เปลี่ยน “ลูกเทนนิสเก่า” เป็นรองเท้า แก้ปัญหาขยะ 400 ล้านลูกต่อปี

ในแต่ละปีมีการผลิตลูกเทนนิสทั่วโลกประมาณ 400 ล้านลูก แต่ละลูกมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉพาะการแข่งขันระดับมืออาชีพที่ลูกเทนนิสอาจถูกเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 7–9 เกม หรือประมาณ 30 นาทีของการเล่น เมื่อหมดสภาพ ลูกเทนนิสจำนวนมากจะถูกทิ้งและเดินทางไปยังหลุมฝังกลบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึง 400 ปีในการย่อยสลาย ปัญหานี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด SLICE ผลงานของ โซรูช ริอาซี อิสฟาฮานี (Soroosh Riazi Isfahani) นักออกแบบจากสถาบันการศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบ Royal College of Art และมหาวิทยาลัยวิจัย Imperial College London ซึ่งนำเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการกับลูกเทนนิสใช้แล้ว ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นรองเท้า แทนที่จะบดหรือหลอมวัสดุจนไม่เหลือโครงสร้างเดิมในแต่ละปีมีการผลิตลูกเทนนิสทั่วโลกประมาณ 400 ล้านลูก แต่ละลูกมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉพาะการแข่งขันระดับมืออาชีพที่ลูกเทนนิสอาจถูกเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 7–9 เกม หรือประมาณ 30 นาทีของการเล่น เมื่อหมดสภาพ ลูกเทนนิสจำนวนมากจะถูกทิ้งและเดินทางไปยังหลุมฝังกลบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึง 400 ปีในการย่อยสลาย ปัญหานี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด SLICE ผลงานของ โซรูช ริอาซี อิสฟาฮานี (Soroosh Riazi Isfahani) นักออกแบบจากสถาบันการศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบ Royal College of Art และมหาวิทยาลัยวิจัย Imperial College London ซึ่งนำเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการกับลูกเทนนิสใช้แล้ว ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นรองเท้า แทนที่จะบดหรือหลอมวัสดุจนไม่เหลือโครงสร้างเดิมSLICE เปลี่ยนลูกเทนนิสเก่าให้เป็นรองเท้าแนวคิดของ SLICE แตกต่างจากการรีไซเคิลแบบทั่วไป เพราะไม่ได้เริ่มจากการทำลายวัสดุเดิมแล้วสร้างขึ้นใหม่ แต่เลือกที่จะรักษาโครงสร้างของลูกเทนนิสเอาไว้ให้ได้มากที่สุด โดย โซรูช ริอาซี อิสฟาฮานี (Soroosh Riazi Isfahani) ออกแบบอุปกรณ์สำหรับตัดลูกเทนนิสขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถตัดลูกออกเป็นส่วน ๆ ได้อย่างแม่นยำ จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนที่ได้มาปรับรูปทรงและประกอบออกมาเป็นรองเท้าในท้ายที่สุดกระบวนการนี้ช่วยให้ทั้งยางและผ้าสักหลาดของลูกเทนนิสยังคงอยู่ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ ไม่ได้เป็นเพียงรองเท้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล แต่ยังสามารถมองเห็นและสัมผัสได้ว่าวัสดุเหล่านั้นเคยเป็นลูกเทนนิสมาก่อน แนวคิดดังกล่าวยังนำคุณสมบัติของลูกเทนนิสมาใช้ประโยชน์โดยตรง ยางมีความทนทาน ขณะที่พื้นผิวผ้าสักหลาดมีคุณสมบัติด้านแรงเสียดทานและการยึดเกาะ ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาเป็นรองเท้าสิ่งที่ทำให้ SLICE น่าสนใจมากกว่าการเป็นรองเท้าจากวัสดุรีไซเคิลทั่วไป คือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนที่ถูกผนวกเข้าไปตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การรีไซเคิลวัสดุจำนวนมากจำเป็นต้องผ่านกระบวนการบด แยก หลอม หรือแปรรูปก่อนที่จะนำกลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการเหล่านี้อาจต้องใช้พลังงานและทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงอาจทำให้คุณสมบัติบางอย่างของวัสดุเดิมสูญหายไปSLICE เลือกวิธีที่แตกต่างออกไป โดยพยายามลดขั้นตอนการแปรรูปให้เหลือน้อยที่สุด ลูกเทนนิสถูกตัดและจัดรูปทรง ก่อนนำกลับมาประกอบเป็นรองเท้า จึงเป็นแนวทางที่ใกล้เคียงกับแนวคิด Circular Design ซึ่งมองหาวิธีใช้ทรัพยากรเดิมให้อยู่ในระบบได้นานขึ้น แทนที่จะผลิต ใช้งาน และทิ้งอย่างเป็นเส้นตรงSLICE ยังอยู่ในขั้นต้นแบบ แต่มีโอกาสต่อยอดในอนาคตSLICE ปัจจุบันเป็นแนวคิดและต้นแบบด้านการออกแบบ โดยได้รับการส่งเข้าประกวด James Dyson Award 2026 จึงยังไม่ใช่รองเท้าที่ผลิตเพื่อวางจำหน่ายในตลาดอย่างแพร่หลาย ก่อนที่จะสามารถนำแนวคิดนี้ไปผลิตในระดับอุตสาหกรรม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องพิสูจน์ ทั้งเรื่องความทนทาน ความสบาย ประสิทธิภาพของรองเท้า ความสม่ำเสมอของวัสดุ และความเป็นไปได้ในการเพิ่มกำลังการผลิตจากต้นแบบที่ใช้กระบวนการตัดด้วยอุปกรณ์เฉพาะ ไปสู่การผลิตจำนวนมากอย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้มีโอกาสต่อยอดได้มากกว่าการผลิตรองเท้า โดยอิสฟาฮานี ยังมองถึงการนำชิ้นส่วนลูกเทนนิสไปผสมกับเศษหนังเหลือใช้ รวมถึงการพัฒนาเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ประเภทอื่นในอนาคต หากสามารถพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบดังกล่าวก็อาจเปิดทางให้ลูกเทนนิสจากสนาม สโมสร หรือการแข่งขันต่าง ๆ ถูกนำกลับมาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังคงร่องรอยของวัสดุเดิมเอาไว้ข่าวที่เกี่ยวข้องDolby Atmos พลิกประสบการณ์เสียง สู่มิติใหม่แห่งความบันเทิงและการเล่นเกมอวสานคลิปสั้น AI Slop ? เมื่อ YouTube เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าความยาวคลิปวิดีโอสั้นในหน้าฟีด18 มี.ค. “วันรีไซเคิลโลก” จุดพลังเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนเปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S26 Seriesเปิดตัว Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ตโฟน AI รุ่นเรือธงใหม่ล่าสุด


Posted

in

by

Tags: