โลกสว่างขึ้น 16% ในรอบ 8 ปี สัญญาณเตือน “มลภาวะแสง” กระทบทั้งธรรมชาติและมนุษย์

โลกสว่างขึ้น 16% ในรอบ 8 ปี สัญญาณเตือน “มลภาวะแสง” กระทบทั้งธรรมชาติและมนุษย์วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา นักวิจัยตีพิม์ผลการศึกษาใหม่ในวารสาร Nature เปิดเผยว่า แสงประดิษฐ์ในเวลากลางคืนทำให้โลกสว่างขึ้นถึง 16% ในช่วงระหว่างปี 2014 ถึง 2022 โดยข้อมูลนี้ถูกค้นพบจากการใช้เครื่องมือ Black Marble ของ NASA ซึ่งประมวลผลข้อมูลการแผ่รังสีแสงจากเครื่องมือ VIIRS บนดาวเทียมสำรวจโลกซิ ซู (Zhe Zhu) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต และผู้นำการศึกษานี้ระบุว่า โลกของเราไม่ได้สว่างขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่มีลักษณะที่กะพริบ การที่โลกสว่างขึ้นนั้นส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย จีน และบางภูมิภาคในทวีปแอฟริกาแม้ในมุมมองทางเศรษฐกิจ แสงสว่างที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญและการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสว่างที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม กลับมีบางพื้นที่บนโลกที่แสงสว่างลดลงหรือมืดทึบลง ซึ่งเป็นผลมาจากสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และนโยบายประหยัดพลังงานยกตัวอย่างเช่น1. พื้นที่สงครามและความขัดแย้ง โดยพบว่ามีการลดลงของแสงสว่างอย่างมากในประเทศยูเครนภายหลังการรุกรานของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 และในปาเลสไตน์ที่แสงไฟจะลดลงทุกครั้งเมื่อเกิดความขัดแย้งปะทุขึ้น2. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในเหตุการณ์พายุเฮอริเคนพัดถล่มเปอร์โตริโก ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าถูกทำลายและเกิดไฟดับเป็นเวลานาน3. นโยบายของรัฐ ผลการศึกษาพบทวีปยุโรปมีพื้นที่ที่แสงสว่างลดลงอย่างมหาศาลจากนโยบายประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสที่มีความสว่างลดลงถึง 33%มลภาวะทางแสงที่อาจรุนแรงกว่าที่ดาวเทียมประเมินได้นักวิจัยชี้ว่าอัตราการสว่างขึ้น 16% นี้น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเซ็นเซอร์ของดาวเทียมที่ใช้ในการศึกษานั้น ไม่สามารถตรวจจับคลื่นแสงความยาวคลื่นสั้น หรือ แสงสีฟ้า ซึ่งปล่อยออกมาจากหลอดไฟ LED สีขาวสมัยใหม่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันได้เมื่อเมืองต่างๆ เปลี่ยนจากการใช้หลอดโซเดียมความดันสูงมาเป็นหลอด LED ดาวเทียมจึงมองเห็นว่าเมืองนั้นมืดลง ทั้งที่ในสายตามนุษย์เมืองนั้นสว่างขึ้นผลวิจัยนี้สอดคล้องกับการศึกษาในปี 2023 จากผู้สังเกตการณ์ทั่วโลกที่พบว่า ความสว่างของท้องฟ้ายามค่ำคืนในพื้นที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงถึงเกือบ 10% ต่อปีตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาการที่แสงประดิษฐ์สว่างจ้าตลอดเวลาสามารถลบความสว่างของแสงดาวไปจากท้องฟ้าลงไปทีละนิด ซึ่งมันกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ เพราะนอกจากจะบดบังทัศนวิสัยทางดาราศาสตร์จนทำให้นักดาราศาสตร์ต้องหนีไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ห่างไกลแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของมนุษย์ ไปจนถึงการรบกวนวงจรการเติบโตของพืชและนาฬิกาชีวภาพของสัตว์อีกด้วย* ภาพประกอบถูกสร้างจากภาพถ่ายจากดาวเทียมหลาย ๆ ภาพนำมาผ่านกระบวนประมวลผลรวมเป็นภาพเดียวข่าวที่เกี่ยวข้องArtemis 2 เติมสีสันภารกิจอวกาศ เปิดเพลย์ลิสต์ “เพลงปลุกนักบิน” ให้แฟน ๆ ฟังตามก้าวต่อไปของนาซาหลังความสำเร็จของภารกิจ Artemis 2 สู่เป้าหมายการสร้างฐานบนดวงจันทร์และภารกิจดาวอังคารนักบินอวกาศ Artemis 2 เผยความประทับใจหลังชมรอบพิเศษภาพยนตร์ Project Hail Mary ก่อนทะยานสู่ดวงจันทร์เด็กชายที่สบถใส่นักข่าว CNN ตอนไปดูยาน Artemis 2 เพราะคลั่งไคล้อวกาศ ได้รับเชิญทัวร์พิเศษจาก NASAGoogle ชุบชีวิต Hangar One โรงจอดเรือเหาะประวัติศาสตร์สำเร็จ เตรียมลุยวิจัยเทคโนโลยีล้ำยุค


Posted

in

by

Tags: