แก๊งสแกมเมอร์ ยกระดับเป็น “โรงงานมิจฉาชีพ” สุดอึ้งใช้เบอร์เดียวโทรฯหาเหยื่อ 8 แสนครั้ง

ชี้มิจฉาชีพพัฒนาเป็นศูนย์รวมเครือข่ายขนาดใหญ่ ในระดับอุตสาหกรรมหลายร้อยแห่ง เรียกว่าโรงงานมิจฉาชีพ ทาง ฮูส์คอลล์ ตรวจพบโทรศัพท์มิจฉาชีพ หลอกคนไทยถึง 39 ล้านครั้ง และเอสเอ็มเอส มิจฉาชีพอีก 134 ล้านข้อความนายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย ผู้ให้บริการแอปพิลเคชัน ฮูส์คอลล์ เปิดเผยว่า ฮูส์คอลล์ ได้เปิดเผยรายงานประจำปี 2568 เผยให้เห็นภาพรวมของภัยมิจฉาชีพ และแก๊งสแกมเมอร์ ที่ได้หลอกลวงคนทั่วโลก ซึ่งพบว่าปัจจุบันมิจฉาชีพได้พัฒนาเป็นศูนย์รวมเครือข่ายขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนสูง และได้ขยายรวมศูนย์เมิจฉาชีพในระดับอุตสาหกรรมหลายร้อยแห่ง หรือเรียกว่าโรงงานมิจฉาชีพ และองค์กรอาญชกรรมข้ามชาติ มีทั้งชั้นปฏิบัติการโทรฯ คู่มือสคริปต์ ทีมข้อมูล รวมถึงระบบรับคน ฝึกอบรม และบังคับใช้กฎระเบียบภายใน ดำเนินการไม่แตกต่างจากองค์กรธุรกิจรายงานยังระบุว่า ในประเทศไทย ยังมีความน่ากังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลรายบุคคลในประเทศไทย ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้รั่วไหลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป โดยใน 94% ของหมายเลขที่รั่วไหลถูกเชื่อมโยงกับชื่อ นามสกุล นอกจากนี้ 25% ของข้อมูลเหล่านี้ มีอีเมล 12% มีรหัสผ่าน 8% มีวันเดือนปีเกิดและ 9% มีข้อมูลที่อยู่จริง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มิจฉาชีพเปลี่ยนจากการ สุ่มโทรฯ ไปเป็นการใช้จิตวิทยาหลอกล่อแบบเจาะจงบุคคลที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าถึงชื่อ วันเดือนปีเกิดและที่อยู่ของเหยื่อ มิจฉาชีพจึงสามารถหลีกเลี่ยงคำถามตรวจสอบความปลอดภัย สร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อได้อย่างแนบเนียนด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน ดำเนินการสลับซิมการ์ด หรือโจมตีเพื่อยึดครองบัญชีได้อย่างง่ายดายการก้าวข้ามการโทรฯ หลอกลวงโทรศัพท์สู่การปลอมตัวทางดิจิทัลและมัลแวร์ซ่อนเร้นนายกชศร ใจแจ่ม กรรมการผู้จัดการ ฮูส์คอลล์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในรายงานยังระบุว่า ความพยายามก่อเหตุยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 68 คนไทยตกเป็นเป้าหมายของสายโทรศัพท์มิจฉาชีพถึง 39 ล้านครั้ง และเอสเอ็มเอส มิจฉาชีพอีก 134 ล้านข้อความ โดยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงที่พบการก่อกวนสูงสุด โดยข้อมูลพบว่า 27% ของสายโทรศัพท์ และ 52% ของ SMS ถูกยืนยันแล้วว่ามาจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุตัวตนไม่ได้ รวมทั้งสแปมและมิจฉาชีพและยังพบพบหมายเลขมิจฉาชีพ ที่โทรฯ ออกจำนวนมาก 7 เลขหมาย โดยเพียงหมายเลขเดียวสามารถโทรฯ ออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งปริมาณระดับนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้ระบบโทรฯ อัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้นนอกจากนี้ มิจฉาชีพได้เปลี่ยนแปลงในยุทธวิธีทางเทคนิคที่ โดยลิงก์อันตราย 37% เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ฟิชชิงที่ออกแบบมาเพื่อดักจับข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลธนาคาร หรือรหัสโอทีพี ในขณะที่ 32% เป็นมัลแวร์ที่มุ่งเข้าถึงอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรับโอทีพี และดูดข้อมูลธนาคาร นอกจากนี้ ยังมีการหลบเลี่ยงระบบกรอง เอสเอ็มเอส ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดย เอสเอ็มเอส ของมิจฉาชีพถึง 85% ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการพนัน ใช้อีโมจิ อักขระพิเศษหลากภาษา และการบังข้อความเพื่อหลบจากระบบตรวจจับอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการแอบอ้างสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแต่ละประเภทมีสัดส่วน 4% ของการแอบอ้าง และเมื่อรวมกัน ฟิชชิงและมัลแวร์คิดเป็น 69% ของยูอาร์แอล มิจฉาชีพทั้งหมด.


Posted

in

by

Tags: