร์ดเกม เพื่อหาวิธีการเล่นมันอย่างถูกต้องทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ไลน์เดิน (Leiden University) และมาสทริคต์ (Maastricht University) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยีสแกน 3 มิติ และปัญญาประดิษฐ์ AI วิเคราะห์แผ่นหินโบราณที่เชื่อว่าเป็นบอร์ดเกม เพื่อหาวิธีการเล่นมันอย่างถูกต้องต้นกำเนิดของเกมลึกลับจากเมืองโรมันโบราณแผ่นหินปูนซึ่งเป็นต้นทางของการศึกษานี้ ถูกค้นพบในเมืองโรมันโบราณที่ชื่อว่าโครีโอวาลลุม (Coriovallum) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของเมืองเฮียร์เลิน (Heerlen) ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยโครีโอวาลลุม (Coriovallum) ในอดีตถือเป็นศูนย์กลางทางการทหารและการค้าในยุคจักรวรรดิโรมันตัวแผ่นหินมีอายุประมาณ 1,700-2,000 ปี บนผิวหินมีเส้นตรงและเส้นทแยงสลักเป็นรูปตาราง ซึ่งไม่ตรงกับกระดานเกมโบราณอื่น ๆ ที่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้ ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่า นี่คือบอร์ดเกมของคนในยุคโบราณแต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีกติกาการเล่นอย่างไรสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแผ่นหินนี้ คือบางเส้นบนกระดานมีร่องรอยการสึกหรอมากเป็นพิเศษ บ่งชี้ว่ามีการเคลื่อนตัวหมากผ่านตำแหน่งเหล่านั้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานานAI ถูกนำมาใช้หา “วิธีการเล่น”ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยไลน์เดิน (Leiden University) และมหาวิทยาลัยมาสทริคต์ (Maastricht University) ได้นำเทคโนโลยีสแกน 3 มิติ (3D scanning) มาวิเคราะห์ผิวหน้าของแผ่นหินอย่างละเอียด จากนั้นจึงใช้ AI จำลองเกมตัวเกมขึ้นมาหลาย ๆ แบบ เพื่อทดสอบกติกาการเล่นจากการวิเคราะห์ ทีมวิจัยเรียกเกมโบราณนี้ว่า ลูดุส โครีโอวาลลี (Ludus Coriovalli) ตามชื่อเมืองที่พบบนแผ่นกระดาน ผลจากการจำลองบ่งชี้ว่า เกมนี้มีลักษณะเป็นเกมกลยุทธ์แบบ “ปิดล้อมและปิดทาง” (Blocking หรือ Hunting Strategy Game) โดยการเล่น ผู้เล่นสองฝ่ายมีจะจำนวนหมากที่ไม่เท่ากัน ฝ่ายหนึ่งจะพยายามหลบหนีหรือเคลื่อนที่ให้ได้มากที่สุด อีกฝ่ายจะพยายามล้อมหรือปิดเส้นทางของคู่แข่ง เป้าหมายสำคัญคือทำให้อีกฝ่าย “ไม่สามารถเดินต่อได้”ลักษณะโดยรวมมีความคล้ายกับเกมล่าหรือเกมปิดทางของยุโรปในยุคกลาง แต่โครงสร้างกระดานและเส้นทางเดินของหมากแตกต่างออกไปอย่างชัดเจนหัวใจของงานวิจัยนี้ไม่ได้อยู่ที่เส้นที่ถูกสลักไว้เท่านั้น แต่อยู่ที่ตำแหน่งซึ่งสึกหรอมากเป็นพิเศษ รอยสึกสะท้อนพฤติกรรมการละเล่นในอดีต เช่น ช่องที่หมากผ่านบ่อย เส้นทางที่มีการเลื่อนหรือขยับหมากซ้ำ ๆ รวมไปถึงตำแหน่งที่น่าจะเป็นจุดปะทะหรือจุดปิดทางเมื่อปัญญาประดิษฐ์ AI จำลองการเล่นด้วยกติกาหลายรูปแบบ หากกติกาใดสร้างรอยสึกเสมือนหรือ ใกล้เคียงกับที่ปรากฎบนกระดานมากที่สุด กติกานั้นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม กติกาที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นของเกมเกมนี้แม้ว่าผลการจำลองจะให้ภาพที่น่าเชื่อถือมากขึ้น แต่นักวิจัยย้ำอย่างชัดเจนว่าปัญญาประดิษฐ์ AI ไม่สามารถยืนยันได้ว่า นี่คือกติกาที่ชาวโรมันใช้จริง 100% สิ่งที่ได้คือกติกาที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ภายใต้ข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ รูปแบบการเล่นในอดีตอาจแตกต่างจากการจำลองในรายละเอียดบางจุด กล่าวอีกนัยหนึ่งปัญญาประดิษฐ์ AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยตีกรอบความเป็นไปได้ ไม่ใช่การฟื้นคืนกติกาจริงอย่างสมบูรณ์งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านโบราณคดีชั้นนำอย่าง Antiquity: https://www.cambridge.org/core/journals/antiquity/article/ludus-coriovalli-using-artificial-intelligencedriven-simulations-to-identify-rules-for-an-ancient-board-game/E5644BD43F8A5DC86DD1183A3E645ED9ข่าวที่เกี่ยวข้อง“ByteDance” ยอมถอย สั่งคุมเข้มแอปวิดีโอ หลัง “Disney” ขู่ฟ้องปมละเมิดลิขสิทธิ์“เพนตากอน” ขู่ตัดสัมพันธ์ “Anthropic” ปมข้อจำกัด AI ยันต้องใช้ในสนามรบได้ทุกแบบสรุป 10 อันดับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ AI ในปี 2026สิงคโปร์ตั้งสภา AI แห่งชาติ นายกฯ นั่งประธาน“AI” โตไว ทำพนักงาน “ซิลิคอนวัลเลย์” เจอศึก 996 ทำงานทะลุ 70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เนเธอร์แลนด์ใช้ AI หากติกา “บอร์ดเกม” จากแผ่นหินโบราณอายุ 2,000 ปี
by
Tags: