พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองเจ้ากรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ เปิดเผยว่า กรณีการสลับเปลี่ยนตำแหน่ง โยกย้ายการบริหารจัดการภายในนั้น หลายคนน่าจะเห็นคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีตำแหน่งที่สลับเปลี่ยนเยอะมาก เนื่องจากกองทัพเรือมีนโยบาย ให้ข้าราชการในสังกัด เกษียณอายุก่อนเวลากำหนด ทำให้มีหลายท่านเข้าโครงการนี้ ส่งผลให้มีตำแหน่งที่จะว่างเพิ่มขึ้นหลายตำแหน่ง สอดคล้องกับช่วงไทม์ไลน์การโยกย้าย จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 เมษายน และ 1 ตุลาคม ของทุกปี ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องปกติในการบริหารจัดการบุคลากร ตามความเหมาะสมของผู้บัญชาการเห็นชอบโดย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด มีคำสั่งโยกย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ นปท.ทร. หรือ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ ซึ่งเดิมที ปฏิบัติหน้าที่โดย นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา การเกษียณอายุราชการ และที่ผ่านมา นาวาเอก สันติ ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ระเบิดได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ทหารเข้าไปตั้งฐานที่มั่นได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในส่วนของ น.อ.ธรรมนูญ จะไปรับหน้าที่แทน ก็เป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญส่วน น.อ.ปรัชญา โพธิ์ย้อย ผบ.ฉก.นย.ตราด คน ใหม่ ก็เป็นคนมีความสามารถ เป็นนักรบรีคอน เตรียมทหาร 32 เคยปฏิบัติ ราชการสนาม ในกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด (กปช.จต.) มาตั้งแต่เป็น เสธ.ฉก.นย.ตราด และ รอง ผบ.ฉก.นย.ตราด ก่อนขยับไปเป็น ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี และ เป็น หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ซึ่งการที่จะมารับตำแหน่งในครั้งนี้ ก็ต้องให้เรื่องของเวลาเป็นตัวพิสูจน์ เนื่องจากน.อ.ธรรมนูญ ก็สร้างบรรทัดฐานไว้เป็นอย่างดีมากๆแล้ว ฉันเชื่อว่าก็คงต้องแบกรับหน้าที่ และความกดดันเช่นกันส่วนความเหมาะสมในการ โยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งนั้น เป็นในเรื่องของดุลพินิจ อำนาจและสิทธิ ของผู้บัญชาการ ที่คงเล็งเห็นความสามารถของแต่ละบุคคล ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มีการไปเผชิญหน้ากับรองนายกของประเทศกัมพูชา เพราะหากดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การแสดงออกลักษณะแบบนั้นก็มีความสมเหตุสมผล การที่ฝั่งกัมพูชาบอกว่าฝ่ายไทยมีการรุกล้ำแผ่นดินก็ต้องขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และหากมีข้อบกพร่อง ผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน ยืนยันว่า ไม่ใช่ ”เสร็จนาฆ่าโคทึก“ แต่การพิจารณาทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมการปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องบ้านสามหลัง แต่รวมถึงการนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางแนวกั้น หลังจากที่มีการทำสนธิสัญญาหยุดยิง มีจุดประสงค์ชัดเจนเพื่อป้องกันการลดการประทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่การวางลวดหนามกั้น และถูกทหารกัมพูชายั่วยุมาโดยตลอด ที่สำคัญ การตั้งตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของฝั่งกัมพูชา ยังคงสามารถสัญจรถนนโดยรอบๆได้ และฝ่ายไทยยังคงรักษากฎระเบียบและข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ลดการยั่วยุเพื่อให้เกิดความสงบสุขส่วนตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาวันนี้ได้มีการพูดคุยกับ น.อ.ธรรมนูญ ท่านก็กำลังใจดี และขอขอบคุณที่โทรมาถามไถ่ โดยระบุว่า มีความพร้อมต่อบทบาทหน้าที่ใหม่ และเคารพต่อการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับ “ผู้กองโทนี่” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปเหตุการณ์นั้น ระบุว่า ภาพที่เผยแพร่เป็นเพียงบางช่วงของเหตุการณ์ ขณะที่ข้อเท็จจริงก่อนหน้า พบว่ามีกำลังติดอาวุธจากฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จึงเป็นไปเพื่อควบคุมสถานการณ์และยุติความตึงเครียดสำหรับสถานการณ์ชายแดนล่าสุด ทั้งในพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ยังอยู่ในความสงบเรียบร้อย แม้จะตรวจพบการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะ แต่กองทัพเรือยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ และยึดแนวทางปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดทั้งนี้ หากมีการล้ำแดน ไม่ว่าจะเป็นเรือประมงหรือกำลังอื่น ฝ่ายไทยจะดำเนินการผลักดันออกนอกน่านน้ำอย่างเท่าเทียม พร้อมยืนยันเป้าหมายสำคัญ คือการรักษาสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนตลอดแนวชายแดน
โฆษก ทร. แจงคำสั่งย้าย ‘น.อ.ธรรมนูญ’ ยันไม่ใช่เรื่องปะทะรองนายกฯเขมร
by
Tags: