“เสรีพิศุทธ์” ปัดดีลร่วมรัฐบาล มอง 300 เสียง แค่เกมบีบ-เกมขู่ เพราะหวงเก้าอี้! ** “ทวี” โดดแจมเรื่องเลือกตั้งโมฆะ ทั้งที่พรรคประชาชาติ เพิ่งมีมติเข้าร่วมรัฐบาล

ข่าวปนคน คนปนข่าว++ “เสรีพิศุทธ์" ปัดดีลร่วมรัฐบาล มอง 300 เสียง แค่เกมบีบ-เกมขู่ เพราะหวงเก้าอี้!พรรค "น้ำเงิน" ภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังเดินหน้าดึงพรรคเล็กพรรคน้อยประเภทเสียงสองเสียงก็ปิดดีลล่าสุดมีกระแสว่า พรรคเสรีรวมไทย ที่มี "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส"เป็นผู้นำ เป็นอีกหนึ่งพรรคที่อาจถูกดึงร่วมรัฐบาลแต่เจ้าตัวรีบออกมาสวนกลางวง ว่า ยังไม่เคยคุย และต่อให้คุยก็จะไม่ร่วม!เหตุผลชัดๆ เพราะยึดคำหาเสียงที่ท่องจนขึ้นใจว่า “โกงเจอกู” ไม่อยากจะผิดคำพูดที่ให้ไว้กับผู้ลงคะแนนประเด็นที่ "เสรีพิศุทธ์" ระบุเข้าข่าย "โกงเจอกู" ของรัฐบาลใหม่นี้ ที่ต้องตรวจสอบมีเพียบทั้งที่ดินเขากระโดง, ปมบัตรเลือกตั้ง รวมถึงโรงพิมพ์รักษาดินแดน ที่ถูกพาดพิงว่าอยู่ใต้สายบังคับบัญชาของ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูลเรียกว่า “ป๋า” ไม่ได้มาเล่นๆ ยอมเป็นฝ่ายค้านชัดเจน เปิดหน้าชนไม่เหลือพื้นที่เผื่อใจส่วนประเด็นที่ว่า พรรคน้ำเงิน รวมเสียงได้แล้ว 300 เสียง…ของจริงหรือแค่เกมจิตวิทยา?"เสรีพิศุทธ์" ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลข 300 เสียงที่ปล่อยออกมา อาจเป็นเพียง “แรงกดดัน” ที่พุ่งไปยังพรรคกล้าธรรมเพราะภูมิใจไทย ยังต้องการเสียง แต่ไม่อยากแบ่งกระทรวงสำคัญนี่คือภาพการเมืองแบบอยากได้เสียง แต่ไม่อยากให้เก้าอี้!!งานนี้มีคำถามว่า ถ้าไม่เอากล้าธรรมแล้วเกิดเพื่อไทยล้างแค้น ถอนตัวรัฐบาลบ้าง นั่นหมายถึง "อนุทิน" ก็จะเจ๊งทันที“เสรีพิศุทธ์” ยิงหมัดตรงไปยังพรรคเพื่อไทย ถามแรงๆ ว่า เคยโดนแบบนี้แล้วจากพรรคน้ำเงิน จะกลับไปอีกทำไม?”พร้อมเสนอสูตรใหม่ให้ “เพื่อไทย”ถอนตัว แล้วตั้งรัฐบาลเองคำกล่าวนี้ไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่คือการขยี้“รอยแผลเก่า” ทางการเมือง ระหว่างพรรคน้ำเงิน Vs แดงถึงตอนนี้คงต้องบอกว่า “เสรีพิศุทธ์” วางจุดยืนตัวเองเป็นฝ่ายค้านอย่างแน่นอน ไม่ต้องคิดเยอะขณะที่ตัวเลข 300 เสียง อาจเป็นแค่เกมต่อรอง ไม่ใช่ตัวเลขปิดดีลจริงที่แน่ๆ พรรคเพื่อไทย คือ “ตัวแปร" สำคัญ ถ้าขยับแม้แต่นิด สมการทั้งกระดานเปลี่ยนทันที!งานนี้ ภูมิใจไทย กำลังเล่นเกมสูง แต่ยิ่งสูง ก็ยิ่งเสี่ยงเช่นกันสรุปแบบ "เน-หนู" ครูใหญ่น้ำเงิน…การเมืองรอบนี้ไม่ใช่แค่ตั้งรัฐบาลแต่เป็นเกมแห่งศักดิ์ศรี ใครจะยอมใครก่อน?ใครจะหักใครซ้ำรอยเดิม?และใครจะกลายเป็น “เสียงส่วนเกิน” ในสมการ 300 ?งานนี้..คนดูทั้งหลายเตรียมปูเสื่อ หาป๊อบคอร์นและเครื่องดื่มให้พร้อม…เพราะฉาก "หักมุม" ยังไม่เปิดม่าน !++ “ทวี” โดดแจมเรื่องเลือกตั้งโมฆะ ทั้งที่พรรคประชาชาติ เพิ่งมีมติเข้าร่วมรัฐบาลประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่กำลังเป็นปัญหาว่าอาจกระทบต่อหลักการ “ลงคะแนนลับ” และนำไปสู่การวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง โมฆะได้หรือไม่ตอนนี้มีผู้ไปร้อง ผู้ตรวจราชการแผ่นดินเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของผู้ตรวจฯ จะถูกส่งต่อไปศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ 27 ก.พ.นี้ ได้รู้กันถ้าผู้ตรวจฯ พิจารณาแล้ว มีมติส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็มาลุ้นกันว่า ศาลฯจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ถ้าไม่รับก็โล่งไปเปลาะหนึ่ง แต่ถ้ารับคราวนี้ก็ 50-50 แล้วเพราะ คำวินิจฉัยต่อไป อาจบอกว่าการมีบาร์โค้ด และ QR Code ไม่ได้กระทบหลักการลงคะแนนลับ การเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 8 ก.พ.69 ยังคงชอบด้วยกฎหมายแต่ถ้าวินิจฉัยว่า การออกแบบบัตรเลือกตั้งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ ก็อาจนำไปสู่การเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดหรือบางส่วนได้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด มี QR Code นี้ กูรูด้านกฎหมาย ยังเห็นแตกต่างกัน“วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ ด้านกฎหมายของหลายรัฐบาลในอดีต มองว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ การเลือกตั้งครั้งนี้ ก็อาจเข้าข่าย โมฆะได้ เพราะขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญขณะที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายในรัฐบาลปัจจุบัน และว่าที่รองนายกฯในอนาคต ก็ออกมาตอบโต้ โดยย้ำว่า คำว่า “ลับ” ตามรัฐธรรมนูญ มิได้หมายถึงความลับขนาดที่โลกไม่อาจรู้ได้ แต่หมายถึง กระบวนการที่คุ้มครอง ไม่ให้มีการเปิดเผยเจตจำนงของผู้เลือกตั้งโดยมิชอบมีการยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2561 มาเทียบเคียง ซึ่งเคยชี้ว่า การที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ทำเครื่องหมายแทนผู้พิการ หรือผู้ทุพพลภาพ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้บุคคลอื่นจะรับรู้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่มีเหตุถึงขั้นเป็นโมฆะ และกระแสที่เกิดขึ้น อาจเป็นการตีความเกินเลยข้อเท็จจริง อย่างที่ “บวรศักดิ์” ใช้โวหารว่า “เหาะเกินลงกา”นั่นเองอีกคนที่ออกมาแสดงความเห็น ในเชิงบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ “โกงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย” ก็คือ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” อดีต รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ทางพรรคเพิ่งมีมติให้เข้าร่วมโหวตหนุน“อนุทิน ชาญวีรกูล”เป็นนายกฯแต่โดยส่วนตัว และภารกิจหน้าที่ ที่ผ่านมานั้น “ทวี” รบกับภูมิใจไทย ทั้งเรื่องเขากระโดง และ ฮั้ว สว.“ทวี” บอกว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นสัญญาณอันตรายว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งกำลังถูกท้าทาย!เพราะเมื่อใดที่กระบวนการนี้ถูกตั้งข้อสงสัย ความเชื่อมั่นย่อมสั่นคลอน และความขัดแย้งในสังคม ก็จะทวีความรุนแรงขึ้น“ทวี” บอกว่า วันนี้ สังคมไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวจาก กกต. แต่ต้องการคำตอบใน 3 วิกฤตศรัทธา คือ1.วิกฤต "ความลับ" ของคูหาเลือกตั้ง … การพิมพ์ QR-Code ในบัตรสีเขียว (แบ่งเขต) และบาร์โค้ด ในบัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ทำให้การเลือกตั้ง "ไม่เป็นความลับ" ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน2.วิกฤต “บัตรเขย่ง” บัตรผีที่มากกว่าคน … เมื่อจำนวนบัตรในหีบ มากกว่าจำนวนผู้ลงชื่อรับบัตรจริง กว่า 3 แสนใบ นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่เข้าข่ายมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งอาจไม่สุจริต กกต.ต้องเร่งกระบวนการสืบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงโดยด่วน3.วิกฤต “ส่วนต่างผิดธรรมชาติ” ของบัตรสองสี… ผู้มีสิทธิ 1 คน รับบัตร 2 ใบ กากบาท 2 ครั้ง และหย่อนลงหีบพร้อมกัน แต่เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กลับพบส่วนต่างของจำนวนบัตรทั้งสองประเภทอย่างมหาศาล ความผิดปกตินี้ สะท้อนถึงความบกพร่อง ที่ต้องถูกตรวจสอบเชิงลึกหนทางเดียวที่จะกู้วิกฤตศรัทธาคืนมาได้ คือการ “เปิดกล่องดำ” ของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดยกกต. ต้องกล้าที่จะดำเนินการในประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้ ด้วยการตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบโดยมีตัวแทนภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ และนิติวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็นหรือรอยนิ้วมือกับบัตรที่ใช้จริง และตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิเปิดเผยขั้นตอนทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะนี่คือข้อมูลสาธารณะแต่ถ้า กกต. เลือกที่จะ“นิ่งเฉย” ปล่อยให้ความคลุมเครือ อึมครึม ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่แค่การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบและการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะถูกกล่าวขานว่า เป็นการเลือกตั้งที่ “โกงมากที่สุด” นับตั้งแต่มีขึ้นในประเทศไทยwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: