อาจารย์หมอสุรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ เผยว่ายาลดไขมัน…ถึงเวลาต้องกินหรือยัง?ตั้งแต่เป็นหมอ รักษา ทั้ง stroke โรคหัวใจ โรคความดัน ไขมันโลหิตสูง (โรคหัวใจนี่ เมื่อก่อนรักษามาก เพราะจบหมออายุรกรรมทัวไปก่อนเรียนหมอสมอง แต่หลัง ๆ รักษาน้อยลง)พบว่า กลุ่มคนที่ไขมันในเลือดสูงจะมี 2 กลุ่มกลุ่มแรก กินยาเลย อยากกินยา ลดไขมัน เพราะกลัวโรคอีกกลุ่ม ไม่อยากกินยาเลย พยายามทุกอย่าง เพื่อลดก่อน แม้บอกว่า นี่มันสูงไป ต้องกินแล้ว ก็ผลัดผ่อนไป ยังไม่อยากกินนี่แหละ บางคน มองยาเป็นตัวอันตราย เลยมี กลุ่ม anti-statin มาแต่ ยาลดไขมันในเลือด มันเป็นพระเอก หากใช้ถูกที่ถูกทางเฉพาะคนนะครับ ตามความเสี่ยงหมอครับ…ผมต้องกินยาลดไขมันหรือยัง? ระดับเท่าไหร่ ถึงต้องกินอ้าดูแค่ค่า ไขมันเลว LDL อย่างเดียวไม่ได้ ครับ ต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วยแนวทางการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงฉบับใหม่ ปี 2026 ของสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา (ACC/AHA Multisociety Guideline) ได้เปลี่ยนแนวคิดจาก การรักษาตามตัวเลข LDL ไปสู่ การรักษาตามความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดของแต่ละบุคคล อันนี้เลยสำคัญนะทุกคนกล่าวคือ สิ่งที่แพทย์ต้องการลด ไม่ใช่เพียงตัวเลขไขมันในผลเลือด แต่คือ การลดโอกาสเกิดหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร—ทำไม LDL จึงสำคัญ?LDL Cholesterol หรือที่หลายคนเรียกว่า "ไขมันเลว" เป็นไขมันที่สามารถแทรกเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือด เกิดเป็นคราบไขมัน (Atherosclerotic Plaque)เมื่อเวลาผ่านไป คราบไขมันจะหนาตัวขึ้น ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ หากคราบไขมันเกิดการแตก จะกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันอย่างเฉียบพลันผลที่ตามมาคือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ก็ที่เจ็บอก ใจนั่น เหงื่อแตกตาย ก็นี่แหละโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อันนี อัมพาตโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ อันนี่ อาจมี แขนขาเย็น ซีดมันเลย เป็นบ่อเกิดของ การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เราเห็น และ พบเจอกันทุกวี่วัน ไม่ครอบครัว ก็ตามข่าวดังนั้น การลดระดับ LDL จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคเหล่านี้นั่นเอง—มาที่ยา ลดไขมัน statinStatin ทำงานอย่างไร?Statin เป็นยาที่ใช้กันทั่วโลกมานานมาก ๆ แล้ว ครับ กว่า 30 ปี และเป็นยาที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนมากที่สุดในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ไม่ต้องกลัว แม้ว่า บางคนบอกว่า จะทำให้กล้ามเนื้อมีปัญหา คือหากมีปัญหาก็หยุด ปวดกล้ามเนื้อก็ปรึกษาแพทย์ได้คือกลไกมัน จะยับยั้งเอนไซม์ HMG-CoA reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักในการสร้างคอเลสเตอรอลที่ตับ ครับดังนั้นเมื่อการสร้างคอเลสเตอรอลลดลง ตับจะเพิ่มจำนวนตัวรับ LDL (LDL Receptors) ทำให้สามารถดึง LDL ออกจากกระแสเลือดได้มากขึ้น ส่งผลให้ระดับ LDL ลดลงได้ประมาณ 30–60% ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของยา (มันมียาแรงมาก กับแรงปานกลาง)แต่ความพิเศษของ Statin ไม่ได้มีเพียงการลดไขมันเท่านั้นงานวิจัยพบว่า Statin ยังมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Pleiotropic Effects หรือ ผลพลอยได้ด้วยครับ อันนี้ว้าวดี แต่ก็รู้มานานแล้ว ว่ามีฤทธิ์ดีอื่นด้วย ได้แก่ลดการอักเสบของผนังหลอดเลือดทำให้คราบไขมันมีความเสถียร ไม่แตกง่ายช่วยให้เยื่อบุหลอดเลือดทำงานดีขึ้นลดการเกิดลิ่มเลือดบางส่วนชะลอการดำเนินของโรคหลอดเลือดแข็งจึงกล่าวได้ว่า Statin ไม่ใช่เพียง "ยาลดไขมัน" แต่เป็น "ยาปกป้องหลอดเลือด" กันเลย—กิน Statin ลดความเสี่ยงได้มากแค่ไหน?ตัวเลขง่าย ๆทุกการลด LDL ลง 1 mmol/L (ประมาณ 39 mg/dL)สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดรุนแรงได้ประมาณ 22%นอกจากนี้ยังช่วยลดกล้ามเนื้อหัวใจตาย 20–30%โรคหลอดเลือดสมอง 20–25%การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 15–20%ความจำเป็นในการขยายหลอดเลือดหรือผ่าตัดบายพาสหัวใจแต่ไม่ใช่ทุกคนได้ประโยชน์นี้เท่ากันหมดยิ่งเสี่ยงสูง ยิ่งกิน ลดความเสี่ยงได้ยิ่งมากดังนั้น หากเสี่ยง หมอเลย คะยั้นคะยอให้กินไงผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ผู้สูบบุหรี่ หรือผู้ที่เคยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองมาก่อน อันนี้ แนะนำแล้ว ฉัน ถึงเวลาต้องกินยาหรือยัง?คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับ "ความเสี่ยง" มากกว่าระดับไขมันเพียงอย่างเดียวแนวทางปี 2026 แนะนำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม (ASCVD Risk Assessment) ร่วมกับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่อายุเพศความดันโลหิตเบาหวานการสูบบุหรี่โรคไตเรื้อรังประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัยระดับ LDLค่า Lipoprotein(a) หรือ Lp(a)ค่า ApoBผลตรวจ Coronary Artery Calcium (CAC Score) ในบางรายดังนั้น คนสองคนที่มี LDL เท่ากัน อาจได้รับคำแนะนำที่แตกต่างกัน เพราะมีความเสี่ยงโดยรวมไม่เท่ากัน นั่นเองตัวอย่างเช่นชายอายุ 65 ปี เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และสูบบุหรี่ แม้ LDL เพียง 110 mg/dL ก็อาจควรเริ่ม Statinในขณะที่หญิงอายุ 32 ปี สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว แม้ LDL 150 mg/dL อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมก่อน และติดตามผลอย่างใกล้ชิด—การปรับเปลี่ยนพฤิตกรรมก็ยังสำคัญไม่ใช่ ได้กินยาแล้ว งั้น ก็ไปกินหมูกะทะได้รอวันเจ็บอกได้เลยสิ่งที่ต้องทำควบคู่นะครับลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และปลาออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ควบคุมน้ำหนักงดสูบบุหรี่จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์—มันดีขนาดนี้ แล้วทำไมจึงมีกลุ่ม "Anti-Statin"?อะไรดี ก็มีคน anti หมดแหละ มันก็จะมี การผุดแนวคิดออกมาต้านยาลดไขมัน กินแล้ว จะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ เราเรียก รวม ๆ ว่า กลุ่ม "Anti-Statin"ประเด็นที่มักถูกกล่าวถึง ได้แก่ อาการปวดกล้ามเนื้อ ผลต่อตับ ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน หรือความเชื่อว่าสามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวความจริง ยาทุกตัว มันก็มีผลข้างเคียงหมดแหละจะมากจะน้อยแล้วแต่คนแต่หมอ เราจะดูผลดี และ ผลเสียคู่กันไปคือ Statin มีผลข้างเคียงได้ เช่นเดียวกับยาทุกชนิด แต่ผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อย และสามารถติดตามหรือปรับเปลี่ยนชนิดยาได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ในทางกลับกัน หลักฐานจากการศึกษาที่ติดตามผู้ป่วยหลายแสนคนทั่วโลก ยืนยันชัดสำหรับผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม ประโยชน์ของ Statin ในการป้องกันหัวใจวาย อัมพาต และการเสียชีวิต มีมากกว่าความเสี่ยงอย่างชัดเจนดังนั้น จะเชื่ออะไร ก็แวะดูตัวเองหน่อย หากเสี่ยงมาก ก็กินเหอะ ดีกว่าเสียแน่ๆ
เปิดความจริงเรื่อง “ยาลดไขมัน” ผิดคาด หลายคนเข้าใจผิดทั้งชีวิต
by
Tags: