แฉหมดเปลือก ซื้อเสียงมีทั่วประเทศ เปิดราคาภาคไหนสูงสุด-ต่ำสุดเท่าไหร่

คณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่นชี้ซื้อเสียงมีทั่วประเทศ เฉลี่ยหัวละ 985 บาท ยันมีคนระบุสูงสุดได้หัวละ 7.5 พันบาท น้อยสุดได้แค่ 100 บาท พร้อมเปิดราคาทุกภาค ภาคไหนได้สูงสุด–ต่ำสุดเท่าไหร่ ย้ำประเด็นถูกจุดติดแล้ว ประชาชน–ธุรกิจเกลียดคอร์รัปชัน รับเงินแต่ไม่กา กลัวเข้ามาหาผลประโยชน์นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และ เพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชน และภาคธุรกิจ มีการตื่นตัวในประเด็นการซื้อเสียง คอร์รัปชันของพรรคการเมือง หลังจากคณะทำงานฯ ได้เปิดผลสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย ซึ่งเป็นการสำรวจความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ในทุกจังหวัด โดยแต่ละพื้นที่ระบุค่าเฉลี่ยแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ระบุว่า แม้ว่าจะรับเงิน แต่ก็จะไม่เลือก เพราะกลัวว่า นักการเมืองรายนั้นจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งสำหรับกรณีที่มีหลายคนตั้งคำถามว่า การซื้อเสียงที่จ่ายหัวละสูงสุด 7,500 บาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นการระบุของผู้ตอบแบบสอบถาม แต่ก็เป็นส่วนน้อยมาก โดยค่าเฉลี่ยการซื้อเสียงทั่วประเทศ อยู่ที่คนละ 985 บาท โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซื้อเสียงเฉลี่ย 1,169 บาท สูงสุด 7,500 บาท ต่ำสุด 100 บาท, ภาคกลาง ซื้อเสียงเฉลี่ย 856 บาท สูงสุด 5,000 บาท ต่ำสุด 100 บาท, ภาคตะวันออก ซื้อเสียงเฉลี่ย 842 บาท สูงสุด 3,000 บาท ต่ำสุด 200 บาท, ภาคเหนือ ซื้อเสียงเฉลี่ย 1,077 บาท สูงสุด 5,000 บาท ต่ำสุด 100 บาท, ภาคอีสาน ซื้อเสียงเฉลี่ย 869 บาท สูงสุด 5,000 บาท ต่ำสุด 100 บาท และภาคใต้ ซื้อเสียงเฉลี่ย 872 บาท สูงสุด 5,000 บาท ต่ำสุด 200 บาท“ถ้าจะให้ประเมินเงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งปี 69 จะมีมูลค่ารวมเท่าไร จะประเมินยาก ซึ่งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีการประเมินค่าใช้จ่ายในภาครวม ทั้งการหาเสียง การลงพื้นที่ การทำกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ จำนวนมาก คาดว่า จะมีมูลค่าเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 40,000–60,000 ล้านบาท จะไม่สามารถแยกเป็นมูลค่าเงินซื้อเสียงได้ ตอนนี้ภาคธุรกิจและประชาชนคาดหวังให้พรรคการเมืองดำเนินการเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน เช่น ตรวจสอบประวัติผู้สมัครก่อนให้ลงสมัคร, คณะกรรมการบริหารลาออกทั้งคณะหากหัวหน้าพรรคทุจริต, ไล่ออกทันทีหากพบทุจริต, ตัดความสัมพันธ์กับนักธุรกิจทุนเทา, ห้ามแต่งตั้งรัฐมนตรีสีเทาดำเนินคดีทางกฎหมายและริบทรัพย์สมาชิกที่ทุจริต, ไม่รับบุคคลที่มีประวัติโกงเข้าพรรค”


Posted

in

by

Tags: