“แสนสิริ”จับมือ”Whoscall”ป้องกันภัยไซเบอร์ให้ลูกบ้านและชุมชนสร้าง “คอมมูนิตี้ปลอดภัย”

เสริมเกราะป้องกันดูแลลูกบ้าน Sansiri Family ทุกเจเนอเรชัน พร้อมขยายความรู้ ‘แก่ผู้สูงอายุ’ และการเข้าถึงไปยังชุมชนโดยรอบ ให้ใช้ชีวิตปลอดภัย อุ่นใจรอบด้าน รับสิทธิ์ได้ผ่านแอป Sansiri Home Serviceชลีรัตน์ ต่อจรัส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และพาร์ทเนอร์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายมาโดยตลอด โดยเฉพาะ ‘ความปลอดภัย’ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว ล่าสุดได้ร่วมมือกับ Whoscall เพื่อต่อยอดภารกิจด้านความปลอดภัย ให้ครอบคลุมภัยใกล้ตัวในโลกดิจิทัลที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ผ่านเพียงหน้าจอมือถือ เพราะเราเชื่อว่า ‘คอมมูนิตี้ที่น่าอยู่’ เริ่มต้นจากความอุ่นใจที่มั่นคงในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘ที่อยู่อาศัย’ แต่คือ ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ ของทุกคนในชุมชน”โดยทุกวันนี้ ภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกภายนอกอีกต่อไป แต่มาในรูปแบบของ ภัยไซเบอร์ ที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด นอกเหนือจากความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี LIV-24 ในทุกโครงการ ยังรวมถึงการสร้าง ‘คอมมูนิตี้ที่ปลอดภัย’ ด้วยโค้ด Whoscall พรีเมียม เบสิก ใช้งานได้นาน 365 วัน เพื่อให้ลูกบ้านและครอบครัวอุ่นใจในทุกด้าน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยให้ชุมชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี โดยลูกบ้านสามารถกดรับสิทธิ์ได้ผ่าน แอปพลิเคชัน Sansiri Home Service ตั้งแต่ 11 กันยายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าโค้ดจะหมด จุดเด่นของ Whoscall พรีเมียม เบสิก คือ บล็อกสายมิจฉาชีพ และเบอร์ที่น่าสงสัยได้อัตโนมัติ“จากข้อมูลเชิงสถิติพบว่า สถานการณ์ภัยไซเบอร์ในไทยน่าเป็นห่วง มูลค่าความเสียหายจากต้นปีนี้สูงถึง 60,000 ล้านบาท โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 25-40 ปี (70%) และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (60%) ซึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพใช้มากที่สุด คือ โซเชียลมีเดีย (80%) สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน”นอกจากนี้ แสนสิริยังมีแผนจัดกิจกรรมเชิงรุก เช่น มินิเวิร์กช็อป เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัย ใกล้ตัวแก่ลูกบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี พร้อมทั้งมอบโค้ดให้กับชุมชนโดยรอบและพันธมิตรที่ร่วมช่วยเหลือสังคม เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง“เราเชื่อว่าการเป็นพลเมืองดี หรือ Good Citizenship ไม่ได้แค่ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย แต่หมายถึงการช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยให้คนรอบข้างด้วย และหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวของการสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในสังคมไทย สังคมที่ปลอดภัย น่าอยู่ และน่าเชื่อถือ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านอย่างยั่งยืน” ชลีรัตน์ กล่าว


Posted

in

by

Tags: