วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ภายหลังมีการขอศาลอนุมัติหมายจับนายอนันต์ อัศวโภคิน หนึ่งในผู้ต้องหาตามคดีดังกล่าว โดยระบุว่าคดีนี้มีขั้นตอนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ภายหลังมีการขอศาลอนุมัติหมายจับนายอนันต์ อัศวโภคิน หนึ่งในผู้ต้องหาตามคดีดังกล่าว โดยระบุว่าคดีนี้มีขั้นตอนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562โดยในช่วงเวลาดังกล่าว พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ส่งสำนวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ว่าจะมีความเห็นแย้งต่อคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ ต่อมาอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 ประกอบกับความเห็นของพนักงานอัยการแล้วเห็นต่างจากคำสั่งดังกล่าว จึงมีความเห็นแย้งให้ดำเนินคดีและส่งฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการรอคำวินิจฉัยชี้ขาดจากอัยการสูงสุดต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 อัยการสูงสุดในขณะนั้นมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และการฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542ภายหลังมีคำสั่งดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมในหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการชี้ขาดให้ฟ้องสิ้นสุดลง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ต้องหาไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ส่งผลให้ไม่สามารถนำตัวส่งอัยการตามกำหนดนัดได้ จึงจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลขอออกหมายจับ และศาลได้อนุมัติหมายจับในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมาทั้งนี้มีรายงานว่า ในช่วงที่ไม่สามารถเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ ผู้ต้องหาได้แจ้งเหตุผลว่ากำลังเข้ารับการรักษาอาการไตวายระยะรุนแรงในต่างประเทศ และอยู่ในห้องไอซียู ซึ่งเป็นการรักษาต่อเนื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางกฎหมายยังต้องดำเนินต่อไป เนื่องจากไม่สามารถนำตัวเข้าสู่ขั้นตอนการฟ้องคดีตามกำหนดได้ โดยหลังจากนี้อาจมีการพิจารณาดำเนินการประสานตำรวจสากลเพื่อออกหมายสีน้ำเงินหรือหมายแดงในการติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในลำดับถัดไปด้านผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว แต่มีแนวโน้มว่านายอนันต์อาจไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยไตวายระยะสุดท้ายในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และถูกระบุว่าอยู่ในภาวะผู้ป่วยวิกฤตที่มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลในสถานพยาบาลที่เหมาะสมขณะเดียวกัน จากเอกสารประชาสัมพันธ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ระบุถึงพฤติการณ์คดีว่า นายอนันต์ถูกสอบสวนในข้อหาร่วมกันสมคบและฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยเกี่ยวข้องกับกรณีการซื้อที่ดินจากบริษัทหนึ่ง ซึ่งต่อมาพบว่าเงินที่ใช้ในการซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าวมีที่มาจากการทุจริตของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่นำเงินสหกรณ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และครอบงำกิจการบริษัทต่อมาเมื่อมีการขายที่ดินดังกล่าว เงินบางส่วนถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และบางส่วนถูกเก็บไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว พร้อมรับดอกเบี้ย ก่อนจะมีการโอนเงินบางส่วนกลับเข้าสู่บริษัทอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องและส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาภายหลังอัยการได้มีหนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2562 ส่งสำนวนกลับมาให้ดีเอสไอพิจารณาความเห็นแย้งตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ซึ่งอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นยืนยันให้ฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานยังรับฟังได้ว่ามีการกระทำผิดตามข้อกล่าวหา ก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาชี้ขาดต่อมาในปี 2567 อัยการสูงสุดในขณะนั้นมีคำสั่งชี้ขาดให้ดำเนินคดีและสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมายดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมด่วน! ศาลออกหมายจับ เจ้าสัวดัง คดีฟอกเงิน วัดพระธรรมกาย เปิดประวัติ อนันต์ อัศวโภคิน เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ทลายร้านลูกชิ้น หัวจ่ายยาเสพติดครบวงจรช่วงเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ
แจงด่วน! ดีเอสไอ เคลื่อนไหวทันที หลังศาลอนุมัติหมายจับ อนันต์ อัศวโภคิน
by
Tags: