โมเดล AI จาก Seedance 2.0 สร้างคลิปวิดีโอระบาดทั่วโซเชียล ผลงานทีม ByteDance ผู้สร้าง Tiktok

โมเดล AI จาก Seedance 2.0 สร้างคลิปวิดีโอระบาดทั่วโซเชียล ผลงานทีม ByteDance ผู้สร้าง Tiktokวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Seedance 2.0 โมเดลสร้างวิดีโอตัวใหม่ล่าสุดจากบริษัท ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังสร้างปรากฏการณ์ไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย ด้วยความสามารถในการสร้างวิดีโอที่สมจริงและลื่นไหลจนน่าตกตะลึง ท้าชนคู่แข่งสำคัญอย่าง Sora จากฝั่งตะวันตกคลิปวิดีโอสุดบรรเจิดครองหน้าฟีดขณะนี้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เต็มไปด้วยคลิปวิดีโอที่สร้างจาก Seedance 2.0 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัดและความแม่นยำทางกายภาพที่สูงลิ่ว ตัวอย่างที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น คลิปแมวเหมียวที่สามารถเอาชนะก็อตซิลล่าได้, ปรมาจารย์ยิปมันประลองฝีมือกับไอรอนแมน และซุนหงอคงปะทะกัปตันอเมริกา โดยคลิปเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความละเอียดสูงระดับ 2K แต่ยังมีความถูกต้องของการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ (Motion Accuracy) จนผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์หลายคนออกปากชมฟีเจอร์เด็ด Seedance 2.0จุดเด่นที่ทำให้ Seedance 2.0 แตกต่าง คือ ฟีเจอร์การเล่าเรื่องแบบต่อเนื่อง (Multi-lens Storytelling) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างวิดีโอที่มีความยาวและมีหลายฉากต่อเนื่องกันได้ โดยที่ตัวละครและสไตล์ภาพยังคงความสม่ำเสมอ (Consistency) ไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมโมเดล Seedance 2.0 นี้สามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่าคู่แข่งถึง 30% และรองรับการป้อนคำสั่งได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอกระแส Reverse Export และตลาดมืดซื้อขายบัญชีแม้ว่าปัจจุบัน Seedance 2.0 จะเปิดให้ทดสอบเฉพาะกลุ่มในประเทศจีนผ่านแอปพลิเคชัน Jimeng AI แต่กระแสความต้องการจากทั่วโลกทำให้เกิดปรากฏการณ์การส่งออกเทคโนโลยีแบบย้อนกลับ ชาวเน็ตต่างประเทศพยายามหาวิธีมุด VPN หรือหาเบอร์โทรศัพท์จีนเพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งาน ความต้องการที่ล้นหลามนี้ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ในการขายบัญชีและบริการเติมแต้ม (Credits) เพื่อใช้งาน โดยมีรายงานว่าผู้ขายบางรายสามารถทำรายได้สูงถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2 แสนกว่าบาท ในเวลาเพียง 2 วันระงับฟีเจอร์โคลนเสียงหวั่นภัย Deepfakeท่ามกลางกระแสความนิยม ก็มีประเด็นเรื่องความปลอดภัยที่ถูกจับตามอง ล่าสุด ByteDance ได้สั่งระงับฟีเจอร์ที่สามารถสร้างเสียงพูดเลียนแบบบุคคลจริงได้จากเพียงแค่รูปถ่ายใบหน้า หลังจากการทดสอบพบว่า AI สามารถโคลนเสียงได้เหมือนจริงจนน่าตกใจโดยไม่ต้องใช้ตัวอย่างเสียงต้นฉบับ ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงหรือสร้างข่าวปลอม (Deepfake)โดยทางผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Jimeng AI ได้ออกมาประกาศมาตรการเร่งด่วน โดยกำหนดให้ผู้ใช้ต้องผ่านการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าและบันทึกเสียงสด (Live verification) ก่อนที่จะสร้างอวตารดิจิทัลได้ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลการเปิดตัวของ Seedance 2.0 ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่ายุคของทีมงานสร้างภาพยนตร์แบบ One-Man Show อาจกำลังมาถึงเร็วกว่าที่คิด และการแข่งขันในสมรภูมิ AI Video ระหว่างจีนและสหรัฐฯ กำลังทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆข่าวที่เกี่ยวข้องByteDance เซ็นร่วมทุนเพื่อขายกิจการในสหรัฐฯ ให้ติ๊กต็อกเดินหน้าต่อTikTok ยอมแยกหุ้นขายนักลงทุนสหรัฐฯ เลี่ยงโทษแบน มีผล ม.ค. ปีหน้าTikTok ประกาศ เพิกถอนรางวัล Rising Creator "หมอมุกกินเค้ก"TikTok ยกระดับความปลอดภัย เปิดฟีเจอร์คุม AI พร้อมลายน้ำซ่อนตรวจจับคอนเทนต์ทุกมิติTikTok ถูกข่มขู่ ! ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมชายวัย 33 หลังทำบริษัทต้องอพยพพนักงานหนี


Posted

in

by

Tags: