เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC เปิดสถิติคดีหลอกลวงในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน 2569 พบมีประชาชนแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online จำนวน 5,863 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 241 ล้านบาท โดยจำนวนคดีเพิ่มขึ้น 84 คดีจากสัปดาห์ก่อน แม้มูลค่าความเสียหายจะลดลงกว่า 19 ล้านบาท ขณะที่คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการยังมีจำนวนมากที่สุด 4,349 คดี ส่วนคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุดคือการแอบอ้างบุคคลอื่น มูลค่ากว่า 69 ล้านบาทเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC เปิดสถิติคดีหลอกลวงในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน 2569 พบมีประชาชนแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online จำนวน 5,863 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 241 ล้านบาท โดยจำนวนคดีเพิ่มขึ้น 84 คดีจากสัปดาห์ก่อน แม้มูลค่าความเสียหายจะลดลงกว่า 19 ล้านบาท ขณะที่คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการยังมีจำนวนมากที่สุด 4,349 คดี ส่วนคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุดคือการแอบอ้างบุคคลอื่น มูลค่ากว่า 69 ล้านบาทข้อมูลยังพบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และกลุ่มอายุ 21 ถึง 30 ปี หรือ Gen Z ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะคดีหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ การแอบอ้างบุคคลอื่น และการหลอกลวงด้านการจ้างงาน ขณะเดียวกันในรอบสัปดาห์ ACSC สามารถประสานธนาคารและตำรวจช่วยเหลือเหยื่อได้ 18 ราย พร้อมระงับการโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพ รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาทหนึ่งในกรณีสำคัญเกิดขึ้นกับนักศึกษาหญิงวัย 19 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ หลังผู้ปกครองแจ้งตำรวจว่าบุตรสาวกำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน เจ้าหน้าที่ ACSC จึงประสานตำรวจเข้าช่วยเหลือภายในห้องพักย่านพญาไท โดยพบผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้ตลอดเวลาจากการสอบถามพบว่า มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยการหลอกว่านักศึกษาได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เมื่อตรวจสอบกลับอ้างว่าพบคดีติดตัว ก่อนโอนสายให้ตำรวจปลอมพูดจาข่มขู่และกำชับไม่ให้เปิดเผยเรื่องกับใคร พร้อมหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ นักศึกษาจึงโทรศัพท์ไปขอเงินจากผู้ปกครองโดยอ้างเหตุผลอื่น ก่อนถอนเงินนำไปส่งให้มิจฉาชีพ ทำให้สูญเงินไปแล้วกว่า 800,000 บาท และกำลังจะขอเงินเพิ่มจากพ่อแม่อีก 1 ล้านบาท แต่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันACSC เตือนนักศึกษาและประชาชนว่า หากมีบุคคลอ้างเป็นตำรวจ ปปง หรือ DSI โทรศัพท์มาแจ้งว่ามีคดี ส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านไลน์ วิดีโอคอลเพื่อสอบสวน หรือสั่งให้โอนเงินและนำทรัพย์สินไปตรวจสอบ ให้ถือเป็นกลโกง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐจริงจะไม่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เช่นเดียวกับกรณีผู้ที่อ้างเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรือธนาคาร หากแจ้งว่าหมายเลขโทรศัพท์หรือบัญชีเกี่ยวข้องกับคดี ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นทางโดยตรงนอกจากนี้ ขอให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน หากพบว่ามีอาการเก็บตัว ขอเงินผิดปกติ หรืออ้างว่าจะนำเงินไปจ่ายค่าเทอมหรือค่าประกันทุนการศึกษาต่างประเทศ ควรตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนโดยตรง หากสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ให้รีบติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนศูนย์ AOC โทร 1441 ทันทีอ่านข่าวเพิ่มเติมเตือนภัย! สแกมเมอร์พุ่งเป้าหลอกนักเรียน-นักศึกษา เคสล่าสุดเหยื่อวัย 17 ปี สูญกว่า 3 ล้านบาท เปิดเคสระทึก! นศ.สาวมอดัง ถูกแก๊งคอลฯ บีบให้หลอกขอเงินพ่อแม่ บังคับเปิดห้อง-วิดีโอคอลเฝ้า 24 ชม. สุดท้ายหลงกล สูญ 1.5 ล้าน เปิดเคสระทึก! นศ.วัย 19 ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกให้โอน 2.7 ล้าน เกือบหมดตัว
เปิดเคสระทึก! นศ.วัย 19 ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกให้โอน 8 แสน หวิดโอนอีก 1 ล้าน เกือบหมดตัว
by
Tags: