แฉพฤติกรรม แม่บ้านเดทตอลผสมนมให้เด็กกิน เช็กกล้องพิรุธอื้อ งานไม่ทำถ่ายภาพทั่วบ้าน

แฉพฤติกรรม แม่บ้านเดทตอลผสมนมให้เด็กกิน เจ้าของบ้านเช็กกล้องวงจรปิดย้อนหลัง หลายอย่างมีพิรุธ ไม่ทำงานเดินถ่ายภาพทั่วบ้าน ซ่อนตัวก่อนออกมาตอนไม่อยู่บ้านเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 ธ.ค.2568 คุณหยก ผู้เสียหาย ได้เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากจ้างแม่บ้านรายวันมา แต่แม่บ้านใจเหี้ยม เทเดทตอลใส่ขวดนมให้ลูกชายวัย 2 ขวบ 4 เดือน กิน คาดหวังขโมยของคุณหยก กล่าวว่า ปกติที่บ้านจะมีแม่บ้าน 2 คน คนนึงทำหน้าที่เลี้ยงลูก ส่วนอีกคนนึงจะทำหน้าที่ทำความสะอาด แต่แม่บ้านที่ทำความสะอาดพึ่งลาออกไป จึงหาแม่บ้านรายวันมาทำความสะอาดเพราะว่ากำลังรอคนใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ เราก็เลยโพสต์หาในกลุ่มแม่บ้านในเฟซบุ๊ก ซึ่งปกติโพสต์แล้วก็จะได้แม่บ้านดี ๆ มาตลอดหลังจากนั้น แม่บ้านคนนี้ก็มาทำงานที่บ้าน เราไม่ได้มีโอกาสเจอกับเขาโดยตรง เพราะว่ากำลังดูแลน้องคนที่ 2 อยู่ จึงให้แม่บ้านประจำที่เป็นพี่เลี้ยงน้องคอยสอนงานให้ ระหว่างนั้นก็แนะนำว่าใช้อะไรทำความสะอาดบ้าง จากนั้นแม่บ้านประจำก็ไปดูแลน้องคนที่ 1 ต่อ ปล่อยให้เขาทำงานอยู่ในบ้านไปโดยที่เราก็ไม่ได้ติดตามดูจนมาช่วงประมาณ 12.20 น.ของวันที่เกิดเหตุ ขณะที่คุณยายกำลังพาลูกชายอายุ 2 ขวบ 4 เดือน ขึ้นไปนอนกลางวัน ซึ่งปกติแล้วลูกชายจะกินนมตอนเช้า แล้วเหลือตลอด เราก็มักจะวางนมที่เหลือไว้หัวเตียง และช่วงที่นอนกลางวัน ก็มาดูดนมต่อ ตอนที่หลานดูดคุณยายก็ได้กลิ่นเดทตอลแรงมากๆ บริเวณขวดนมและปากของหลาน คุณยายจึงรีบดึงขวดนมออกมาแล้วนำมาดม ปรากฏว่ากลิ่นเดทตอลผสมอยู่ในนมแรงมาก จึงรีบวิ่งขึ้นมาดูลูก ก่อนที่จะเปิดขวดนมออกมาดม และลองชิมดู กลิ่นเดทตอลแรงมาก แทบจะไม่มีกลิ่นนมเลย หลังจากดื่มไปก็รู้สึกคล้ายจะอาเจียนซึ่งในขณะนั้นลูกชายที่ดื่มนมขวดนี้ ดื่มในขณะหลับ ตนเลยรีบอุ้มลูกไปที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลทันที ก็ให้คุณหมอตรวจให้ เบื้องต้นลูกชายก็ไม่ได้มีอาการอาเจียนอะไร คุณหมอจึงบอกว่า สามารถสังเกตได้เพียงแค่อาการภายนอกเท่านั้น ทำได้เพียงแค่กินน้ำเยอะ ๆ และดูอาการ 24 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อผ่านครบ 24 ชั่วโมงแล้ว ปรากฏว่าไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้น ก็ถือว่าปลอดภัยแล้วหลังเกิดเหตุ เริ่มมีสติก็เลยโทรหาแม่บ้านอีกคนนึง ให้ตามหาแม่บ้านรายวันคนนี้ให้หน่อย แต่ว่าตามหาไม่เจอ ตนจึงได้ส่งข้อความส่วนตัวไปหาว่า “อยู่ที่ไหน” ซึ่งแม่บ้านบอกว่า “อยู่หน้าบ้านกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่” ในตอนที่ลูกชายปลอดภัย ก็เลยส่งข้อความไปถามว่า “ได้เอาอะไรใส่ในขวดนมของน้องหรือเปล่า จะไม่เอาเรื่อง แต่เพียงแค่อยากรู้ว่ามันคือสารอะไร จะได้รู้ว่ามันมีสารอะไรปนเปื้อนอีกบ้าง” ซึ่งแม่บ้านก็ไม่ได้ตอบ และได้บล็อกช่องทางติดต่อของตนแล้ววันต่อมาตนก็ได้มาเปิดกล้องวงจรปิดดู ก็เห็นว่าแม่บ้านคนนี้ได้เอาเดทตอลใส่ในขวดนมน้อง จากนั้นก็เอากลับไปวางไว้ที่เดิม ซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะทำแบบนี้ จากนั้นก็ได้ย้อนดูหลายหลายมุมของบ้าน ก็เห็นว่าพฤติกรรมแม่บ้านรายวันคนนี้ไม่ปกติ เปิดเครื่องดูดฝุ่นเสียงดัง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายทรัพย์สิน และถ่ายข้อมูลส่วนตัวของคนที่อยู่ในบ้านและตอนที่เห็นว่า เราได้ออกจากบ้าน และตามหาเขาไม่เจอ ปรากฏว่าแม่บ้านคนนี้ แอบอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่อยู่นอกบ้าน พอเราขับรถออกไป เขาก็รีบออกมาจากห้องนั้น แล้วก็พยายามเข้าบ้านเราอีกครั้งนึง แต่ว่าไม่สามารถเข้าได้เบื้องต้นทางครอบครัวได้ไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สน.บางโพงพาง เนื่องจากตำรวจให้ข้อมูลว่า น้องยังไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิต จึงไม่สามารถแจ้งความได้ นอกจากนี้ตำรวจได้นำขวดนม ไปตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีสารพิษอยู่ปริมาณมากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งก็จะใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 1 เดือน ยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจเพราะว่า เรามีหลักฐานครบทุกอย่าง แต่ไม่สามารถแจ้งความกับแม่บ้านรายนี้ได้ แต่ยังปล่อยให้แม่บ้านรายนี้ไปรับสมัครงานที่อื่น แล้วใช้ชีวิตตามปกติตนจึงได้ตัดสินใจโพสต์ข้อความแชร์ เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนที่กำลังจะจ้างแม่บ้านอยู่ และเมื่อได้โพสต์ออกไปก็หลายคน เข้ามาให้ข้อมูลตนเยอะมาก และพบว่าแม่บ้านคนนี้มีพฤติกรรมอันตรายเหมือนกับมิจฉาชีพ จะรับสมัครเป็นแม่บ้านรายวัน และคอยดูว่าบ้านไหนที่มีเด็กเล็ก ก็จะสมัครงานบ้านนั้น โดยมีพฤติกรรมจะชอบทำให้เด็กเล็กเป็นอะไรบางอย่าง เพื่อให้คนในบ้านออกไปจากบ้านให้หมด หลังจากนั้น แม่บ้านคนนี้ก็จะกลับเข้ามาในบ้านแล้วก็ขโมยทรัพย์สินหรือของมีค่าออกไปอย่างไรก็ตาม แม้ว่าในตอนนี้ลูกชายจะอาการปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกกังวลกับพฤติกรรมของรายนี้ เพราะว่ายังคงใช้ชีวิตตามปกติอยู่อ่านข่าว แม่บ้านใจเหี้ยม เทเดทตอลใส่ขวดนมให้เด็กกิน คาดหวังขโมยของอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แฉพฤติกรรม แม่บ้านเดทตอลผสมนมให้เด็กกิน เช็กกล้องพิรุธอื้อ งานไม่ทำถ่ายภาพทั่วบ้านติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: