เปิดที่มา หูฟังไร้สายดีไซน์เหลี่ยม Nothing Headphone (a)

[ตอบโจทย์กว่า] ในหูฟังไร้สายหลายรุ่น แบรนด์ดังมักชูเรื่องคุณภาพเสียงมาก่อนดีไซน์ แต่ Nothing กลับเลือกชูดีไซน์ก่อนคุณภาพเสียง แม้รุ่นใหม่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม อย่างไรก็ตาม ‘ทุกอย่างมันมีที่มา’ และน่าสนใจกว่าที่คิดวันนี้พบกับ Nothing Headphone (a) หูฟังไร้สายระดับ Hi-End รุ่นรองที่แอบน่าสนใจกว่ารุ่น Top อย่าง Nothing Headphone (1) ที่ไม่เพียงดีไซน์นำ แต่มีเทคโนโลยีหลายอย่างเหนือกว่าคู่แข่ง แต่ถูกกล่าวถึงเป็นเรื่องรองซะอย่างนั้นทำไมต้อง ‘เหลี่ยม’ในหูฟังครอบหูหรือ Over Ear หลาย ๆ รุ่น มักมาพร้อมดีไซน์เป็นวงกลมหรือวงรีเสมอ จุดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์แต่อย่างใด หากจะเป็นเหตุผลด้านสรีรศาสตร์ ประสิทธิภาพเสียง และการผลิตอย่างแรกเลยคือทรงกลมหรือวงรีที่ปิดสนิทรอบหู ช่วยสร้างซีลที่ดี ทำให้ป้องกันเสียงรบกวนภายนอกได้ดีกว่าทรงเหลี่ยม และช่วยให้ย่านเสียงต่ำ (Bass) ชัดเจนขึ้นด้วย อีกทั้งยังช่วยกระจายแรงกดได้เท่ากัน ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดเวลาสวมใส่ และยังช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย สืบเนื่องจากทรงกลมเข้ากับโครงสร้างไดรเวอร์ได้ง่ายกว่าแต่แล้วทำไม Nothing Headphone (a) รวมถึงรุ่นก่อนหน้าด้วยอย่าง Nothing Headphone (1) ถึงมีดีไซน์กรอบหูฟังเป็นสี่เหลี่ยม ทำไมถึงไม่เป็นวงกลมหรือวงรีทั้งหมด จุดนี้ทาง Nothing บอกเลยว่า“Build Different”เหตุผลเช่นเดียวกับ Nothing Phone คืออยากแตกต่าง (เหตุผลมีแค่นี้เลย..จริง ๆ) ไม่ตามใคร และเพื่อรักษา DNA ของแบรนด์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยรูปทรง Iconic ที่โดดเด่นและจดจำได้ทันที แน่นอนว่าใครที่เจอหูฟังดีไซน์เป็นสี่เหลี่ยม ทุกวันนี้ก็นึกออกอยู่แบรนด์เดียวอนึ่งต้องย้อนกลับไปตอนที่ Nothing ก่อตั้งใหม่ ๆ ในกรุงลอนดอน ตั้งแต่ตอนนั้นก็มีเป้าหมายเลยว่า “เทคโนโลยีต้องทำให้เป็นเรื่องสนุก” ผ่านผลิตภัณฑ์มากมายที่ดูแตกต่าง ในฐานะแบรนด์สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ Audio สำหรับผู้บริโภคระดับโลก โดยมีวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และกลุ่ม Community เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญถัดมาคือการออกแบบที่โปร่งใสและมีหลายชั้นซึ่งได้มาจากกระบวนการหล่อสองชั้น แสดงให้เห็นชั้นเทคโนโลยีด้านนอกของตัวหูฟัง และยังได้มาตรฐาน IP52 สำหรับการป้องกันฝุ่นและละอองน้ำด้วยและเพื่อต่อยอดจากดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ Headphone (1) จึงเปิดตัวพร้อมสีใหม่จากเดิมมีแค่ขาวกับดำ ก็มีทั้ง Pink , Yellow , Black และ White ตามนี้พลังเสียงระดับ Hi-Res Audioแม้ดีไซน์จะนำ แต่ด้านคุณภาพเสียงก็ยัง Hi-End โดยมีไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ที่เคลือบไทเทเนียม ช่วยให้ไดอะแฟรมแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา ทำให้การตอบสนองความถี่มีความแม่นยำสูง ถ่ายทอดเสียงแหลมได้ใสกระจ่าง เสียงร้องคมชัด และให้เบสที่ลงลึกทรงพลัง โดยยังรักษารายละเอียดเสียงดนตรีไว้ได้อย่างครบถ้วนดีไซน์ห้องเสียงใหม่ แอมพลิจูดการสั่นสะเทือนของไดอะแฟรมเพิ่มขึ้น 58% และ Rear Chamber มีขนาดใหญ่ขึ้น 45% ช่วยให้มวลเบสมีความแน่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นนอกจากนี้ยังมี AI อย่าง Dynamic Bass Enhancement ที่ช่วยตรวจจับย่านความถี่ต่ำแบบเรียลไทม์ และเพิ่มพลังเบสให้หนักแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ (สามารถเลือกปรับระดับได้: 0%, 50%, 100%)ส่วนคุณภาพเสียงระดับ Audiophile ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio Wireless รองรับการสตรีมเสียงผ่านโคเดก LDAC และยังรองรับ USB-C Lossless Audio (24-bit/96kHz) สำหรับการฟังเพลงแบบเสียบสายอีกด้วยเวทีเสียง 3 มิติ สมจริงเหมือนอยู่ในห้อง ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม NFD (Feedback Delay Network) และ Audiodo AI ช่วยจำลองเสียงสะท้อนและสร้างเวทีเสียงให้กว้างขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนเสียงถูกโอบล้อมจากรอบทิศทาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูหนัง คอนเสิร์ต หรือเล่นเกมท้ายนี้ Nothing ยังให้อิสระในการปรับจูนเสียงอย่างเต็มที่ผ่านแอปฯ Nothing X ที่ผู้ใช้สามารถเลือก EQ แบบ 8 แบนด์ ปรับแต่งเสียงได้ละเอียดยิบตามความชอบ หรือจะดาวน์โหลดและแชร์ EQ Profile เจ๋ง ๆ จากศิลปินหรือคอมมูนิตี้ใน Playground ก็ทำได้เช่นกันNothing Headphone (a) ไม่ใช่แค่หูฟังธรรมดา แต่คือแฟชั่นไอเทมชิ้นใหม่ที่ผสานงานดีไซน์สุดล้ำเข้ากับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม การกล้าฉีกกรอบด้วยดีไซน์โปร่งใส และการใส่ฮาร์ดแวร์เสียงระดับ Hi-Res มาให้ ถือเป็นความน่าสนใจที่สาวก Gadget ไม่ควรพลาด รอติดตามราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้เร็ว ๆ นี้⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวันกดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th


Posted

in

by

Tags: