เปิดตัวเลขช็อก! ทนายกระดูกเหล็ก ยื่นสอบ วัดนาป่าพง ปมโอนเงินไปต่างประเทศ

วันนี้ (29 เม.ย. 2569) มูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ นำโดย นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือทนายกระดูกเหล็ก เข้ายื่นหนังสือต่อ สำนักงานอัยการสอบสวน เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ วัดนาป่าพง อย่างเร่งด่วน หากเข้าข่ายการฟอกเงินและปกปิดแหล่งที่มาของเงินให้ดำเนินคดีด้วยวันนี้ (29 เม.ย. 2569) มูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ นำโดย นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือทนายกระดูกเหล็ก เข้ายื่นหนังสือต่อ สำนักงานอัยการสอบสวน เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ วัดนาป่าพง อย่างเร่งด่วน หากเข้าข่ายการฟอกเงินและปกปิดแหล่งที่มาของเงินให้ดำเนินคดีด้วยการยื่นหนังสือครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ฝั่งทนายของ วัดนาป่าพง ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีในศาลแพ่งประเทศเยอรมนี โดยมีการกล่าวถึงเงินจำนวน 210,000 ยูโร (ประมาณ 12.2 ล้านบาท) ที่โอนไปให้สีกายุ หรือนางกัญญาภัค ชไนเดอร์ เพื่อจัดตั้งสมาคมและมูลนิธิพุทธวจนเยอรมัน ที่ประเทศเยอรมัน มีการยักยอกเงินจำนวนดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการโอนเงินของ วัดนาป่าพง ไปต่างประเทศหลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าที่เคยเปิดเผยอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่- ทุนทรัพย์ในการฟ้องคดี ประมาณ 363,609.56 ยูโร (ประมาณ 13.82 ล้านบาท)- ค่าธรรมเนียมศาล ประมาณ 89,634 ยูโร (ประมาณ 3,418,831.80 บาท)- และค่าทนายในต่างประเทศ ประมาณ 543,425.48 ยูโร (20.7 ล้านบาท)- ร่วมเป็นเงินประมาณ 633,059.79 ยูโร (ประมาณ 24.06 ล้านบาท)- เงินโอนให้บุคคลในต่างประเทศ 132,303.58 ยูโร (ประมาณ 5.02 ล้านบาท)รวมยอดเงินที่โอนไปต่างประเทศทั้งสิ้นกว่า 42.9 ล้านบาทแม้ผลของคดีในศาลแพ่งเยอรมนี จะมีมูลค่าที่ชนะเพียงประมาณ 8 ล้านบาท แต่กลับมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการดำเนินคดีสูงถึง 42.9 ล้าน จึงก่อให้เกิดข้อสงสัยถึงความเหมาะสมของการใช้เงินวัด ซึ่งเป็นเงินจากศรัทธาของประชาชน เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ อย่างไรนายอนันต์ชัย ไชยเดช ระบุว่า ในส่วนของเงินวัดนาป่าพง ที่โอนไปยังสีกายุ จำนวน 210,000 ยูโร นั้น สีกายุ ได้โอนไปยังสมาคมหรือมูลนิธิพุทธวจน เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ไม่มีการยักยอกแต่อย่างใดในส่วนประเด็นเงินที่เป็นทุนทรัพย์ ในการฟ้องร้องดำเนินคดี ค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายความ ต่างประเทศ เงินโอนให้บุคคลต่างๆ ที่ต่างประเทศ ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็ก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ “เงินวัด” หากมีการนำไปใช้โดยไม่โปร่งใส หรือผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ และอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงินขณะที่ ดร.ณัฐนันท์ ตั้งข้อสังเกตว่า จากคำพิพากษาของศาลในเยอรมนี ระบุลักษณะความสัมพันธ์เป็นเพียง “สัญญาตัวแทน” ไม่ใช่การยักยอก สีกายุไม่ได้ยักยอก โดยเฉพาะในจำนวน 210,000 ยูโรได้นำไปจัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิพุทธวจนเรียบร้อยแล้ว และผ่องถ่ายไปซื้อกองทุนที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งหมายความว่าวัดนาป่าพงแพ้คดีในประเด็นนี้ และยังมีบางประเด็นที่ผลคดีแตกต่างจากที่ ทนายความของวัดนาป่าพง เคยแถลงต่อสื่อมวลชนเบื้องต้น สำนักงานอัยการสอบสวน ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว และเตรียมตรวจสอบเชิงลึก ทั้งเส้นทางการเงิน เอกสารการใช้จ่าย และความเกี่ยวข้องของบุคคลต่าง ๆ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวกำลังถูกจับตาจากสังคมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินศรัทธาของประชาชน และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสถาบันพระพุทธศาสนาในภาพรวม โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสคดีนี้จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างสำคัญในการตรวจสอบการใช้เงินวัดในประเทศไทยต่อไปนายวัชรินทร์ ภานุรันต์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เปิดเผยว่า การจะพิจารณาดำเนินคดีกับพระอาจารย์คึกฤทธิ์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ขณะนี้คณะกรรมการได้มีการประชุมและสอบสวนในหลายประเด็นไปมากแล้ว เหลือเพียงพยานบางส่วนที่ยังต้องสอบเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญจำเป็นต้องขอเอกสารจากประเทศเยอรมนี โดยมีนายธีรัช ลิมปยารยะ เป็นผู้ประสานงานหลัก ทำให้การดำเนินการด้านเอกสารไม่น่าจะล่าช้าด้านนายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า การดำเนินการขอเอกสารจากต่างประเทศจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากได้ประสานกับตำรวจเยอรมันไว้ล่วงหน้าแล้ว และจะจัดทำคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอข้อมูลทั้งนี้ จะนำเอกสารที่ได้มาเปรียบเทียบกับหลักฐานของผู้กล่าวหา โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน เช่น การจดทะเบียนหรือการลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของวัด หรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวัดหรือไม่นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบระบบการบริหารจัดการเงินของวัด โดยได้สอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอแนวทางเกี่ยวกับระเบียบการเบิกถอนเงิน เช่น ขั้นตอนการอนุมัติ ผู้มีอำนาจเบิกถอน และหลักเกณฑ์การนำเงินไปใช้เบื้องต้น การสอบปากคำดำเนินการไปอย่างละเอียดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็นเล็กน้อยที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยอัยการยังคงประสานงานกับพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุดย้ำว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเอกสารที่ทนายความนำมายื่นเพิ่มเติมในวันนี้ หากพบประเด็นต้องสงสัย ก็จะมีการขยายผลต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมตำรวจสอบสวนกลาง CIB ทลายเว็บพนัน 5 พันล้าน รวบอินฟลูฯคริปโทฯ-แก๊งซิ่ง ฟอกเงิน บิ๊กจ๊อบ จำเลยในคดี ฟอกเงิน สู่อิสรภาพ หลังศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวงเงิน 1 ล้าน ป.ป.ส. ลุยตัดเนื้อร้าย รวบข้าราชการเทศบาล เอี่ยวแก๊งค้ายารายสำคัญ ฟอกเงิน-ยึดทรัพย์กว่า 8 ล้านบาท


Posted

in

by

Tags: