แนะ! สำรองเงินสด 3–6 เดือน รับมือผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง

สภาผู้บริโภค เตือน! ความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลาง อาจกดดันค่าครองชีพ แนะ ประชาชนวางแผนการเงินรัดกุม สำรองเงินสดฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือน พร้อมปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย รับมือเศรษฐกิจผันผวนนางชูเนตร ศรีเสาวชาติ อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค แนะประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือค่าครองชีพที่อาจเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเสนอ 5 แนวทางสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินของครัวเรือน ได้แก่1. วางแผนการเงินอย่างรัดกุม โดยควรจดบันทึกรายรับ–รายจ่าย ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ลดการซื้อสินค้าเกินความจำเป็น หรือปรับพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม หรือวางแผนการทำอาหารเองเพื่อร่วมลดค่าใช้จ่าย2. มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อรักษาสภาพคล่องในครัวเรือนและรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วยหรือความไม่มั่นคงด้านรายได้3. สำรองสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเหมาะสม และไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้า แต่สามารถสำรองเพิ่มจากปริมาณปกติประมาณ 10% พร้อมเน้นสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร ยารักษาโรค ผ้าอนามัย หรือผ้าอ้อมเด็ก4. เปรียบเทียบราคาและระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ โดยตรวจสอบราคาจากหลายแหล่งทั้งในร้านค้าและออนไลน์ และควรตรวจสอบฉลากสินค้า วันหมดอายุ และคุณภาพสินค้าอย่างละเอียด5. สนับสนุนสินค้าไทยและสินค้าโอท็อป โดยการเลือกใช้สินค้าไทยหรือสินค้าชุมชนสามารถช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และช่วยสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศนางชูเนตร กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุชซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในอนาคต แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะมีมาตรการตรึงราคาพลังงาน แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถควบคุมต้นทุนทั้งหมดได้ เนื่องจากน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10–20% ของต้นทุนโลจิสติกส์ ดังนั้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนสินค้าและบริการอาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5–10% ในระยะต่อไปขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดสดในกรุงเทพฯ พบสัญญาณการปรับตัวของสินค้าในลักษณะ “ราคาเท่าเดิมแต่ปริมาณลดลง” ในสินค้าบางประเภท สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ผู้ประกอบการเริ่มรับมือด้วยการลดขนาดหรือปริมาณสินค้าแทนการปรับขึ้นราคา นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของบรรจุภัณฑ์ และอาจเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนสินค้าในระยะต่อไปทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซหุงต้มในอนาคต ขณะที่รายได้ของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับเท่าเดิม ส่งผลให้ภาระค่าครองชีพเพิ่มขึ้นและกำลังซื้อของครัวเรือนลดลง โดยสภาผู้บริโภคได้ร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศติดตามและตรวจสอบราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมจัดทำหนังสือเสนอหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้สินค้าไทยและสินค้าโอท็อป เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาวนอกจากนี้ ยังเตือนให้ผู้บริโภคระวังมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าปลอมหรือสินค้าคุณภาพต่ำในราคาถูกผิดปกติ โดยควรตรวจสอบฉลากสินค้า วันหมดอายุ และคุณภาพสินค้าอย่างรอบคอบหากพบการขายสินค้าเกินราคา ไม่แสดงป้ายราคา หรือสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านช่องทางของสภาผู้บริโภค เพื่อปกป้องสิทธิของผู้บริโภคต่อไปข่าวที่เกี่ยวข้อง"วิธีจัดพอร์ตการลงทุน" จากเป้าหมายตามระยะเวลา สั้น กลาง ยาว พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรู้! 3 เทคนิควางแผนทางการเงิน ก่อนส่งลูกเรียนต่างประเทศ อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แนะ! สำรองเงินสด 3–6 เดือน รับมือผลกระทบ สงครามตะวันออกกลางติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


by

Tags: