10 มกราคม 2569 ประเด็นที่ฝ่ายการเมืองของรัฐบาลภูมิใจไทย และ กกต. ออกมาตีปี๊บ “จัดการทุนเทา” และมีการรับลูกต่อจากรัฐมนตรีดีอี รวมไปถึงเลขาธิการ กกต. ว่า มีข้อมูล 10 คน เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เนื่องจากเป็นอดีต สส. และผู้สมัคร สส.รอบนี้ด้วย โดยมีการแย้มพรายว่า จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดชื่อเร็วๆ นี้จากการตรวจสอบข้อมูลจากแกนนำรัฐบาล และแหล่งข่าวในกระทรวงยุติธรรม ปรากฏว่า รายชื่อผู้เกี่ยวข้องยังคงปิดลับ แต่ได้ข้อมูลมาว่า การตรวจสอบเรื่องเชื่อมโยง“ทุนเทา” มี 2 กลุ่ม 2 ระดับ โดยกำลังจะมีการเปิดข้อมูล และมีปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมตามมาหนึ่ง คือ กลุ่มคนการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน การพนันออนไลน์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่รับโอนเงิน หรือฟอกเงิน ทั้งที่จงใจอยู่ในขบวนการ และเป็นผู้รับผลประโยชน์ แต่ไม่ได้ร่วมขบวนการโดยตรงกลุ่มคนการเมืองกลุ่มนี้ มีทั้งอดีต สส. ผู้สมัคร สส. และผู้สมัครรับเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยในกลุ่มนักการเมืองระดับชาติ ส่วนใหญ่อยู่ค่าย “สีแดง” กับ “สีส้ม”มีรายงานว่า หลังจากนี้ อาจเป็นช่วงสัปดาห์หน้า จะมีโอเปอเรเตอร์ใหญ่ จับกุมและดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบางส่วนจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งด้วย เนื่องจากบางรายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง หากถูกจับกุมแล้วไม่ได้ประกันตัว จะขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร หากประชาชนไปลงคะแนนให้ อาจกลายเป็นบัตรเสียได้ ซึ่ง กกต.กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนหลังจากนี้สอง คือ กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทติดตั้งเครื่องสแกนม่านตา เพื่อทำธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตฯโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีโอเปอเรชั่นตรวจค้น 5 จุดในวันนี้ เพราะเชื่อว่า อาจมีการนำข้อมูลม่านตาไปใช้ในการเปิดบัญชีม้า หรือใช้ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และอาจเข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งธุรกิจนี้ยังไม่ได้รับการรับรอง จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วยกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักการเมืองใหญ่ จากพรรคใหญ่บางพรรค เพราะปฏิบัติการตรวจค้น 5 จุดในวันนี้ ขยายผลจากกรณีที่กระทรวงดีอี เปิดภาพเหตุการณ์ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทเอกชนจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 67 โดยมีรัฐมนตรีในขณะนั้น ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงดีอี และบุคคลที่มีตำแหน่งในรัฐบาลเมื่อปี 2567 ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ โดยมี นายเบน สมิธ ซึ่งถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ร่วมกิจกรรมด้วยโดยกลุ่มคนการเมืองกลุ่มนี้ และข้าราชการระดับสูง ถูกดีเอสไอเรียกเข้าให้ปากคำมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยทั้งหมดให้การภาคเสธ อ้างว่าไปร่วมเป็นสักขีพยานในการทำเอ็มโอยูเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆเป็นที่น่าสังเกตว่า หากมีการดำเนินการในเชิงรุกทั้งสองเรื่อง จะส่งผลทางการเมืองตามมาทันที 2 ประเด็น ในช่วงก่อนการเลือกตั้งหนึ่ง คือ การดิสเครดิตพรรคการเมืองที่หาเสียงว่าไม่เกี่ยวข้องกับ “ทุนเทา” ทั้งยังโจมตีพรรคการเมืองอื่นว่าเกี่ยวข้อง เพราะกลายเป็นว่า มีคนของพรรคตัวเองถูกดำเนินคดีเสียเองสอง คือ การดิสเครดิตนักการเมืองใหญ่จากพรรคใหญ่ที่เป็น “ขุนพลคนสำคัญ” ในการสู้ศึกเลือกตั้งในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมี สส.มากถึง 16 คน เป็นรองแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้น โดยพรรคการเมืองใหญ่ในรัฐบาล หมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าไปเบียดแทรก แชร์ที่นั่ง สส.ในจังหวัดนครราชสีมา หลังจากล้มเหลวในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ สส.มาเพียง 1 ที่นั่ง จาก 16 ที่นั่ง
เปิด 2 กลุ่ม “ทุนเทา” รัฐบาลจ่อฟันเน้นๆ ก่อนเลือกตั้ง มีใครบ้าง
by
Tags: