จากประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีรถกระบะที่เด็กชายวัย 11 ปี แอบนำรถออกมาขับ เสียหลักพุ่งชนคณะพระธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป นอกจากความโศกเศร้าจากเหตุการณ์แล้ว ยังเกิดกระแสถกเถียงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ ทั้งเรื่องการดูแลบุตรหลาน รวมถึงความปลอดภัยของการเดินธุดงค์ริมถนนอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือข้อสงสัยของชาวเน็ตที่ตั้งคำถามว่า เด็กอายุเพียง 11 ปี สามารถขับรถเกียร์ธรรมดาออกจากบ้าน และขับเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรได้อย่างไรขณะเดียวกัน กระแสวิจารณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้น หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ออย มุกดาหาร" ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นสวนกระแสหลายข้อความ โดยระบุว่า "ถนนของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ" พร้อมแสดงความเห็นว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ได้เกิดจากเด็กชายวัย 11 ปี แต่ในอนาคตก็อาจเกิดจากคนเมา คนขับรถวูบ หรือรถเบรกแตกได้ พร้อมติดแฮชแท็ก#หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้วต่อมา เจ้าตัวยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมในทำนองว่า หากพระไม่เดินธุดงค์ริมถนน เหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้อาจไม่เกิดขึ้น พร้อมระบุข้อความว่า "พอเถอะ ธุดงค์ข้างทาง" อีกทั้งยังวิจารณ์ผู้ที่สนับสนุนการเดินธุดงค์ริมถนน โดยมองว่าหากเกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก ผู้ที่สนับสนุนก็ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ ก่อนที่ต่อมาโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปจนหมดล่าสุด บริษัทต้นสังกัดที่ "ออย มุกดาหาร" เคยร่วมงานด้วย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทได้รับทราบกรณีการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลดังกล่าว ซึ่งสร้างความกังวลและความไม่สบายใจให้กับลูกค้า ผู้ติดตาม และประชาชนเป็นจำนวนมากบริษัทระบุว่า ขออภัยต่อความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการแสดงออกในนามส่วนบุคคล ไม่ใช่การสื่อสารในนามบริษัท และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบาย จุดยืน ค่านิยม หรือการดำเนินงานขององค์กรแต่อย่างใดนอกจากนี้ บริษัทได้แจ้งเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทแล้วในปัจจุบัน และขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านบุคคลหรือกระบวนการภายในเพิ่มเติม เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เหมาะสม สุภาพ มีความรับผิดชอบ และเคารพผู้อื่น ทั้งในสถานที่ทำงานและบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความรู้สึกของลูกค้าและสังคมช่วงท้ายของแถลงการณ์ บริษัทได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่แจ้งข้อมูล แสดงความคิดเห็น และแสดงความห่วงใย พร้อมยืนยันว่าจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปทบทวนและย้ำเตือนแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสมต่อไปภายหลังแถลงการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ "ทัศนคติส่วนตัวพนักงานไม่เหมาะสมจริง ๆ บริษัททำถูกต้องแล้วครับ", "ชื่นชมผู้บริหารมาก ๆ", "ชื่นชมฝ่ายบุคคลบริษัทนี้มากครับ บุคคลที่มีทัศนคติลบแบบนี้ ไม่ควรได้รับโอกาสในการทำงาน" และ "เริ่ดมากค่ะ อยากกลับไปทำงานอีกเลยโรงงานนี้" เป็นต้น
โดนแล้ว สาวลั่น “ถนนไม่ใช่ที่เดินของพระ” บริษัทจัดการทันที
by
Tags: