ภรรยาเผยเก็บหลักฐานนานนับปี ก่อนตามจับได้ที่ทองผาภูมิ เตรียมปรึกษาสภาทนายความดำเนินคดีชู้และร้องเรียนทางวินัย ยืนยันเอาผิดถึงที่สุดหญิงวัย 41 ปี ร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี หลังอ้างพบสามีซึ่งเป็นทหารยศจ่าสิบเอก แอบคบหากับหญิงที่มีตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ โดยทั้งคู่ถูกพบอยู่ด้วยกันภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ขณะที่ฝ่ายหญิงยังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสามีของผู้ร้องด้วย โดยนางสาวหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี เข้าขอคำปรึกษาจากนายพงศ์พัฒน์ โพธิ์ทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมนำคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ขณะเข้าไปพบสามีกับหญิงคนดังกล่าวภายในห้องพักโรงแรม เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการทางกฎหมายนางสาวหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเริ่มสงสัยว่าสามีอาจมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น หลังจากสามีเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อปี 2568 ซึ่งสามีไปปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ตนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งการติดต่อทางโทรศัพท์ที่ยากขึ้น การใช้เวลาคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานเมื่อกลับบ้าน และการตั้งรหัสล็อกโทรศัพท์ที่ไม่เคยตั้งมาก่อน ต่อมา เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์ของสามี พบประวัติการวิดีโอคอลกับหญิงคนดังกล่าวหลายครั้ง เมื่อสอบถาม สามีกลับแสดงอาการไม่พอใจจนเกิดการทะเลาะกัน นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่สามีไม่อยู่ในห้องพักระหว่างปฏิบัติราชการในจังหวัดสุรินทร์ โดยมีข้อมูลจากบุคคลใกล้ชิดว่ามีผู้หญิงขับรถมารับออกไป ซึ่งรถคันดังกล่าวมีลักษณะตรงกับรถที่หญิงซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนใช้ผู้ร้องยังระบุว่า สามีของหญิงคนดังกล่าวเคยโทรศัพท์มาให้ข้อมูลว่า ทั้งสองคนน่าจะมีความสัมพันธ์กัน ทำให้ตนยิ่งเกิดความสงสัยและเริ่มรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมนางสาวหนึ่ง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ติดตั้งอุปกรณ์ GPS ไว้กับรถของสามี เมื่อตรวจสอบตำแหน่งพบว่ารถเดินทางไปยังโรงแรมหลายแห่งในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ และไม่พบว่าไปจอดพักอยู่ที่หน่วยตามที่คาดไว้ กระทั่งวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปตรวจสอบตำแหน่งด้วยตนเอง พร้อมน้องสาวและเพื่อน เมื่อไปถึงโรงแรมแห่งหนึ่งและพบสามีกับหญิงคนดังกล่าวอยู่ภายในห้องพักตามที่สงสัย จึงบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานผู้ร้องอ้างว่า ในช่วงแรกสามียังปฏิเสธ แต่หลังจากนำหลักฐานมาแสดงและซักถามเพิ่มเติม สามีจึงยอมรับว่าแอบคบหากับหญิงรายดังกล่าวจริง ส่วนหญิงที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นญาติของสามี โดยเป็นบุตรสาวของน้องสาวของแม่สามี และรู้จักกับสามีมาตั้งแต่วัยรุ่น ระหว่างเผชิญหน้ากัน หญิงคนดังกล่าวได้ถามว่าจะกลับไปใช้ชีวิตคู่กับสามีเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งทำให้ตนรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก ไม่คิดว่าจะถามแบบนี้ผู้ร้องกล่าวอีกว่า ตนใช้ชีวิตคู่กับสามีมานาน 14 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว แต่เมื่อเริ่มตั้งข้อสงสัยและสอบถามมากขึ้น สามีกลับแสดงอารมณ์โมโหและข่มขู่หลายครั้ง โดยมีครั้งหนึ่งโพสต์ภาพอาวุธปืนพร้อมกระสุนและข้อความว่า “ระเบิดเวลา” ซึ่งผู้ร้องกังวลว่าอาจเป็นการสื่อถึงตนหลังจากนี้ นางสาวหนึ่งระบุว่า จะขอคำปรึกษาจากสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต้นสังกัดของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาทางวินัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายอย่างเต็มที่
เมียหลวงช็อก! จับสามีทหารยศจ่าสิบเอกคาโรงแรมกับรอง ผอ.โรงเรียน เผยฝ่ายหญิงเป็นญาติกัน
by
Tags: