“แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล” เผยปี 68 ยอดธุรกรรมสูง 2 พันล้านรายการ

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนุนยอดธุรกรรมกว่า 2 พันล้านรายการในปี 2568 พร้อมขยายการชำระเงิน AI และเครื่องมือพาณิชย์ดิจิทัล เพื่อผลักดันการเติบโตที่ทั่วถึงนาย ดักลาส ฟีกิน ประธาน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินดิจิทัล เปิดเผยว่า บริษัทได้มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านการชำระเงิน สินเชื่อ ธนาคารดิจิทัล และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ยังขาดการเชื่อมโยงที่เป็นระบบ โดยปัจจุบันให้บริการแก่ผู้ประกอบการทั่วโลกกว่า 150 ล้านราย โดย 90% ของจำนวนดังกล่าวเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และในปี 68 ที่ผ่านมา ให้บริการทำธุรกรรมดิจิทัลข้ามพรมแดนมากกว่า 2 พันล้านรายการ ขณะที่ อาลีเพย์พลัส เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานกว่า 1.8 พันล้านบัญชี จากพันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศ 40 ราย เข้ากับร้านค้าในกว่า 100 ตลาดทั่วโลก ถือเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านการชำระเงินมือถือข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผนึกกำลังกับเครือข่าย โออาร์ แห่งชาติ 11 แห่งทั่วโลก"ในตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การนำ เอไอ และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานจริงอย่างน่าเชื่อถือและสามารถขยายผลได้ จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย งถึงเวลาแล้วที่ผู้พัฒนาฟินเทคจะต้องเปลี่ยน 'การเข้าถึง' เทคโนโลยี ให้กลายเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตที่แท้จริง โดยบริษัท จะทำงานอย่างหนักยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถเข้าถึงโซลูชันการชำระเงินดิจิทัล การเงิน การค้า และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"นาย ดักลาส กล่าวต่อว่า บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีฟินเอไอ ที่เชื่อถือได้ ในปี 68 และได้เปิดเผยซอร์สโค้ด โมเดล เอไอที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ ฟัลคอน ไทม์-ซีรีส์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ หรือ ทีเอสที ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และสามารถลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง ได้สูงถึง 40% ซึ่ง การนำ เอไอ มาใช้ต้องตั้งอยู่บนรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้พัฒนา โมเดล ชีลด์ ซึ่งเป็น เอไอ สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 3-อิน-1 ที่สามารถบูรณาการข้อมูลได้หลากหลายมิติ ทั้งข้อมูลแบบกราฟ ลำดับ และตาราง เพื่อปกป้องทั้งลูกค้าและธุรกิจของเรา โมเดลนี้มีความแม่นยำสูงถึง 95% ในการระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5% โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาลีเพย์พลัส ยังคงให้การสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มมือถือที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ได้แก่ ดาน่า ใน อินโดนีเซีย จีแคช ในฟิลิปปินส์ ทรูมันนี่ในไทย และ ทีเอ็นจี ดิจิทัล ในมาเลเซีย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจหลายร้อยล้านราย


Posted

in

by

Tags: