เส้นทางชีวิตตำรวจมือปราบตงฉิน! พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง

มือปราบตงฉิน!สืบจริง ลุยจริง ปราบจริงเจ้าของฉายา “เอ็ม 5 บ้าพลัง”เส้นทางชีวิตกว่าจะมาเป็นมือปราบของ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง จากรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สู่ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. เพราะได้ใกล้ชิดกับอาชีพตำรวจตั้งแต่เด็ก และรักในความถูกต้อง จึงตั้งเป้าหมายเดินในเส้นทางตำรวจมือปราบพล.ต.ท.ภูมินทร์ เล่าว่า ผมก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เกิดที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โตมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะมาก พ่อทำงานที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย แม่เป็นเสมียน ที่บ้านมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่ 1 คัน ถ้าถามว่าทำไมอยากเป็นตำรวจ ก็ต้องเท้าความไปว่า พ่อผมมีน้องชายคือท่าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ตอนนั้นท่านเรียนจบนักเรียนนายร้อยมา ท่านก็พาไปโรงพักด้วยที่ สน.พระโขนง ด้วยความที่ผมเป็นเด็กที่ไม่กลัว ไม่งอแง ท่านก็มักจะพาไปทำงานด้วย นั่นเลยทำให้รู้สึกรักการเป็นตำรวจตั้งแต่เด็กตอนนั้นเราใฝ่ฝันอยากเป็นมือปราบ อยากมีชื่อเสียง อยากได้รับการยอมรับจากตำรวจด้วยกัน ก็เลยเลือกไปที่สืบนครบาล 1 ให้เป็นครู เพราะเมื่อก่อนเขามี สืบเหนือ สืบใต้ สืบธนฯ ซึ่งสืบเหนือ คือสืบนครบาล 1 ก็ได้ไปอยู่ที่นั่น 2 ปี ได้ทำงานเข้าเวรสืบสวน ได้สืบสวนคดีสำคัญ ก็ได้ทำคดีสำคัญหลายๆ คดี ช่วงนั้นมีการปะทะ ล่อซื้อยาเสพติด คนร้ายคนค้ายายังมีพฤติกรรมต่อสู้กับตำรวจอยู่ ได้ทำวิสามัญ ตอนเป็นนายเวรก็ยังวิสามัญ ตั้งแต่ยังเป็นร้อยตำรวจโท เหมือนดวงชะตาลิขิตให้เป็นแบบนี้ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนกล้า เป็นคนมุ่งมั่น พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีต ผบช.น. ท่านเห็นแววก็ได้ให้มาเป็นสารวัตรสืบสวน กอง 5 กองบังคับการปราบปราม ทุกวันที่เข้ามาทำงานก็จะคุยกันกับทีมว่าวันนี้เราจะทำคดีไหนกันดี ป่วนพวกอาชญากรที่ไหนดี ก็จะหาเรื่องหาคดีทำกันทุกวัน จับกุมคดีสำคัญให้ได้ปิดฉากล่า “ยุทธ อู่ทอง” มือปืนคนสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัวผมเป็น ผบ.หมวด หน่วยสยบไพรี คนแรก เมื่อได้มาเป็นสารวัตรหน่วยคอมมานโด ก็ทำให้มีพื้นฐานมีความรู้ที่ได้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาก่อน ภารกิจแรกในฐานะสารวัตรคอมมานโดคือ ติดตามจับกุมคนร้ายสำคัญ นายยุทธ อู่ทอง ในพื้นที่ จ.นครปฐม ก่อเหตุในพื้นที่ภาค 6 แล้วหลบหนี ปฏิบัติการครั้งนั้นก็ได้ทำงานร่วมกันกับทางภาค 6ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีกล้องตัวเล็กแบบพกพา ติดที่ตัวได้ เราก็คิดว่าจะทำยังไงเพื่อป้องกันตัวเองเป็นพยานหลักฐานในการปฏิบัติภารกิจ ก็เลยให้ลูกน้องนำกล้องวิดีโอแคมมาพันเทปติดไว้กับหมวกเคฟล่า เพื่อเก็บภาพการทำงาน เราจะได้ตอบสังคมได้หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้น ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย หากคนร้ายยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องป้องกันตัว ซึ่งกรณีข้องนายยุทธ อู่ทอง เขาไม่ยอมให้จับกุมและยิงต่อสู้ เราก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนวิสามัญ“พุ่มพันธุ์ม่วง” แบบ “เอ็ม ภูมินทร์”พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ท่านเป็นก้าวที่ใหญ่ ที่ไม่สามารถก้าวตามท่านได้ในความหมายของตำแหน่งที่ท่านไปถึง แต่สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือขอให้ดีที่สุด ถามว่ากดดันไหม มองว่าเป็นอะไรที่เราต้องยิ่งประคองตัว อะไรที่ไม่ดี เราต้องไม่ทำ อะไรที่ดำมากๆ ไม่เอาเลย ไม่จำเป็น พุ่มพันธุ์ม่วงที่ผมเป็นอยู่ ก็เป็นพุ่มพันธุ์ม่วงในสไตล์ผม พุ่มพันธุ์ม่วงที่ผมสร้างในสไตล์ผมเอง จะพยายามประคองตัวให้อยู่ในโซนที่สังคมยอมรับได้ และเป็นที่ให้น้องๆ ดูเป็นแบบอย่าง“อุตส่าห์มาถึงวันนี้แล้ว ถ้าไปทำอะไรไม่ดีสักอย่างแล้วทำให้ชีวิตพี่ต้องพังทลายกับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด คงไม่อยากทำ”ในยุคที่ตำรวจถูกสังคมก่นด่า เป้าหมายที่อยากทำให้ได้ คือ เรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนพล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า การที่ให้สัมภาษณ์กับอีจัน เพื่อจะได้เตือนสติน้องๆ ที่เป็นตำรวจ ว่าอย่าหลงประเด็น อย่าใช้วิธีที่ผิด ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ถูกต้อง ต้องใช้ความรู้ที่ถูกต้อง เทคนิคการสืบสวนที่ถูกต้องในการไขคดี ในการดำเนินการทางกฎหมาย ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องจริงๆครูคนสำคัญที่สอนเรื่องงานสืบสวนที่ถูกต้อง คือ พล.ต.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ อดีต ผบช.ก. ในขณะนั้น ท่านสอนว่า ให้สืบจากที่เกิดเหตุ ถ้าเดินจากที่เกิดเหตุไป 1 เมตร แล้วไปไม่ได้ให้กลับมาที่ครึ่งเมตร เดินไป 2 เมตร ถ้าไปต่อไม่ได้ให้กลับมาที่ 1.5 เมตร ท่านหมายความว่าให้เราตรวจสอบจากที่เกิดเหตุให้ละเอียด พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดเราต้องเดินจากที่เกิดเหตุอย่าเอาอะไรมาสวม น้องๆ ในปัจจุบัน อาจจะมีที่ยังแยกระหว่างข้อเท็จจริงกับข้อสมมติฐานไม่ออกข้อสมมติฐาน คือ เราคิดไปว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นคนนี้ น่าจะเกิดอย่างนี้ข้อเท็จจริง คือ สิ่งที่มองเห็นและเกิดขึ้นอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น โต๊ะตั้งอยู่ตรงนี้ มีคราบเลือดติดตรงนี้ มีลายนิ้วมือติดตรงนี้ มีกล้องวงจรปิดอยู่ตรงนี้เราต้องเดินจากข้อเท็จจริงนำไปสู่ตัวผู้กระทำความผิด แล้วเอาเขามาสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าเราไปใช้วิธีการมโนหรือใช้หลักสมมติฐานของตัวเองมาเป็นตัวตั้ง เราก็จะเอาอย่างอื่นมาสวมเรื่อยๆ ไม่ใช่ก็เอาออกอยู่แบบนั้น จนมันอาจจะทำให้การสืบสวนผิดทางได้“การสืบสวน ถ้าเราเดินจากที่เกิดเหตุจริงๆ ถ้าไป 1 เมตรแล้วตัน ให้กลับมาที่ครึ่งเมตร ดูซิว่าเรายังละเอียดอะไรไม่พอ มันอยู่ที่นั่นแน่นอน จนเราจะได้พยานหลักฐานทั้งหมด มันจะกลั่นที่หัวเราเลยว่า ใคร มันจะชี้เป้าไปที่ไหน เป็นเข็มทิศนำทางไปที่ไหน แต่เราต้องอย่าเอาสมมติฐานมาใส่”พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ที่เห็นบางคดี หลายคดี เปลืองงบประมาณมาก สงสัยแล้วก็เอามา มันก็ผิดกระบวนการยุติธรรม คือการไปเอาตัวเขามาแล้วหาพยานหลักฐานในทางที่ผิด จริงๆ แล้วต้องบอกว่าการจับไม่ได้ ไม่เป็นไร คำว่าไม่เป็นไรหมายความว่า ถ้าเราเอาคนถูกมาเป็นคนผิด มันจะเป็นบาปกรรมติดตามตัวเรามากเลย“จับไม่ได้ไม่เป็นไรเต็มที่ก็โดนย้าย ถ้าเราจะห่วยแตกแล้วทำไม่สำเร็จก็โดนย้ายไป แต่อย่างน้อยเราไม่ติดคุก เราไม่เอาคนถูกมาเป็นคนผิด ความสบายใจ ไปเจอพี่น้องประชาชนที่ไหนก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”“ถ้าเราทำในสิ่งที่ผิด เป็นตำรวจอยู่ดีๆ กลับกลายเป็นผู้ต้องหาเอง มันก็ไม่ควร”การซักถาม กลเม็ดสำคัญในการสืบสวนพล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า การซักถามผู้ต้องหาเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก ได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่สำคัญ เราสามารถซักถามเขาได้โดยที่ไม่ต้องแตะตัวเขา ใช้ความเข้าใจเขา ใช้คำถามตามหลักวิชาในการซักถาม เขาพร้อมที่จะบอกเราด้วยความสมัครใจของเขาเอง ไม่ใช่เกิดจากการที่เราไปทรมานเขาหรือไปทำอะไรเขา การได้มาซึ่งพยานหลักฐานต้องไม่ผิดทางด้วย เพราะถ้าผิดทางเมื่อไหร่ เมื่อนั้นกระบวนการยุติธรรมเสีย“โจรหรือคนร้าย ไม่ได้กลัวว่าเรามีปืน ไม่ได้กลัวว่าเรายิงปืนเก่ง มันเกรงใจและกลัวคนที่ตรงไปตรงมา การที่เรายืนตรงหลักการ ยืนบนความถูกต้องโจรก็ยังกลัวเลย ไม่ต้องยืงปืนเก่งหรอกแค่เราทำถูกต้อง เขากลัวเราแล้ว เพราะเราตรงไปตรงมาไง ขอให้ยึดความถูกต้องไว้”ขีดความสามารถของตัวข้าราชการาตำรวจมีหลากหลายด้าน ที่สำคัญคืออยากให้ประชาชนรัก เรื่องนี้อยู่ในใจผมมาตลอด ทุกครั้งที่มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตำรวจบางคนแล้วประชาชนด่าตำรวจ เราสะเทือนกันหมด ขอยืนยันเลยว่ายังมีตำรวจอีกเยอะที่มีอุดมการณ์สูงมาก ทำเพื่อประชาชน รักประชาชน ทุกองค์กรก็มีทั้งคนดีและไม่ดี คำว่าอยากให้ประชาชนรักมันรวมทุกอย่าง ทั้งความเชื่อมั่น ทางความรู้สึก ความศรัทธาที่มีต่อกัน มันต้องสร้างจากความจริงใจ“เราเป็นข้าราชการตำรวจ เรายึดหลักความดี ความถูกต้องเป็นที่ตั้งก่อนเลยครับ อะไรไม่ดีไม่ถูกต้อง เรารู้ ไม่มีใครไม่รู้หรอกเพียงแต่จะทำได้หรือไม่ได้ พูดกี่ครั้งก็เหมือนกันทุกครั้ง แล้วความดีจะเป็นเกราะคุ้มกันภัยท่านเอง ต่อให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีท่าน ความดีที่ท่านทำมามันจะเป็นเกราะคุ้มภัย”พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวทิ้งท้ายฝากถึงข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ ว่า ประคับประคองตัวเองไว้ อย่าหลุด สติต้องดี อย่าหลุดจากสิ่งเย้ายวน มีคนที่เขาสนับสนุนตำรวจที่ดีแน่นอน มีมากมายในด้านที่เขาไม่ได้กระทำผิดก็มี เพียงแต่เราต้องแสดงอุดมการณ์ แสดงความมุ่งมั่นให้เขาเห็น แล้วแรงศรัทธาจะมาเอง ถ้าชีวิตเรามีกรอบที่ถูกต้องไว้มันก็จะทำให้เราไม่เขว ไม่อ่อนแอกับสิ่งเย้ายวน“ท่าน พล.ต.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ เคยพูดคำหนึ่งกับผม ว่า กะหx อ้าขาให้มึงเอา มึงไม่จำเป็นต้องเอานะ ตอนแรกเราก็งงว่าคืออะไร ท่านเปรียบเปรยครับว่า ถ้ามีใครมายื่นข้อเสนอที่มันเย้ายวนและเป็นสิ่งที่ผิด เราก็ไม่จำเป็นต้องไปทำ อย่าไปหลงสิ่งเย้ายวน”


Posted

in

by

Tags: