กว่าจะมีวันนี้ หากถามว่า ยามนี้ใครคือนักเตะระดับเสาหลักที่ รีล มาดริด ไม่สามารถจะขาดไปได้เลย หนึ่งในนั้น ย่อมมีชื่อของ เฟเดริโก วัลเวร์เด ห้องเครื่องทีมชาติอุรุกวัย รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอนวัลเวร์เด กำลังทำผลงานได้อย่างเข้าฝัก และถูกพูดถึงอย่างมาก หลังระเบิดฟอร์มรัวแฮตทริกใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกที่ "ราชันชุดขาว" เปิดบ้านสอนเชิง "เรือใบสีฟ้า" 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ วัลเวร์เด และครอบครัว ต้องต่อสู้ และฝ่าฟันอุปสรรคมาแล้วอย่างมากมายเฟเด รำลึกความหลังให้ฟังว่า เมื่อครั้งยังเด็กพ่อแม่ของเขาต้องทำงานหนักจนสายตัวแทบขาดเพื่อให้เขาสามารถสานฝันในการเป็นนักเตะอาชีพได้ โดยคุณแม่ดอริสเป็นผู้ผลักดันให้เขาเข้าฝึกฟุตบอลกับ ปาเนรอล ทีมดังของอุรุกวัยจากนั้นหลังเรียนจบระดับประถมศึกษา วัลเวร์เด จึงตัดสินใจร่วมกับครอบครัวว่า จะไม่เรียนต่อเพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการเป็นนักฟุตบอล"ผมเห็นพวกท่านทำงานหนักตลอดเวลา มันลำบากมาก พ่อแม่ผมท่านทำทุกอย่างเพื่อให้ผมสามารถเล่นฟุตบลอต่อไปได้" ดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย รำลึกความหลังนอกจากนี้ วัลเวร์เด ยังเปิดเผยอีกหนึ่งเรื่องลับ ๆ ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า สมัยยังเป็นนักเตะวัยทีนตัวเขาไม่ได้วิ่งเป็นม้าอย่างทุกวันนี้ เพราะคิดว่า ตัวเองมีพรสวรรค์ และคุณภาพฝีเท้าระดับ "ดีเอโก มาราโดนา" ซึ่งนั่นน่าจะเพียงพอแล้วทว่าสุดท้าย วัลเวร์เด ก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติไปอย่างสิ้นเชิง หลังโดนโค้ชทีมเยาวชนของปาเนรอลเปลี่ยนตัวออกจากสนามเพราะไม่ยอมวิ่งไล่ตามประกบคู่แข่งเมื่อทีมตกเป็นฝ่ายตั้งรับย้อนกลับไปตอนอายุ 16 ปี วัลเวร์เด ได้รับเชิญให้เดินทางไปทดสอบฝีเท้าที่อังกฤษกับ อาร์เซนอล โดยได้ลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ "เดอะ กันเนอร์ส" ที่กรุงลอนดอนด้วย ซึ่งตอนนั้นเขาได้ เอมิ มาร์ตีเนซ ซึ่งยังเฝ้าเสาอยู่กับทีมเยาวชนของ "ปืนใหญ่" รับบทพี่เลี้ยง และล่ามเนื่องจากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยหลังจากมีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวก นักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับพรีเมียร์ลีก และความใหญ่โตโอฬารของ อาร์เซนอล อยู่นานพักใหญ่ เด็กหนุ่มจากมอนเตวิเดโอ ก็คิดว่า เขาได้เจอกับสโมสรในฝันของตัวเองแล้วทว่าน่าเสียดายที่ อาร์เซนอล ไม่ได้คิดแบบเดียวกัน และไม่ได้ยื่นสัญญาให้กับ วัลเวร์เดกระนั้นการพลาดหวังที่ อาร์เซนอล กลับทำให้ วัลเวร์เด ได้พบกับเนื้อคู่ตัวจริง เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีตัวแทนจาก รีล มาดริด เดินทางมาทาบทามให้เขาไปค้าแข้งที่ ซานติอาโก เบร์นาเบว ระหว่างลงรับใช้ ทีมชาติอุรุกวัย ในศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์อเมริกาใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศปารากวัยและก็เป็นอีกครั้งที่คุณแม่ดอริสผลักดันให้ลูกชายได้ย้ายไปค้าแข้งที่สเปนอย่างเต็มที่ แม้ประธานสโมสรปาเนรอลจะอยากให้ เฟเด เก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสโมสรต่อไปก่อนก็ตามการย้ายไปมาดริดในปี 2016 ทำให้ วัลเวร์เด ต้องช็อกอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งขณะที่ตัวเขามองไปรอบ ๆ ห้องแต่งตัวของทีมกาสตียา (ทีมชุด B ของ รีล มาดริด) แล้วพบว่า เพื่อนร่วมทีมใส่เข็มขัดกุชชี ใช้กระเป๋าสตางค์ของดีไซเนอร์ชื่อดัง และสวมนาฬิกาข้อมือราคาแพง ในขณะที่ตัวเขาใส่แค่เสื้อยืดราคาถูก"นั่นคือตอนที่ผมได้รู้ว่า เมื่อมาอยู่ที่นี่ผมก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย" วัลเวร์เด กล่าวหลังจากลงเล่นอยู่กับทีมกาสตียาหนึ่งฤดูกาล วัลเวร์เด ก็ถูกส่งไปหาประสบการณ์กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา โดยช่วงเวลาหนึ่งปีในแคว้นกาลิเซียมีความสำคัญมากสำหรับ วัลเวร์เด เพราะมันสอนให้เขารับมือกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง และเสียงวิจารณ์ นอกจากนี้มันยังช่วยให้เขาเติบโตขึ้นทั้งในฐานะนักฟุตบอล และมนุษย์คนหนึ่งอีกด้วยจากนั้น วัลเวร์เด ก็ต้องพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่อีกครั้ง หลังหลุดโผ ทีมชาติอุรุกวัยชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่ง มิดฟิลด์พลังไดนาโม ยอมรับว่า รู้สึกอับอายมากตอนเดินทางกลับบ้านเกิดเพราะเชื่อว่า ตัวเองทำให้เพื่อน ๆ และครอบครัวผิดหวังนอกจากนี้ในช่วงเดือนแรก ๆ ที่ รีล มาดริด นั้น วัลเวร์เด ก็มีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น และเล่นฟุตบอลอย่างไม่เป็นตัวของตัวเองเนื่องจากกลัวจะก่อความผิดพลาดในสนามแต่สุดท้าย วัลเวร์เด ก็ผ่านอุปสรรคทั้งหมดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของแฟนสาวอย่าง มินา โบนิโน ซึ่งเตือนสติเขาว่า "ถ้าคุณได้มาอยู่ที่ รีล มาดริด มันก็ต้องมีเหตุผลของมัน เลิกซ่อนตัว และออกไปสนุกกับฟุตบอลเหมือนสมัยที่คุณยังเป็นเด็กน้อยเถอะ"ด้วยความช่วยเหลือของจิตแพทย์ และโค้ชด้านสภาพจิตใจ รวมทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจของ จูเลน โลเปเตกี กุนซือ รีล มาดริด ในเวลานั้น ในที่สุด วัลเวร์เด จึงได้ลงประเดิมสนามให้ โลส บลังโกส เป็นครั้งแรกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ วิคตอเรีย พิลเซน เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ปี 2018 และลงเล่นไป 25 นัด รวมทั้งคว้าแชมป์สโมสรโลกมาครองได้สำเร็จในซีซั่นแรกกับทีมชุดใหญ่ต่อมา วัลเวร์เด จึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกในทีมชุดใหญ่ของ รีล มาดริด อย่างเต็มตัวในฤดูกาลถัดมา ภายใต้การคุมทัพของ ซีเนดีน ซีดาน และหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาหยุดกองกลางเท้าหนักได้อีกเลย เมื่อเขากลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ รีล มาดริด เดินหน้าคว้าแชมป์ ลา ลีกา มาครองได้ 3 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย และ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สมัย กระทั่งได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวกลางที่เก่งที่สุดในโลกในชั่วโมงนี้.ภาพ AFP
“เฟเด วัลเวร์เด” จากนักเตะที่ถูกอาร์เซนอลปฏิเสธสู่เสาหลัก “ราชันชุดขาว”
by
Tags: