เปิดอาณาจักร “ค้าปลีก-ซูเปอร์มาร์เก็ต” 3 เครือเจ้าสัวไทย

เปิดอาณาจักร “ค้าปลีก-ซูเปอร์มาร์เก็ต” 3 เครือเจ้าสัวไทยเปิดอาณาจักร “ค้าปลีก-ซูเปอร์มาร์เก็ต” 3 เครือเจ้าสัวไทยตลาดค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตไทยยังเป็นสมรภูมิการแข่งขันของ 3 กลุ่มทุนขนาดใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเจียรวนนท์ กลุ่มสิริวัฒนภักดี และกลุ่มจิราธิวัฒน์ ที่ต่างเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้า ครอบคลุมตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่“ซีพี” ครองเกมร้านสะดวกซื้อ-ค้าปลีกครบวงจรกลุ่มเจียรวนนท์ ผ่าน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT มีแบรนด์หลัก ได้แก่ 7-Eleven, โลตัสส์ และแม็คโคร โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 7-Eleven มีสาขาในประเทศไทย 16,084 สาขา ขณะที่โลตัสส์มีเครือข่าย 2,650 สาขาจุดเด่นของ 7-Eleven คือความสะดวกและเข้าถึงง่าย มีสาขาครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสินค้าอาหารพร้อมรับประทานและบริการหลากหลาย จนกลายเป็นร้านใกล้บ้านที่ผู้บริโภคคุ้นเคยด้านผลประกอบการ ไตรมาส 1/2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 121,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ขณะที่ CPAXT มีรายได้จากธุรกิจค้าปลีก 55,344 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569จุดเด่นแบรนด์: 7-Eleven — “ใกล้ สะดวก พร้อมทุกเวลา” ,โลตัสส์ — “ครบทุกความต้องการในชีวิตประจำวัน” และแม็คโคร — “ค้าส่งครบ คุ้มสำหรับผู้ประกอบการ”“บิ๊กซี” ชูความครบ คุ้ม ตอบโจทย์ทุกครัวเรือนกลุ่มสิริวัฒนภักดี ผ่าน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC มีธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ บิ๊กซี ครอบคลุมทั้ง บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า บิ๊กซี มาร์เก็ต บิ๊กซี ฟู้ดเพลส และบิ๊กซี มินิสิ้นไตรมาส 1/2569 มีสาขาขนาดใหญ่ 208 แห่ง สาขาขนาดเล็ก 1,527 แห่ง และสาขารูปแบบอื่น 279 แห่ง ขณะที่รายได้จากธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อยู่ที่ 27,521 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากปีก่อนจุดแข็งของ Big C คือเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม และการวางตำแหน่งด้านความครบและความคุ้มค่า ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสด ไปจนถึงสินค้าในชีวิตประจำวันจุดเด่นแบรนด์: Big C — “ครบ คุ้ม ราคาประหยัด”“เซ็นทรัล” ดัน Tops เจาะตลาดอาหาร-พรีเมียมด้าน กลุ่มจิราธิวัฒน์ ผ่าน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีแบรนด์อาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตหลัก ได้แก่ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เดลี่ รวม 727 สาขา สิ้นไตรมาส 1/2569ธุรกิจอาหารของ CRC ซึ่งมี Tops เป็นแบรนด์หลัก มีรายได้จากการขายในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 28,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากปีก่อนTops วางจุดเด่นในด้าน สินค้าอาหารคุณภาพ สินค้านำเข้า และสินค้าพรีเมียม พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมตั้งแต่ของสด อาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศจุดเด่นแบรนด์: Tops — “คุณภาพ-พรีเมียม ครบทุกมื้อ”จับตา CRC เสริมทัพ Tops ดึง MaxValu 30 สาขาอีกหนึ่งดีลที่น่าจับตาคือการขยายอาณาจักรค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล หลัง CRC เดินหน้าซื้อกิจการ MaxValu ในประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด โดยดีลครอบคลุม 30 สาขา และมีแผนปรับโฉมสาขาทั้งหมดเข้าสู่แบรนด์ Topsการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มเครือข่ายร้านค้าและฐานลูกค้าให้กับธุรกิจอาหารของ CRC พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ Tops ในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตไทย3 โบรกฯ มองบวก CRC ซื้อ MaxValu 30 สาขา ลุ้นพลิกกำไรปี 70บล.ดาโอ มองเป็นบวกระยะกลาง-ยาว ช่วยเพิ่มเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตและฐานลูกค้าให้ CRC ขณะที่การปรับเป็น Tops มีโอกาสสร้าง Synergy และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ MaxValu มีผลขาดทุนต่อเนื่อง แต่เชื่อว่า CRC มีศักยภาพในการ Turnaround ธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ยังรอรายละเอียดมูลค่าดีลและแผนปรับปรุงสาขา โดยคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 26 บาทบล.กรุงศรี มองบวกเล็กน้อย คาดเงินลงทุนต่อสาขาต่ำกว่าการเปิดสาขาใหม่ และ CRC ตั้งเป้าพลิก EBIT เป็นบวกในปี 2570 จากปี 2568 ที่ MaxValu มีรายได้ 3.82 พันล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 266 ล้านบาท เบื้องต้นประเมินดีลเพิ่มยอดขาย CRC ในปี 2570 ราว 1.7% และมี Upside ต่อกำไรปกติประมาณ 1-2% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27.50 บาทบล.พาย มองบวกเช่นกัน โดยเห็นว่าการซื้อสาขาเดิมในทำเลศักยภาพช่วยให้ CRC รับรู้รายได้ได้เร็วกว่าการพัฒนาสาขาใหม่ พร้อมมองว่าการ Rebrand เป็น Tops จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ Food และต่อยอดจุดเด่นด้านสินค้า Ready-to-Eat โดยคาด MaxValu พลิกกลับมาทำกำไรได้ในปี 2570สำหรับผลประกอบการ MaxValu ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด มีรายได้ลดลงต่อเนื่องจาก 4,943 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 4,053 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านบาท เป็น 266 ล้านบาทด้าน CRC บล.พาย คาดกำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY จากแรงหนุน SSSG ที่คาดเติบโต 2% YoY พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้มูลค่าพื้นฐาน 29 บาทดูข่าวต้นฉบับ


Posted

in

by

Tags: