ต่อให้กี่ดราม่าถาโถมก็ไม่หวั่น สำหรับนักร้องสาวคนดัง "เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ" หรือ "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" หลังเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เจ้าตัวไลฟ์สดเคลียร์ดราม่าครอบครัวที่เป็นกระแสเดือดทั่วโซเชียล ซึ่งมีผู้ติดตามเข้าชมถล่มทลาย แต่แทนที่จะจบแค่การชี้แจง สาวเจนนี่กลับสู้ต่อไม่หยุด เดินหน้าขายสินค้าแบบมาราธอน 18 ชั่วโมงเต็ม กวาดยอดขายกว่า 24 ล้านบาท ก่อนคืนถัดมา (10 ต.ค.) ไลฟ์ต่ออีก 17 ชั่วโมง ปิดยอดทะลุ 33 ล้านบาท รวมแล้วสองวันฟาดยอดเกือบ 60 ล้าน เรียกได้ว่าเปลี่ยนดราม่าเป็นเงินล้านอย่างแท้จริงไม่เพียงเท่านั้น เส้นทางชีวิตของ "เจนนี่" ยังน่าทึ่งในบทบาทนักธุรกิจหญิงสุดแกร่ง โดยฐานเศรษฐกิจ เผยข้อมูลจาก Creden Data พบว่าเธอมีบริษัทในเครือถึง 3 แห่ง โดยมีรายได้รวมในปี 2567 พุ่งแตะเกือบ 300 ล้านบาทบริษัท ได้หมดถ้าสดชื่น จำกัดก่อตั้งเมื่อ 1 เม.ย. 2562 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทธุรกิจด้านบันเทิง รายได้ 29,097,128 บาทกำไรสุทธิ 9,733,457 บาทบริษัท มูชิน จำกัดก่อตั้งเมื่อ 25 ม.ค. 2565 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปรายได้ 34,918,600 บาทกำไรสุทธิ 2,835,476 บาทบริษัท เจนนี่โอเค จำกัดก่อตั้งเมื่อ 21 พ.ย. 2566 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางรายได้สูงสุดในเครือถึง 228,719,428 บาทกำไรสุทธิ 36,330,732 บาทรวมรายได้ทั้งสามบริษัทปี 2567 อยู่ที่ 292,735,159 บาท และมีกำไรรวมกว่า 48,899,665 บาท เรียกได้ว่า "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" เก่งและแกร่งสุดๆ จากนักร้องลูกทุ่ง สู่เจ้าของอาณาจักรธุรกิจร้อยล้าน
เปิดขุมทรัพย์ “เจนนี่” จากจับไมค์ สู่เจ้าของอาณาจักรร้อยล้าน
by
Tags: