เปิดราคา ! Hyundai The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย เคาะราคาอยู่ที่ 1,699,000 บาท แต่สำหรับช่วงเปิดตัวราคาพิเศษอยู่ที่ 1,399,000 บาท (400 คันแรก) ซึ่งถูกลง 600,000 บาท จากรุ่นนำเข้าที่ราคาอยู่ที่ 1,988,000 บาทบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ที่ต่อยอดความสำเร็จของตระกูล IONIQ ในตลาดโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลกThe new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในประเทศ ภายใต้คอนเซปต์ "Never Ordinary ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน" เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% แรงดันสูง 800 โวลต์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ N Lineภาพจาก TNN Tech• N Line Design รอบค้น ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถสมรรถนะสูงตระกูล N จากฮุนได ความสปอร์ตจากสนามแข่งสู่ถนนจริง• เทคโนโลยีไฟฟ้าแรงค้นสูง 800 โวลต์ แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 84 kWh วิงได้ไกลสูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC)• รองรับ Ultra-fast Charging 350 kW ชาร์จจาก 10% ไปสู่ 80% ภายในเวลาประมาณ 18 นาที• ห้องโดยสารพรีเมียมด้วยเบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N• Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครันถึง 17 ระบบ• ระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง• แอปพลิเคชันอัจฉริยะ Hyundai Bluelink เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทยการออกแบบภายนอก (Exterior Design)• The new 2026 IONIQ 5 N Line ถ่ายทอดบุคลิกที่สปอร์ตและมีสไตล์ยิ่งขึ้นผ่านชุดแต่งเฉพาะรุ่น N Line ตั้งแต่ชุดกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ดบ้าง และดิฟฟิวเซอร์ท้าย• ไฟหน้าและไฟท้าย Parametric Pixel LED สะท้อนเอกลักษณ์แห่งอนาคตของตระกูล IONIQ และช่วยสร้างภาพจำที่โดดเด่นบนท้องถนนล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่• หลังคา Vision Roof ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งในห้องโดยสาร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า• ช่องระบายอากาศ Active Air Flap ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์• มือจับประดูแบบ Pop-up พร้อมเซ็นเซอร์ และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Smartภาพจาก Hyundai Mobility (Thailand)ภาพจาก Hyundai Mobility (Thailand)การออกแบบภายใน (Interior Design)• ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ผสมผสานความมีสไตล์และความสปอร์ตในแบบ N Line• เบาะหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมโลโก้ N• พวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง• หน้าจอแสดงผลดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนห้องโดยสาร (Cabin & Comfort)• จุดเด่นสำคัญของ IONIQ 5 คือฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาน• เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการพักชาร์จ• เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบบันทึกตำแหน่งเฉพาะผู้ขับขี่• พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังฟีเจอร์และเทคโนโลยี (Technology & Safety)• รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto• ระบบเสียง BOSE Premium Sound System พร้อม External Amplifier ลำโพง 8 ตำแหน่ง• USB-C จำนวน 5 ตำแหน่ง• Vehicle-to-Load (V2L) รองรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW• Regenerative Braking Control – via Paddle Shifters สำหรับปรับระดับการหน่วงพลังงานไฟฟ้าระหว่าง ขับขี่• มีปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Sport, Normal, My Drive และ Snow• ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-air หรือ OTA• แอปพลิเคชันอัจฉริยะ Hyundai Bluelink เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทยระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense• The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hvundai SmartSense ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางสูงสุดถึง 17 ระบบ เช่น• Smart Cruise Control with Stop and Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน• Forward Collision – avoidance Assist (FCA) ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ• Forward Colision – avoidance Assist with Junction Turning (FCA – JT) ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉิน อัตโนมัติที่ทางแยก• Lane Keeping Assist (LKA) ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน• Lane Following Assist (LFA) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน• Blind-spot Collision-avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา• Rear Cross-trafic Collision-avoidance Assist (RCCA) ระบบช่วยเดือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ• Reverse Parking Collision-avoidance Assist (PCA-R) ระบบหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยจอด• Surround View Monitor (SVM) กล้องมองรอบทิศทาง• Parking Distance Warning (PDW) เซ็นเซอร์กะระยะ หน้า-ข้าง-หลัง• Blind – spot View Monitor (BVM) ระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา• High Beam Assist (HBA) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ• Safe Exit Warning (SEW) ระบบเดือนการเปิดประดูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง• Driver Attention Warning (DAW) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าและเมื่อมีรถค้นหน้าเคลื่อนที่• Leading Vehicle Departure Alert (LVDA) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่• Rear Occupant Alert (ROA) ระบบแจ้งเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง• Manual Speed Limit Assist (MSLA) ระบบช่วยจำกัดความเร็วสมรรถนะการขับขี่• ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.• แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 84 KWh ระยะทางขับี่สูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC)• รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 KW และการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kN โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาทีข่าวที่เกี่ยวข้องยอดจดทะเบียนรถ EV ทั่วโลกเพิ่ม 3 เดือนติด "EV" ยุโรป-สหรัฐฯ กำลังกลายเป็นฝันร้าย เปิดเหตุผลที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อาจถอดใจให้รถยนต์ไฟฟ้ารถ EV ไฟไหม้ได้อย่างไร ทำความเข้าใจที่มาทางเทคนิคเพื่อรับมืออย่างไม่ตระหนก !EV Station Crisis สงกรานต์ 2569 ดีมานด์พุ่ง คิวชาร์จล้นToyota BZ7 EV รุ่นใหม่ ชาร์จ 10 นาที ได้ 300 กม. ขายได้ 3,000 คัน ในชั่วโมงเดียว (ที่จีน)
เปิดราคา ! Hyundai IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย พิเศษ 400 คนแรก 1.399 ล้านบาท จากปกติ 1.699 ล้านบาท
by
Tags: