แม้"ตลาดหุ้นไทย"ยังเผชิญความผันผวน แต่ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาด ล่าสุด ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงวิสัยทัศน์ในเวทีThailand Focus 2026 โดยตั้งเป้าหมายผลักดันดัชนีหุ้นไทยแตะ 2,000 จุด พร้อมเดินหน้า 3 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตเกิน 3%ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวของตลาด กลุ่มพลังงานยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพขับเคลื่อนดัชนีหุ้นไทยด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากราคาหุ้นควบคู่กับเงินปันผล หรือ “กำไรหุ้นบวกปันผล” ได้ทั้งสองทาง "กรุงเทพธุรกิจ" ขออาสาพาเปิดลิสต์ 7 หุ้นพลังงานเด่นที่ราคาหุ้น YTD ให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 10% และมี Dividend Yield หรือเงินปันผลมากกว่า 5% ต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา1.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTTคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่มาร์เก็ตแคป 1,149,661 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 6.62%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 6.30%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 5.59%ราคา YTD อยู่ที่ +25.78%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 78,263 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 1,568,600 ล้านบาทสุพพตา ศรีสุข, IAA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของPTT ในปี 2569 มีแนวโน้มดีขึ้น จากต้นทุนก๊าซที่ลดลงตามโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ และปริมาณขายก๊าซที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาก๊าซ LNG ที่สูงขึ้นอาจจำกัดการลดลงของต้นทุนบางส่วนขณะที่การเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลกเพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีการทบทวนตามสถานการณ์ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ นอกจากนี้ กลุ่ม PTT เดินหน้าโครงการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยคงเป้าหมายเพิ่ม EBITDA ราว 2 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ 3 หมื่นล้านบาทในปี 2570 พร้อมเดินหน้า Asset Monetization ตั้งเป้าหมาย 1 แสนล้านบาทในช่วงปี 2568-2570ทั้งนี้ ฐานกำไรที่มั่นคงจากธุรกิจก๊าซจะช่วยลดความผันผวนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ สนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและรักษา Dividend Yield ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยบัวหลวงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTT ราคาเป้าหมาย 47 บาท2.) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEPมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมาร์เก็ตแคป 577,633 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 8.52%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 7.98%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 6.19%ราคา YTD อยู่ที่ +28.76%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 39,032 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 176,756 ล้านบาทปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรปกติของPTTEP ในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสชะลอตัวจากไตรมาสก่อน จากการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตในอ่าวไทยและโครงการในมาเลเซีย รวมถึงรอบส่งมอบน้ำมันจากแอลจีเรียที่ลดลง คาดปริมาณขายอยู่ที่ 525 kboed ขณะที่ไตรมาส 4/2569 ปริมาณขายมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังไม่กลับสู่ระดับไตรมาส 2/2569 เนื่องจากยังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวการซ่อมบำรุงโครงการในมาเลเซียอย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 คิดเป็น 57% ของประมาณการทั้งปี ทำให้หยวนต้าคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน สะท้อนผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง พร้อม ROE ราว 14% และฐานะการเงินมั่นคง โดยมี IBD/E เพียง 0.3 เท่า ณ ไตรมาส 2/2569 ขณะที่คาด Dividend Yield ปี 2569 อยู่ที่ 6.1%นอกจากนี้ PTTEP ยังมีความน่าสนใจในฐานะหุ้น Hedging หากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดและยืดเยื้อกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันมี Upside โดยทุกการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะกระทบกำไรราว 1,000 ล้านบาทต่อปี และราคาเหมาะสมราว 1.60 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ คาดราคาหุ้นจะได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการ 2Q26 ที่แข็งแกร่งและเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่คาดให้ Dividend Yield ราว 3% โดยหยวนต้าคงคำแนะนำ “TRADING” ราคาเหมาะสม 164 บาทต่อหุ้น3.) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)TOPพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่มาร์เก็ตแคป 139,056 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 5.28%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 12.04%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 6.88%ราคา YTD อยู่ที่ +72.92%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 27,765 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 261,086 ล้านบาทปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไตรมาส 3/2569 ยังได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัว หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ สต็อกน้ำมันทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ และโรงกลั่นในรัสเซียและตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตี ขณะที่ไตรมาส 4/2569 คาดค่าการกลั่นชะลอลงตามสถานการณ์สงครามที่คลี่คลาย แต่ยังอยู่สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากกำลังการผลิตที่ได้รับผลกระทบยังไม่กลับมาเต็มที่อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 ยังมีความไม่แน่นอนจากต้นทุนจัดหาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นตามความตึงเครียดของสงคราม ความเสี่ยงขาดทุนสต็อกหากสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงนโยบายลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นและมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันของภาครัฐ โดยหยวนต้าคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รวมผลขาดทุนสต็อกบางส่วนไว้แล้วทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับขึ้นราว 40% ในไตรมาส 3/2569 จนถึงปัจจุบัน สะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งไปพอสมควร จึงคงคำแนะนำ “TRADING” ราคาเหมาะสม 70 บาท อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เงินปันผลระหว่างกาลสูง โดยเบื้องต้นคาด DPS งวดครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ 1.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.9% ขณะที่ระยะกลางปี 2570-2571 ยังมีปัจจัยบวกจากการทยอย COD โครงการ CFP4.) บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) RATCHนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่มาร์เก็ตแคป 82,106 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 5.42%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 5.33%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 5.08%ราคา YTD อยู่ที่ +27.97%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 2,628 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 23,206 ล้านบาทณัชพล แพรสีเจริญ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดกำไรปกติของ RATCH ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,400-1,600 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน รับแรงหนุนจากรายได้โรงไฟฟ้า RG และโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ที่เพิ่มขึ้น หลังไม่มีการปิดซ่อมบำรุงราว 22 วัน และ 21 วัน ตามลำดับ รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่กำไรปกติมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบโรงไฟฟ้า RG ที่หมดสัญญา PPA ในเดือน ต.ค. 2568 และปริมาณน้ำในลาวที่ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าปกติด้านมุมมองการลงทุน หยวนต้าคงราคาเหมาะสมสิ้นปี 2569 ที่ 32 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้น 28% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนโอกาสต่ออายุสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG ไปมากแล้ว ขณะที่ปัจจุบัน RATCH ยังมีโรงไฟฟ้า RG อีก 3 หน่วยผลิตที่เตรียมหมดอายุในปี 2570อย่างไรก็ตาม มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสม หากมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการต่ออายุโรงไฟฟ้า RG และการชนะประมูลโครงการใหม่ตามแผน PDP ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือน ก.ย. และเริ่มใช้ได้ช่วงปลายปีนี้ โดยยังคงคำแนะนำ “TRADING”5.) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCOธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่มาร์เก็ตแคป 70,546 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 5.70%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 5.56%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 5.08%ราคา YTD อยู่ที่ +17.54%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 1,538 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 18,526 ล้านบาทธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดกำไรปกติของEGCO ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,000-1,200 ล้านบาท ฟื้นตัวทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานกำไรที่อยู่ในระดับต่ำ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาวและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ รวมถึงการรับรู้ค่าความพร้อมจ่ายในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ/MW/วัน ได้เต็มไตรมาส และการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของโรงไฟฟ้าถ่านหิน QPL ในฟิลิปปินส์ หลังปีก่อนอยู่ระหว่างปิดซ่อมบำรุงเพื่อเตรียมกลับมาขายไฟฟ้าตามสัญญาฉบับใหม่ในช่วงไตรมาส 4/2568สำหรับการขายสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าบ้านโป่งและคลองหลวงรวม 49% ซึ่งทำให้ EGCO เหลือสัดส่วนถือหุ้น 51% หรือคิดเป็นกำลังผลิตรวม 162 MWe คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จและบริษัทจะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโครงการภายในช่วงครึ่งหลังปี 2569อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นราคาหุ้น EGCO ยังมีโอกาสถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่าจะออกมาต่ำกว่าคาด และอาจทำให้ตลาดปรับลดประมาณการกำไรลง แต่หยวนต้ามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวในระยะกลางถึงยาว หลังผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดของปีและกลับมาฟื้นตัวทั้งครึ่งหลังปี 2569 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดว่าจะได้รับเงินปันผลราว 6.50 บาทต่อหุ้นต่อปี คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5% ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านพื้นฐานทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” EGCO โดยให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ที่ 187 บาทต่อหุ้น ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำรอเข้าสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว6.) บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) TTWวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการมาร์เก็ตแคป 41,496 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 6.63%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 6.59%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 6.56%ราคา YTD อยู่ที่ +14.92%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 1,331 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 2,636 ล้านบาทนลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่าTTW ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 9.2% จากปีก่อน คิดเป็น 44.6% ของประมาณการทั้งปี โดยฝ่ายวิจัยยังคงคาดกำไรปี 2569 ที่ 3.0 พันล้านบาท ลดลง 8.6% จากปีก่อน จากสมมติฐานปริมาณน้ำฝนปีนี้ลดลงจากฐานสูงผิดปกติในปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ลดลง ขณะที่ธุรกิจน้ำประปายังมีแนวโน้มเติบโตตามปริมาณขายน้ำที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนสำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและทำจุดสูงสุดของปี จากส่วนแบ่งกำไร CKP ที่เพิ่มขึ้นตามการผลิตไฟฟ้าช่วงฤดูฝน ขณะที่ธุรกิจน้ำประปาคาดปริมาณขายน้ำโดยรวมทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนเอเซียพลัสปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2570 ที่ 11 บาทต่อหุ้น จากเดิม 10.50 บาท โดยภาพรวมกำไรมีแนวโน้มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเศรษฐกิจในประเทศ พร้อมคาด Dividend Yield 5-6% ต่อปี และจ่ายปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จำกัด จึงแนะนำรอราคาปรับฐานก่อนทยอยสะสมเพื่อรับปันผล7.) บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) SUSCOชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการมาร์เก็ตแคป 2,540 ล้านบาทเงินปันผลปี 2568 อยู่ที่ 10.06%เงินปันผลปี 2567 อยู่ที่ 13.79%เงินปันผลปี 2566 อยู่ที่ 6.84%ราคา YTD อยู่ที่ +22.12%กำไร 6 เดือน ปี 2569 ที่ 213 ล้านบาทรายได้ 6 เดือน ปี 2569 ที่ 16,284 ล้านบาทชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือSUSCO เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 SUSCO ยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมันในทำเลที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจ Non-Oil และการพัฒนา SUSCO SQUARE เพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ และลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียวด้านธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์BYD และ DENZA ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทได้รับรางวัล BYD Dealer of the Year Award 2025 ระดับ Kunlu สำหรับตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายสะสมมากกว่า 1,500 คันต่อปี รวมถึงรางวัล Aftersales Excellence Award สะท้อนมาตรฐานด้านการขายและบริการหลังการขายนอกจากนี้ ธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่ารถยนต์ยังมีฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมองว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจเช่าซื้อและให้เช่ารถยนต์ รวมถึงการขยาย Non-Oil จะเป็น New S-Curve สำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของ SUSCO ในระยะยาว
เปิดลิสต์ 7 หุ้นพลังงาน สุดแกร่ง ปันผลเกิน 5% ติดต่อ3 ปีซ้อน ราคาวิ่งแรง YTD พุ่งทะลุ 10%
by
Tags: