เผยฟีเจอร์ที่เปิดใน Windows 10 / 11 ที่กิน RAM และแนะควรปิดที่สุด

สื่อนอกแฉ! ฟีเจอร์ลับ Windows 10/11 ตัวดี เชื่อว่าผู้ใช้ Windows 10 และ Windows 11 หลายคนอาจเคยเจออาการคอมพิวเตอร์หน่วงๆ หรือเข้าไปเช็กใน Task Manager แล้วพบว่า RAM ถูกใช้งานไปเยอะมาก ทั้งที่ไม่ได้เปิดโปรแกรมหนักๆ ล่าสุดสื่อนอกได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุหนึ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือฟีเจอร์ที่ชื่อว่า "Delivery Optimization" ครับDelivery Optimization คืออะไร?ฟีเจอร์ Delivery Optimization (การเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบ) ถูกออกแบบมาด้วยเจตนาดีครับ หน้าที่หลักของมันคือการช่วยลดภาระการใช้อินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ในการดาวน์โหลดอัปเดต Windows หรือแอปพลิเคชัน โดยใช้วิธีการแชร์ไฟล์อัปเดตระหว่างคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในวงแลนเดียวกัน หรือบนอินเทอร์เน็ต คล้ายกับระบบ Peer-to-Peerดาบสองคม: หวังดีแต่กินทรัพยากรแม้คอนเซปต์จะดูดี แต่ในทางปฏิบัติกลับพบปัญหาครับ มีรายงานจากผู้ใช้ในเว็บไซต์ Neowin และ Reddit (โดยผู้ใช้ชื่อ Niff_Naff) ที่ได้ทำการทดสอบและพบความผิดปกติว่า เจ้าระบบ Delivery Optimization นี้ แทนที่จะช่วยประหยัดทรัพยากร กลับกลายเป็นตัวการที่ "กินแรม (System Memory)" สะสมไปเรื่อยๆ เมื่อเปิดเครื่องทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรที่ชัดเจน จนผู้ใช้บางคนถึงกับแซวว่ามัน "นั่งกินแรมเล่นๆ เพื่อความบันเทิง" ซะอย่างนั้นscreenshot2026-01-06111931วิธีแก้ปัญหาด้วย ปิดมันซะ!ข่าวดีคือ เราสามารถปิดการทำงานของฟีเจอร์นี้ได้ง่ายๆ และไม่ส่งผลเสียต่อการใช้งาน Windows ทั่วไป (เพียงแต่เวลามีอัปเดต เครื่องเราจะต้องโหลดตรงจาก Server ของ Microsoft เองทั้งหมด ซึ่งเน็ตบ้านสมัยนี้เร็วพออยู่แล้วครับ)ขั้นตอนการปิด Delivery Optimizationไปที่เมนู Settings (การตั้งค่า)เลือกหัวข้อ Windows Updateคลิกเลือกเมนูย่อย Advanced options (ตัวเลือกขั้นสูง) -> แล้วหาคำว่า Delivery Optimization (การเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบ)ในหัวข้อ "Allow downloads from other PCs" (อนุญาตให้ดาวน์โหลดจากพีซีเครื่องอื่น) ให้กดสวิตช์เป็น "Off" (ปิด) สำหรับใครที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านเครื่องเดียว หรืออินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงอยู่แล้ว การปิดฟีเจอร์นี้ถือเป็นสิ่งที่ควรทำครับ เพราะจะช่วยลดภาระของ RAM และลดการทำงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น ทำให้เครื่องเบาและลื่นขึ้นได้ทันที


Posted

in

by

Tags: