ไกด์ไทย แฉ นายโอภาส จริยพฤติ มัคคุเทศก์โบราณคดี สายภารตภิวัฒน์ เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “ไกด์โอ พาเที่ยว” ได้โพสต์ตำหนิทหารกัมพูชา ที่ใช้ปราสาทพระวิหาร เป็นที่มั่นทางทหารมีเนื้อหาระบุว่า เขาสร้างมาไว้เพื่อสักการะบูชา แต่กลับเอามาทำเป็นบังเกอร์ทหารกัมพูชาใช้โบราณสถาน คือ ปราสาทตาควายและปราสาทพระวิหาร เป็นฐานที่มั่นทางการทหาร และใช้เป็นสถานที่โจมตีต่อประเทศไทย โดยไทยสามารถตอบโต้พื้นที่ทางทหารในโบราณสถานนั้นๆ ได้ ใช้ข้อยกเว้นตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ สามารถกระทำได้ตาม มาตรา 4 วรรค 1มาตรา 4 การเคารพทรัพย์สินทางวัฒนธรรม วรรค 1 ระบุว่า คู่ภาคีผู้ทำสัญญาสูงสุดตกลงที่จะเคารพทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ภายในดินแดนของตนเอง ตลอดจนภายในดินแดนของคู่ภาคีผู้ทำสัญญาสูงสุดอื่น ๆ โดยงดเว้นจากการใช้ทรัพย์สิน และบริเวณโดยรอบ หรือเครื่องมือที่ใช้ในการปกป้องทรัพย์สินนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ที่อาจทำให้ทรัพย์สินนั้นถูกทำลาย หรือเสียหายในกรณีเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ และโดยงดเว้นจากการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อทรัพย์สินดังกล่าวนายโอภาส ยังได้ตั้งคำถามว่า ทำไมโคปุระ ชั้นที่ 1 ตัวราวสะพานนาค และเครนก่อสร้างถึงโดนทำลาย ก็ให้ดูแนวบังเกอร์ในวงสีเหลืองและเครนก่อสร้างที่ไว้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการทหารเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะเครนก่อสร้างที่ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการทหาร ว่าอยู่ชิดโคปุระและราวสะพานนาคขนาดไหน เชื่อว่าในแนวป่าด้านขวามือของราวสะพานนาคในวงสีขาว ก็จะมีแนวบังเกอร์อีก เพราะจะตรงกับผามออีแดงของเราพอดี แต่ไม่เคยเดินไปดูถ้าในเมื่อใช้ตัวปราสาทเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ก็หมดความชอบธรรมในการเป็นโบราณสถาน ตามอนุสัญญากรุงเฮก ปี ค.ศ. 1954 พร้อมทิ้งท้ายว่า กัมพูชาใช้ปราสาทเป็นตัวประกัน ในการทำสงครามนายโอภาส ยังให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพิ่มเติม เล่าว่า ตนเองนำคณะทัวร์เดินทางไปกัมพูชามานานกว่า 20 ปี และเคยขึ้นไปยังปราสาทพระวิหารเกือบ 20 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เดินทางขึ้นไปเกือบ 10 ครั้ง ทำให้เห็นสภาพพื้นที่และความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยการขึ้นไปยังปราสาทพระวิหาร นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรถบัสไปจอดที่เชิงเขาพระวิหาร เพื่อซื้อบัตรเข้าชมราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 315 บาทจากนั้นต้องเปลี่ยนเป็นรถโฟร์วีลของอุทยานกัมพูชาเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างชัน ยาวประมาณ 5–7 กิโลเมตร และไม่อนุญาตให้รถอื่นขึ้นไป โดยเส้นทางดังกล่าวมีบางช่วงล้ำเข้าไปในเขตแดนของไทย และไปสิ้นสุดบริเวณหน้าวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทหลังจากนั้น นักท่องเที่ยวต้องลงจากรถ และเดินตามเส้นทางบังคับ โดยเริ่มจากจุด Checkpoint ตรวจบัตร เดินเลียบหน้าผาและไหล่เขา ซึ่งด้านล่างเป็นเขตแดนของไทย ส่วนขอบเขาเป็นพื้นที่ของกัมพูชา นายโอภาสระบุว่า ระหว่างทางเดินตั้งแต่จุดตรวจบัตรไปจนถึงราวสะพานนาค ซึ่งเป็นจุดเข้าชมแรก ระยะทางประมาณ 100 เมตร จะพบแนวบังเกอร์เก่าประมาณ 4–5 จุด ซึ่งมีมานานกว่า 10 ปี และยังคงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เนื่องจากเป็นบังเกอร์ที่ใช้กระสอบทรายและมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่ออย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือการพบบังเกอร์ใหม่ บริเวณติดกับราวสะพานนาค ซึ่งนายโอภาส ยืนยันว่า เมื่อครั้งเดินทางไปล่าสุดช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังไม่พบแนวบังเกอร์ดังกล่าว แสดงว่าบังเกอร์ในจุดนี้เป็นการก่อสร้างขึ้นใหม่อย่างแน่นอนนอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากเพื่อนในเฟซบุ๊กส่งภาพให้ดูว่า มีบังเกอร์เพิ่มในจุดอื่นอีก เช่น บริเวณบันไดทางขึ้น–ลงปราสาทพระวิหารฝั่งกัมพูชา หรือที่เรียกว่า “ช่องบันไดหัก” ซึ่งเป็นเส้นทางโบราณที่เลียบหน้าผา และอยู่ตรงข้ามกับผามออีแดงฝั่งประเทศไทยข่าวที่เกี่ยวข้อง"วาสนา" ชี้กัมพูชาจับทาง F-16 ได้ ทำไทยยังยึด "เนิน 745" ยาก "อนุทิน" กำชับเฝ้าชายแดนช่วงปีใหม่ หลังพ้นเฝ้าระวัง หยุดยิง 72 ชม. อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไกด์ไทย แฉ "กัมพูชา" สร้างบังเกอร์บนปราสาทพระวิหาร ขัดอนุสัญญากรุงเฮกติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
ไกด์ไทย แฉ “กัมพูชา” สร้างบังเกอร์บนปราสาทพระวิหาร ขัดอนุสัญญากรุงเฮก
by
Tags: