เผยโฉม Booster T2 หุ่นยนต์ AI สุดล้ำ ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA

Booster T2 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นเรือธงแห่งปี พลิกโฉมวงการ AI ด้วยขุมพลัง NVIDIA Thor T5000 ตอบโจทย์การวิจัยขั้นสูง เคลื่อนไหวคล่องตัว พร้อมระบบนิเวศเปิดแบบครบวงจรBooster T2 คือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) รุ่นเรือธงที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Booster Robotics เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาและวิจัยด้าน Embodied AI รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้งานในสถานการณ์จริง หุ่นยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงถูกออกแบบมาเพื่อการเดินหรือเคลื่อนไหวพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสามารถปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนไปพร้อมกับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้โดยตรงจากระบบบนตัวหุ่นยนต์ (Onboard)นวัตกรรมที่น่าสนใจของ Booster T21. ขุมพลังสมองกลที่เหนือชั้นด้วย NVIDIA Thor จุดเด่นที่ทรงพลังที่สุดของ Booster T2 คือระบบประมวลผล ฐานระบบใช้ชิป NVIDIA Thor T5000 ซึ่งสามารถมอบประสิทธิภาพการประมวลผล AI บนบอร์ดได้สูงถึง 2,070 TFLOPS พละกำลังมหาศาลนี้เปิดโอกาสให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมทางสายตา (Visual Perception) เข้าใจข้อมูลหลากหลายรูปแบบ (Multimodal Understanding) วางแผนการทำงาน และควบคุมการเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำแบบเรียลไทม์ โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาระบบประมวลผลจากภายนอก2. สรีระและการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่ง ด้วยความสูงประมาณ 1.4 เมตร และน้ำหนักประมาณ 42-43 กิโลกรัม (อาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์เสริม) Booster T2 มีความคล่องตัวสูงมาก โครงสร้างของหุ่นยนต์มีองศาอิสระ (Degrees of Freedom – DoFs) รวม 31 องศา แบ่งเป็นขาข้างละ 6 องศา, แขนข้างละ 7 องศา, เอว 3 องศา และหัว 2 องศา ทำให้สามารถเคลื่อนไหวประสานกันทั้งตัว (Whole-body coordination) ได้อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ การใช้มอเตอร์ PMSM โรเตอร์ภายในความเร็วสูง ทำให้หุ่นยนต์สร้างแรงบิดสูงสุดได้ถึง 140 Nm ส่งผลให้สามารถทนทานต่อการใช้งานหนัก และรองรับน้ำหนักหยิบจับสำหรับสองแขนได้รวมสูงสุด 10 กิโลกรัม ในด้านความคล่องแคล่ว Booster T2 ทำความเร็วในการเดินได้สูงสุด 2 เมตรต่อวินาที และยังสามารถทำท่าทางผาดโผน เช่น การตีลังกา (Flips), การรักษาความสมดุลแบบไดนามิก และสามารถลุกขึ้นยืนเองได้เมื่อหกล้ม3. ระบบเซ็นเซอร์และการเชื่อมต่อที่ครบครัน เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ Booster T2 ได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์หลากหลายประเภท ได้แก่ กล้องแบบ Binocular ที่ส่วนหัวและส่วนเอว (และกล้องที่ข้อมือในรุ่นสเปกสูง) รวมถึงรองรับการติดตั้ง LiDAR เป็นอุปกรณ์เสริม ตัวหุ่นยนต์ยังมีไมโครโฟนแบบอาร์เรย์ ลำโพง และระบบเสียงแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ต่ำหรือข้อต่อมีอุณหภูมิสูงเกินไปตัวหุ่นยนต์มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 48V / 10Ah ซึ่งสามารถใช้งานแบบเดินต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ผ่านพอร์ตชาร์จแบบแม่เหล็ก) ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงผ่าน Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2 และพอร์ตต่างๆ เช่น USB, Type-C แบบล็อกได้ และ Ethernet4. ระบบนิเวศเปิด "Booster Studio" สำหรับนักพัฒนา Booster Robotics ได้สร้างระบบนิเวศซอฟต์แวร์เปิดที่เรียกว่า Booster Studio เพื่อให้นักพัฒนาสามารถทดสอบและวิจัยได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจำลองสภาพแวดล้อม (Simulation) การฝึกโมเดล AI อย่าง Vision-Language-Action (VLA) และ Reinforcement learning ไปจนถึงการติดตั้งระบบลงบนหุ่นยนต์จริง แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดรอยต่อระหว่างการคิดค้นนวัตกรรมในโลกเสมือนสู่การใช้งานบนฮาร์ดแวร์จริงเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่หลากหลาย Booster T2 ยังถูกแบ่งออกเป็น 3 แพ็กเกจ ได้แก่ Professional P1, P2 และ P3 โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบของมือจับ (End Effector) ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบมาตรฐาน แบบไม่มีมือจับ หรือมือกลที่มีความแม่นยำสูงแบบ 6-DOFบทสรุป Booster T2 ถือเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ด้วยการผสานพลังประมวลผลชั้นเลิศอย่าง NVIDIA Thor เข้ากับความคล่องตัวของฮาร์ดแวร์ระดับอุตสาหกรรม และซอฟต์แวร์ระบบเปิดที่เอื้อต่อการวิจัย แพลตฟอร์มเรือธงรุ่นนี้พร้อมแล้วที่จะปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์และเร่งการเติบโตของเทคโนโลยี Embodied AI ในอนาคตอันใกล้ข่าวที่เกี่ยวข้องทำไมจีนจึงกำลังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โลก เปิดเผยปัจจัยเชิงกลยุทธ์หลายมิติ “เซี่ยงไฮ้” จัดแข่งขัน “หุ่นยนต์ AI” ทดสอบงานกู้ภัย-การแพทย์ ใช้เชิงพาณิชย์


Posted

in

by

Tags: