จากดีลหลักล้านสู่ยอดขายทะลุ 1 พันล้านปอนด์ เปิดเบื้องหลังโมเดล “ซื้อ-ปั้น-ขาย” ที่ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่ทำเงินจากตลาดนักเตะได้อย่างน่าจับตาเวลามีข่าวว่าเชลซีตั้งราคานักเตะ หลายครั้งปฏิกิริยาแรกของแฟนบอลอาจเป็นการขมวดคิ้ว เพราะตัวเลขที่ออกมามักดูสูงกว่าที่คาดไว้เสมอ เลียม ดีแลป 50 ล้านปอนด์? นิโคลัส แจ็คสัน 65 ล้านปอนด์? หรือมาร์ค กิว 15 ล้านปอนด์?แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขที่ดูเหมือนจะเกินจริงในตอนแรก กลับกลายเป็นราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดได้ และซัมเมอร์ 2026 ก็เป็นอีกครั้งที่โมเดลการขายของเชลซีถูกจับตามองหลังสโมสรสร้างรายได้จากการขายนักเตะ ค่าธรรมเนียมยืมตัว และผลประโยชน์จากเงื่อนไข sell-on clauses รวมกันถึง 519 ล้านปอนด์ในตลาดรอบนี้ขณะที่ยอดขายนักเตะรวมภายใต้ BlueCo นับตั้งแต่เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรเมื่อ 4 ปีก่อน ก็ทะลุ 1 พันล้านปอนด์ไปแล้วแถมเชลซียังเป็นทีมที่สร้างสถิติยอดขายรวมสูงที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะหนึ่งครั้ง หลังปล่อย เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวแพงที่สุดในพรีเมียร์ลีก และกลายเป็นดีลที่น่าสนใจมาก เพราะเชลซีสามารถทำกำไรจากนักเตะที่ตัวเองเคยซื้อมาในราคามากกว่า 100 ล้านปอนด์ได้สำเร็จเพราะเอ็นโซ่ย้ายจากเบนฟิก้ามาเชลซีในปี 2023 ด้วยค่าตัวประมาณ 106.8 ล้านปอนด์ ก่อนที่สามปีต่อมา แมนฯ ซิตี้จะยอมจ่ายถึง 125 ล้านปอนด์เพื่อดึงเขาไปร่วมทีม แม้ก่อนหน้านั้นเชลซีจะตั้งเส้นตายเอาไว้ที่ 120 ล้านปอนด์ และมีช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าดีลอาจไม่เกิดขึ้นก็ตามเรื่องนี้สะท้อนสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิธีคิดของเชลซี นั่นคือพวกเขาไม่ได้มองการขายนักเตะเป็นเพียงการระบายผู้เล่นส่วนเกิน แต่การซื้อ การพัฒนา และการขาย ดูจะถูกวางเอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลตั้งแต่ต้นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ นิโคลัส แจ็คสัน เชลซีเซ็นแจ็คสันจากบียาร์เรอัลด้วยค่าตัวประมาณ 31.8 ล้านปอนด์ ก่อนปล่อยให้บาเยิร์น มิวนิคยืมตัว และสุดท้ายขายต่อให้แอสตัน วิลล่า หากรวมค่าธรรมเนียมยืมตัวและโบนัสต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เชลซีมีโอกาสได้รับเงินจากดีลของแจ็คสันรวมสูงถึงประมาณ 78 ล้านปอนด์หรือ มาร์ค กิว ที่ย้ายจากบาร์เซโลน่ามาเชลซีด้วยค่าตัวเพียงประมาณ 5 ล้านปอนด์ ก่อนถูกขายให้อาร์แบไลป์ซิกในดีลที่มีมูลค่าราว 14.6 ล้านปอนด์ รวมโบนัสและเงื่อนไข sell-on clause ทั้งที่เจ้าตัวมีโอกาสลงเล่นพรีเมียร์ลีกกับเชลซีเพียง 11 นัดและยังทำประตูไม่ได้เลียม ดีแลปก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ เชลซีซื้อเขาจากอิปสวิช ทาวน์ด้วยราคา 30 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา ก่อนขายต่อให้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยราคา 50 ล้านปอนด์ ทั้งที่กองหน้ารายนี้เพิ่งมีฤดูกาลแรกที่ไม่น่าประทับใจนักกับเชลซี และยิงในพรีเมียร์ลีกให้สโมสรได้เพียงประตูเดียวทั้งสามดีลจึงมีมูลค่ารวมกันเกือบ 130 ล้านปอนด์ และนี่คือสิ่งที่ทำให้โมเดลของเชลซีน่าสนใจ เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องรอให้นักเตะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ก่อนถึงจะขายได้ หากตลาดยังมองว่านักเตะมีศักยภาพ มีอายุที่สามารถพัฒนาต่อได้ หรือถูกซื้อมาในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาด เชลซีก็ยังสามารถเปลี่ยนผู้เล่นเหล่านั้นให้กลายเป็นรายได้ได้มากันต่อที่..อีกเหตุผลที่ช่วยให้เชลซีขายนักเตะได้ง่ายขึ้นคือโครงสร้างค่าเหนื่อย สโมสรใช้ระบบค่าจ้างที่มีแรงจูงใจและพยายามควบคุมภาระค่าใช้จ่าย ทำให้นักเตะที่ถูกปล่อยออกยังอยู่ในระดับค่าเหนื่อยที่สโมสรอื่นสามารถรับช่วงต่อได้เพราะในตลาดนักเตะ สโมสรไม่ได้ต้องคิดแค่เรื่องค่าตัว แต่ยังต้องคิดถึงค่าเหนื่อยตลอดระยะเวลาของสัญญาด้วย การขายนักเตะในราคาแพงอาจไม่ใช่ปัญหา หากสโมสรผู้ซื้อสามารถรับภาระค่าเหนื่อยได้ แต่ถ้านักเตะมีค่าเหนื่อยสูงเกินไป การหาทีมใหม่ก็จะยากขึ้นทันทีนี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เชลซีสามารถเปิดตลาดการขายของตัวเองได้กว้างขึ้น ภายใต้กลุ่มทุนบลูโคพวกเขาขายหรือปล่อยยืมนักเตะให้กับ 15 จาก 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก รวมถึงแมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และล่าสุดคือท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ขณะเดียวกัน คนที่มีบทบาทสำคัญกับการซื้อขายนักเตะของเชลซีคือ พอล วินสแตนลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาร่วมของสโมสร ซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องงานด้านตลาดนักเตะ แต่ภายในเชลซีเองก็ไม่ได้มองว่าความสำเร็จในการขายเกิดจากการต่อรองราคาเพียงอย่างเดียวสิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญคือการค้นหานักเตะ การพัฒนาผู้เล่น เส้นทางการเติบโต และการเลือกจังหวะในการซื้อและขาย เพราะฉะนั้น การขายจึงไม่ได้เริ่มต้นในวันที่สโมสรประกาศว่านักเตะคนหนึ่งกำลังจะย้ายทีม แต่มันเริ่มตั้งแต่วันที่นักเตะคนนั้นถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบแนวคิดนี้อธิบายได้ดีจากกรณีของนักเตะอย่าง ดีแลป แจ็คสัน และมาร์ค กิว เพราะแม้ทั้งสามคนจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังกับเชลซี แต่พวกเขายังมีสิ่งที่ตลาดฟุตบอลให้คุณค่า ทั้งอายุ ศักยภาพ ประสบการณ์ และโอกาสที่จะพัฒนาต่อกับสโมสรใหม่และเชลซีก็พร้อมที่จะขายในช่วงเวลาที่มองว่าเหมาะสม แทนที่จะเก็บนักเตะเอาไว้เพียงเพราะเพิ่งซื้อมาไม่นานอย่างไรก็ดี แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าเชลซีทำทุกอย่างถูกต้อง หรือไม่ได้แปลว่าการซื้อขายที่มีกำไรจะสามารถการันตีความสำเร็จในสนามได้ เพราะสุดท้ายแล้วฟุตบอลยังตัดสินกันด้วยผลงานและถ้วยรางวัลแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เงินจากการขายนักเตะจำนวนมหาศาลเหล่านี้ทำให้เชลซีมีพื้นที่ในการเดินหน้าลงทุนกับทีมต่อ แม้ฤดูกาลนี้พวกเขาจะไม่ได้มีฟุตบอลยุโรปเป็นรายได้สำคัญเหมือนที่ผ่านมาหนึ่งในตัวอย่างคือการคว้าตัว มอร์แกน โรเจอร์ส จากแอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์ ซึ่งดีลระดับนี้คงเกิดขึ้นได้ยาก หากเชลซีไม่มีรายได้ก้อนใหญ่จากตลาดนักเตะเข้ามาช่วยหมุนเวียนแม้กระทั่งกรณีของ มิไคโล มูดริค ก็สะท้อนวิธีคิดแบบเดียวกัน เชลซีใส่เงื่อนไขซื้อขาดไว้สูงถึง 75 ล้านปอนด์ในการปล่อยเขาให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ยืมตัว ทั้งที่นักเตะไม่ได้ลงสนามมาเกือบสองปีจากปัญหาการตรวจสารต้องห้าม และยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เต็มที่นับตั้งแต่ย้ายมาอังกฤษแต่เชลซียังคงมองเห็นศักยภาพของมูดริค เพราะฉะนั้น สิ่งที่เชลซีกำลังประเมินจึงไม่ใช่แค่ผลงานของนักเตะในวันนี้ แต่รวมถึงโอกาสที่เขาจะกลับมาแสดงศักยภาพได้อีกครั้งในอนาคตสุดท้ายแล้ว โมเดลของเชลซีภายใต้ BlueCo อาจไม่ได้มีแค่เรื่องการใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อนักเตะเข้ามา แต่กำลังพยายามสร้างวงจรที่เงินจากการขายสามารถหมุนกลับไปใช้ในการสร้างทีมต่อได้ “ซื้อให้ถูกจังหวะ พัฒนาให้มีมูลค่า และขายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”ตัวเลข 519 ล้านปอนด์ในตลาดเดียว และยอดขายรวมที่ทะลุ 1 พันล้านปอนด์ภายใต้ BlueCo อาจไม่ได้หมายความว่าเชลซีค้นพบสูตรสำเร็จของฟุตบอลแล้ว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นว่า “การขายนักเตะ” กำลังกลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของสโมสรจากทีมที่หลายคนคุ้นตากับภาพของการเป็นสโมสรที่ “ใช้เงินเก่ง” วันนี้เชลซีกำลังพยายามสร้างอีกภาพหนึ่งขึ้นมา นั่นคือทีมที่รู้ว่า เมื่อไหร่ควรซื้อ เมื่อไหร่ควรปั้น และเมื่อไหร่ควรขายข่าวที่เกี่ยวข้อง"เคราช์" มั่นใจ เชลซี เก็บชัยเหนือ อาร์เซน่อล ศึกลอนดอน ดาร์บี้ สเปอร์ส คว้า 2 แข้งเชลซี ก่อนตลาดปิด เซ็นโทซิน – ยืมมูดริค อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังยอดนักขาย! "เชลซี" ขายนักเตะอย่างไรให้ได้เงินมหาศาลติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
เบื้องหลังยอดนักขาย! “เชลซี” ขายนักเตะอย่างไรให้ได้เงินมหาศาล
by
Tags: