แม่ไม่เชื่อ ลูกสาวผูกคอดับ สงสัยแฟนทำร้าย หายตัวหลังเจอศพ

แม่ไม่เชื่อ ลูกสาววัย 22 ผูกคอดับปริศนา คาห้องพักย่านสามเสน ไม่คิดว่าจะลูกจะทำแบบนี้ สงสัยแฟนทำร้าย เชื่อทะเลาะกันก่อนตาย หายตัวหลังเจอศพเมื่อเวลา 19.45 น.วันที่ 6 พ.ย.2568 ร.ต.ท.กีรติ ธิโนชัย สว.(สอบสวน) สน.สามเสน ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในชุมชนหลังวัดวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม.จึงแจ้งนิติเวชโรงพยาบาลวชิระ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้สองชั้น ซอยเป็นห้องให้เช่าจำนวน 4 ห้อง ห้องผู้เสียอยู่ด้านล่างประตูสีน้ำเงิน ภาพในห้องเครื่องปรับอากาศยังทำงานอยู่ ข้าวของกระจัดกระจาย พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ผูกคอกับเสาในตู้ที่แขวนเสื้อผ้า ทราบชื่อคือน.ส.เสาวลักษณ์ หรือมุก อายุ 22 ปี สวมชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นลายทางน้ำเงิน-ขาวทางด้านแม่ของผู้ตายติดใจในการเสียชีวิตของลูกสาว เพราะว่าลูกตนเองไม่เคยที่จะทำแบบนี้ ส่วนแฟนหนุ่มทราบชื่อต่อมาคือ นายมานะ สวมเสื้อแขนสั้นสีชมพู กางเกงยีนส์ขายาวได้อุ้มสุนัข 2 ตัวหนีหายไป ช่วงชุลมุนและไม่สามารถติดต่อได้โดย น.ส.อุบลวรรณ อายุ 46 ปี แม่น้องมุก เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นมีคนโทรมาบอกว่า ลูกผูกคอตาย ก็เลยรีบวิ่งมาดู เมื่อมาถึงก็พบลูกเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยปกติน้องมุก เป็นคนที่ร่าเริงสดใส แต่บางทีมีเรื่องอะไรเค้าจะไม่ค่อยบอก โดยเฉพาะเวลาอยู่กับแฟน ซึ่งเค้าออกไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันซึ่งแฟนเค้านั้น อุปนิสัยเป็นคนใจร้อน อารมณ์รุนแรง ไม่ค่อยมีเหตุผล หงุดหงิดง่าย ที่ผ่านมามักทะเลาะกันบ่อยอยู่แล้ว และชอบทำร้ายร่างกายลูกเรา โดยทั้งคู่คบกันมาราว 3 ปีแล้ว ซึ่งปีที่3 ก็ตีกันมาตลอดล่าสุดเราก็ไม่ทราบว่าเค้าตีกัน หรือทะเลาะกันตอนไหน เพราะเค้าอยู่กันกับแฟนสองคน ที่ผ่านมาเคยมี ที่ลูกถูกแฟนทำร้ายรุนแรง และเรามาเห็นพอดี เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราก็สงสารลูก แล้วก็บอกว่าให้เลิกกัน ให้กลับมาอยู่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเองก็ไปรับเขากลับมาบ้านหลายครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เค้าไม่ได้เช่าอยู่ที่นี่ เค้าเช่าอยู่ที่อื่น แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้เลิกกัน กลับไปคบกันสำหรับเหตุการณ์ในการเสียชีวิตครั้งนี้ เราก็มีความสงสัย ไม่รู้ว่าจะเป็นฝ่ายชาย หรือเพื่อนเขา หรือเปล่า เราได้แต่สันนิษฐาน เพราะมีคนเห็นว่า มีบุคคลที่สามเข้ามาด้วย เป็นเพื่อน ซึ่งเราไม่คิดว่าลูกเราจะทำร้ายตัวเอง เพราะลูกเราไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรแบบนี้เลย อีกอย่างลูกเพิ่งจะอายุ 22 ปี และเพิ่งคุยกันล่าสุดเมื่อช่วง 10:53 น.โดยทักมาขอเงิน 50 บาทตอนนี้อยากฝากบอกแฟนเค้าว่า เค้าเจอศพแล้ว แต่กลับหายตัวไปไหน ทำไมไม่ออกมา เพราะตอนที่เค้าเจอ เค้าเจอเป็นคนแรก แล้วก็สวนกับเรา ตอนที่เราจะเข้ามาดูลูก แล้วเค้าก็วิ่งออกหายไปเลย จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่เจอเค้าเลย ไม่รู้หายไปไหน อยากให้ออกมาพูดกล่าวข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเนื่องจากว่าเราสงสัยในตัวแฟนเขา เพราะสภาพห้องมันเละหมดเลย มันผิดปกติอีกอย่างเราคิดว่า อย่างน้อยคนเราถ้าจะคิดสั้น เค้าก็ต้องมีท่าทีแปลก เช่นบอกรัก "หนูรักแม่นะ" รึอะไร แต่อันนี้ไม่มีอะไรเลย แล้วตอนเช้าที่เค้าทักมา เค้าก็ทักมาขอตังค์ 50 บาท ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันเค้าอยู่แล้ว เพราะว่าสองสามวันเค้าจะขอ 50 บาทไปเติมอินเตอร์เน็ต แล้วดูท่าทีแล้วเค้าไม่น่าจะคิดที่จะฆ่าตัวตาย ปกติเค้าโดนทำร้ายหนักกว่านี้ ยังไม่คิดจะฆ่าตัวตายเลย แต่อันนี้ผิดปกติซึ่งจากการสอบสวน พบว่าเพื่อนผู้ตายที่อยู่ด้วยกันครั้งสุดท้าย คือนายทรงพล อายุ 28 ปี เปิดเผยว่า เข้ามานั่งเล่นตอนตีสี่ครึ่ง นั่งเล่นกันสักพักนึงแฟนของผู้ตายก็ทะเลาะกับลูกน้อง แล้วก็บอกให้ผู้ตายเก็บของ จะย้ายบ้านเข้าไปในวัง ผมก็บอกว่า "ได้" เดี๋ยวผมช่วยเก็บของ และขนของช่วย จากนั้นคนตายก็เก็บเสื้อผ้าก่อนหน้านี้เค้าทะเลาะกันบ่อย ทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วย ครั้งสุดท้ายนี่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เพราะตัวเองนานๆจะเข้ามาที แต่ล่าสุดสุดท้าย ก็น่าจะเป็นประมาณช่วงเดือนที่แล้ว ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง ปกติอุปนิสัยของ ผู้ตายเป็นคนนิสัยดี เจอก็ทัก ดูจากลักษณะแล้วไม่น่าจะคิดเรื่องแบบนี้ เพราะปกติเค้าไม่เคยพูดเรื่องนี้ เวลาเค้าเครียดก็อยู่คนเดียว ดูจากลักษณะแล้วเค้าไม่น่าจะคิดเรื่องแบบนี้ แต่ก่อนที่ผมจะกลับ ผู้ตายยังบอกว่า ให้ตนอยู่เป็นเพื่อน แต่เนื่องด้วยผมตอนเช้ามีธุระเลยไม่ได้อยู่ด้วย จนมารู้อีกทีก็เป็นแบบนี้แล้วเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรได้ส่งมอบผู้เสียชีวิต ให้กับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งโรงพยาบาลนิติเวช เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต และจะนำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ไม่เชื่อ ลูกสาวผูกคอดับ สงสัยแฟนทำร้าย หายตัวหลังเจอศพติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: