ข่าวปนคน คนปนข่าว++ "เสรีพิศุทธ์"กัดไม่ปล่อย! รุกฆาต "เขากระโดง" ทั้งป.ป.ช.-กกต. สะเทือนถึงเก้าอี้นายกฯ แฉยับ "ลูกเล่น" ซุกบ้านเน-"อนุทิน" ทำเป็นหนูไม่รู้!ดูท่ามรสุมลูกใหญ่ กำลังจะพัดถล่มกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงค่ายสีน้ำเงินเซราะกราว ที่กุมอำนาจรัฐบาลอยู่ในขณะนี้เข้าอย่างจัง! เมื่อ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เจ้าของสโลแกนสุดดุดันอย่าง "มึงโกง เจอกู" กัดไม่ปล่อยรุกฆาต ร่อนจดหมายฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ยื่นตรงถึงเลขาฯ ป.ป.ช.เรื่องของเรื่องก็คือ อธิบดีกรมที่ดิน "พรพจน์ เพ็ญพาส" โดนป.ป.ช. ตั้งกรรมการชุดใหญ่ไต่สวนปมละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน "เขากระโดง" บุรีรัมย์ ทั้งที่ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลปกครอง ขีดเส้นใต้หนาๆ พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า เป็นที่ดินของการรถไฟแต่งานนี้ อธิบดีกรมที่ดินคงไม่เหงา เพราะระดับ “เสรีพิศุทธิ์” เคลื่อนไหวทั้งที จะสอยแค่อธิบดีก็กะไรอยู่ เลยจัดหนัก "เหมาเข่ง" ยื่นคำร้องเพิ่ม หวังเช็กบิลตัวท็อปเพียบ!ไม่ว่าจะเป็น "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย, อรรษิษฎ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงบิ๊กเนม "บ้านใหญ่" บุรีรัมย์ ตั้งแต่ "เนวิน ชิดชอบ" ครอบครัว เครือญาติ ยันลูกชายสุดที่รัก "ไชยชนก ชิดชอบ" รมว.ดีอีโดนข้อหาหนัก ร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และกฎหมายที่ดิน พ่วงท้ายด้วยข้อหาบุกรุกที่ดินหลวง เอาไปทำสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และสารพัดบริษัทในเครือ ซึ่ง “เสรีพิศุทธิ์” ชี้เป้าต่อ ป.ป.ช. ว่าไหนๆ ก็เป็นเรื่องเดียวกันแล้ว ก็มัดรวมเขย่าเข่งไต่สวนไปพร้อมกันเลย จะแยกทำไมให้เสียเวลา!แต่ไฮไลต์เด็ดอยู่ตรงนี้ เมื่อล่าสุด "เสรีพิศุทธิ์" ไม่ปล่อยให้เรื่องสะดุด เดินสายบุกไปให้ถ้อยคำต่อฝ่ายสืบสวนฯของสำนักงานกกต. เพิ่มเติม กรณีที่เคยยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ สอย "นายกฯอนุทิน" และ "รมต.ไชยชนก" ให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เหตุเพราะ "ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" และฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากปมเขากระโดงนี่แหละงานนี้แฉหมดเปลือก สับแหลก ประเด็นที่ "อนุทิน" ชอบอ้างว่า ผมไม่มีที่ดินเขากระโดงแม้แต่ตารางนิ้วเดียว บ้านที่อยู่ก็บ้านนายเนวิน“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์” บอกเลยว่า ก่อนปี 60 อ้างว่าไม่รู้ว่าที่ดินผิดกฎหมายน่ะพอฟังขึ้น แต่หลังจากปี 60 ศาลฎีกาพิพากษาชัดเจนแล้วว่า บ้านนายเนวิน และสนามแข่งรถ มันทับที่การรถไฟฯ ในฐานะรัฐมนตรีจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้!ถ้ารู้ว่าผิดกฎหมาย ก็สมควรต้องย้ายออก แต่นี่ยังดื้อแพ่งอยู่ต่อ ลงเลือกตั้งเรื่อยมา จนศาลปกครองสั่งให้เพิกถอนในปี 66 ก็ยังเพิกเฉยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตอกย้ำกับ กกต. อีกว่า การเพิกเฉยต่อคำพิพากษา ถึง 4 ศาล ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนายเนวิน และพวกพ้อง ซึ่งเท่ากับว่าตัวนายกฯอนุทิน เองก็ร่วมบุกรุกที่การรถไฟฯด้วยส่วนกรณีที่ฝั่งกระทรวงมหาดไทย พยายามยื้อเวลา อ้างว่ากรมที่ดินกำลังพิสูจน์สิทธิ และเพิกถอนเป็นรายแปลงอยู่นั้น “เสรีพิศุทธ์” ฟาดกลับสั้นๆ แต่เจ็บจี๊ด ว่า "เป็นการตะแบง! ขอให้กลับไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครองให้ดี เขาเขียนไว้ชัดเจนหมดแล้ว"พร้อมทิ้งท้ายแบบเน้นๆ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่คดีตาสีตาสา เพราะนี่คือ นายกรัฐมนตรี และรมว.ดีอี ที่กำลังจะเอาเงินภาษีคนไทย ไปซื้อโครงการ TH-AI อีกพันกว่าล้านบาท หากปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ประเทศชาติจะยิ่งเสียหาย ฉะนั้นกกต. ต้องรีบทำ เพราะหลักฐานมันคาตาขนาดนี้แล้วงานนี้บอกเลยว่า "ค่ายน้ำเงิน" มีหนาวๆ ร้อนๆ จนไข้ขึ้นแน่นอน เพราะคนยื่นชื่อ "เสรีพิศุทธ์" กัดแล้วไม่มีปล่อย ตามสไตล์ ขาเผือกการเมืองห้ามกระพริบตาเด็ดขาด !++ มหาดไทยยุคอนุทิน มีแต่เรื่องงามหน้า ทุกเก้าอี้มีราคา… บรรจุขรก.ท้องถิ่น ต้องจ่ายหัวละ 7-8 แสน!?จับทุจริตสอบบรรจุ “ข้าราชการท้องถิ่น” สังกัดกระทรวงมหาดไทย ครั้งมโหฬาร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากป.ป.ช. และปปป. เข้าตรวจค้น บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรือง จำกัด หมู่ที่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตามเบาะแสที่ได้รับการร้องเรียนพบข้าราชการท้องถิ่น ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 10 คน ที่กำลังทำการแก้ไขกระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบ ถูกต้อง สอดคล้องกับรายชื่อคนที่จ่ายเงินการสอบดังกล่าว เป็นการสอบแข่งขันบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 6,669 อัตรา แต่มีผู้สมัครหลักแสนคนเมื่อคนสมัครมีมาก ตำแหน่งมีน้อย ก็มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์แอบอ้างว่า สามารถใช้เส้นสายในการช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือก เข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาทสำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่ ที่มีการแข่งขันสูงนี่ไม่ใช่ขบวนการต้มตุ๋น หลอกลวง แต่เป็นขบวนการซื้อขายตำแหน่งกันจริง !ขณะเข้าจับกุม ได้ทำการยึดของกลาง ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์และ ซีพียู 18 ชุด ที่ใช้ในการแก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ, บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบ ที่ถูกกำหนดให้มีการแก้ไขคะแนน และสำเนากระดาษคำตอบการสอบ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.68 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย และพบว่ามี การแก้ไขคะแนนไปแล้ว ประมาณ 2,000 ราย โดย "นาย พ." ปัจจุบันเป็นข้าราชการอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ภายในสถานที่ดังกล่าวจำนวน 3,000 รายนั้น เฉพาะที่เจอที่นี่ แล้วที่ยังไม่เจอ ยังไม่ถูกจับกุม เชื่อว่าน่าจะยังมีอีกประเมินการทุจริตครั้งนี้ สร้างความเสียหาย รวมกว่า 4,500 ล้านบาท! และแน่นอนว่าเงินจำนวนนี้ คงไม่ตกอยู่กับ ข้าราชการระดับล่างเพียงไม่กี่คน ที่ถูกจับกุมครั้งนี้เมื่อทราบเรื่อง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็ประกาศขึงขัง ก่อนเข้าประชุมครม. (23 มิ.ย.) ว่ากระทรวงมหาดไทย จะมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ต้องฟาดเต็มที่ และได้สั่งการไปแล้วตกบ่ายวันเดียว “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งย้ายด่วน “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปประจำกระทรวงมหาดไทย เป็นการชั่วคราว และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเมื่อย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของ “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” รู้แล้วก็ตัดสินเอาเองแล้วกันว่า เป็น“สิงห์น้ำเงิน” หรือไม่?!เพราะ“อนุทิน” เพิ่งย้ายเขา จากผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในช่วงที่มีการโยกย้ายใหญ่ ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี่เอง เพื่อให้มาทำงานคู่ขนานไปกับ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง เจ้าของไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่ได้ขึ้นเป็นอธิบดี ในคราวเดียวกันการทุจริตสอบบรรจุครั้งนี้ ถ้ามองในมุมของผู้สอบ ที่ยอมจ่ายเงินหลายแสน ก็หวังว่าตัวเองจะได้เป็นข้าราชการ มีเงินเดือน มีสวัสดิการ มีโอกาสเติบโตในสายงาน และบำเหน็จบำนาญ เมื่อเกษียณแต่จำนวนผู้สอบมหาศาล ตำแหน่งน้อย การแข่งขันสูง ผู้สมัครบางส่วนเชื่อว่า การอ่านหนังสืออย่างเดียวไม่พอ จึงเปิดช่องให้คนกลุ่มนี้ เรียกเงิน เพื่อแลกกับการได้บรรจุและที่ผ่านมา คนสอบได้คะแนนดีแต่ไม่ผ่านก็มีให้เห็น ข่าวลือเรื่อง “เส้นสาย” ก็มีกันมายาวนาน ได้รับรู้กันบ่อยๆยิ่งช่วงนี้ เป็น “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เป็นยุคของ “บ้านใหญ่ครองเมือง” ระบบเส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ “พวกกู” มีให้เห็นกันเป็นประจำ โดยเฉพาะการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ช่วงที่ผ่านมา “เป็นรูปธรรม” ที่เห็นได้ชัดดังนั้นการจะบรรลุเป้าหมายได้เป็นข้าราชการ จึงต้องใช้ “ช่องทางพิเศษ”ขณะที่ในมุมของข้าราชการ เมื่อ “หัวส่าย” ให้เห็นบ่อยๆ ทำไม “หางจะกระดิก” บ้างไม่ได้ การตัดสินใจใช้อำนาจหน้าที่ ทำการทุจริตจึงเกิดได้ง่ายยิ่งในยุคที่ “อนุทิน” นั่งรัฐมนตรีมหาดไทย เห็นชัดว่า การเมืองได้เข้ามาแทรกการบริหารแทบทุกระดับ การโยกย้ายทุกครั้ง ต้องมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เรียกได้ว่า “ระบบอุปถัมภ์” เด่นชัดมากข้าราชการที่คิดว่าตนเองได้รับการโปรโมต หรืออยู่ “สายสีน้ำเงิน” จึงมักจะเหิมเกริม ลุแก่อำนาจ เพราะคิดว่ามีนายคอยคุ้มหัวและในช่วง 2 ปีกว่า “อนุทิน” เป็นรมว.มหาดไทย ก็ไม่เคยมีการปฏิรูปโครงสร้างใดๆในด้านการบริหารงาน ไม่มีการกระจายอำนาจ ทุกอย่างยังรวมศูนย์อยู่ที่ตัว “อนุทิน”…เขาใช้ตำแหน่ง ใช้หัวโขน ลั๊ลลา ไปวันๆแต่เวลามีปัญหา มีเรื่องมีราว ค่อยกระจายความรับผิดไปให้ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคนรับเอาไว้เรื่องนี้ถ้าจะไล่เรียงความรับผิดชอบ คนที่ถูกเด้งไม่ควรเป็น “อธิบดีธีรุตม์” เพียงคนเดียว แต่ “อนุทิน” ในฐานะ รมว.มหาดไทย ต้องโดนเด้งด้วย!website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
“เสรีพิศุทธ์” กัดไม่ปล่อย! รุกฆาต “เขากระโดง” ทั้ง ป.ป.ช.-กกต. สะเทือนถึงเก้าอี้นายกฯ แฉยับ “ลูกเล่น” ซุกบ้านเน-“อนุทิน” ทำเป็นหนูไม่รู้! ** มหาดไทยยุคอนุทิน มีแต่เรื่องงามหน้า ทุกเก้าอี้มีราคา… บรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ต้องจ่ายหัวละ 7-8 แสน!?
by
Tags: