ไกล่เกลี่ยรอบ 2 ไม่สำเร็จ ‘ทราย’ เผยข้อความจากผู้บริหารสิงห์ หลังไปกินข้าวกับ เต้ ภูริต

ไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 ยังไม่สำเร็จ ศาลสั่งไกล่เกลี่ยกันเองก่อนมาแถลงต่อศาล 8 ก.ค.หากไม่ได้ข้อยุติดำเนินกระบวนการต่อ ด้าน ทราย สก๊อต เผยหลังนัดเจอ ‘เต้’ มีข้อความจากผู้บริหาร ‘สิงห์’ ส่งมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ศาลแพ่งพระโขนง ภายหลังศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2569 โดยก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ยไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 แล้วแต่การไกล่เกลี่ยยังไม่สำเร็จศาลจึงนัดคู่ความเข้าไกล่เกลี่ยในวันนี้อีกครั้งทางด้าน นายสิรณัฐ และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้กล่าวภายหลังการไกล่เกลี่ย ว่า การเจรจาอย่างไม่แล้วเสร็จ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้ทางโจทก์และจำเลยไปเจรจากันเอง ซึ่งจะนัดกันเองนอกศาล จนกว่าจะมีข้อสรุป และมาแถลงต่อศาลในวันที่ 8 กรกฎาคมซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีความครั้งที่ 1 ซึ่งถ้าหากการเจรจาไม่เสร็จก็จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อส่วนสาเหตุที่การไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งศาล ซึ่งการเจรจามีบางประเด็นเห็นด้วยและบางประเด็นไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายมันไม่สำเร็จทั้งหมด เพราะมีหลายเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันนายปานเทพระบุว่า นายสิรณัฐกับมารดาไม่ได้เจอกันในห้องพิจารณา เนื่องจากแยกไกล่เกลี่ยคนละรอบเมื่อถามนายสิรณัฐว่า วันนี้มารดามาไกล่เกลี่ยด้วยรู้สึกอย่างไรบ้าง นายสิรณัฐกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนความเป็นแม่เป็นลูกวินาทีนี้ นายสิรณัฐตอบว่าไม่มี “ตนมีแม่แค่แม่บุญธรรมเท่านั้น ส่วนนางจีรานุชเป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ”พร้อมระบุต่อว่าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปทานข้าวกับนายภูริต ภิรมย์ภักดี หรือ เต้ โดยมี นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือพี่หนุ่ม กรรชัย ไปร่วมด้วย เบื้องต้นได้มีการพูดคุยว่าควรมีการประชุมในตระกูลและต้องคำนึงถึงอนาคตของตนเองหลังจากที่กินข้าวและคุยกันวันนั้น ตนก็ได้รับข้อความจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทสิงห์ โดยข้อความระบุว่า“เมื่อคุยกับเต้ ก็ควรบอกเขาให้หมด และไม่ควรลงอะไรในโซเชียลอีกแล้ว” หลังรับข้อความ ตนมองว่า“ในความเป็นจริง ถ้าคุณแก้ไขตั้งแต่แรก คงไม่ถึงจุดนี้ เพราะชีวิตทรายพังไปตั้งเยอะเพราะเรื่องนี้ ผมมีความทุกข์กับเรื่องนี้” ซึ่งหลังจากการคุยและได้รับข้อความก็ไม่มีความชัดเจนอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่มีการนัดวัน และต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ มากกว่าข้อความที่ได้มา ทั้งนี้ตนมองว่ามันน่าผิดหวัง เพราะมันไม่มีความชัดเจนอะไรส่วนการนัดวัน ขึ้นอยู่กับทางฝั่งนั้นจะนัดมาเมื่อไหร่ เพราะมันเป็นความรับผิดชอบฝั่งเขาพร้อมย้ำว่า ตนไม่มีความประสงค์ที่จะปิดปากตัวเอง เพราะเรื่องดังกล่าวควรเป็นบทเรียนให้กับคนอื่น ไม่ใช่การสร้างภาพ เราควรแก้ไขเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ เพราะมันส่งผลต่อตน หรือเด็กที่เคยเจอเรื่องแบบนี้และมันไม่เป็นผลดีต่อ บริษัทสิงห์ ด้วยนานสิรณัฐยังบอกอีกว่า ตนพร้อมที่จะคุยเสมอแต่ต้องเอาทีมของตัวเองไปด้วย เพราะเราไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานเข้าไป แต่เราเป็นเด็กที่โตในตระกูลนี้ บาดแผลมันลึกมาก มันคือความปลอดภัยของตนและการที่ได้พบเต้ มองว่าเป็นทางออกที่ชัดเจนขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในตระกูลว่าจะมีความยึดมั่น ยืนข้างความถูกต้องหรือไม่ ญาติหลายคนฟังข้อความจากฝั่งแม่คนเดียวเพราะที่ผ่านมาทรายไม่ค่อยได้ไปงานในครอบครัว ทางครอบครัวก็บอกว่า อยากให้ทรายไปเล่าเรื่องให้ทางฝั่งตระกูลฟัง ซึ่งทรายก็หวังว่าเขาจะเปิดใจที่จะรับฟัง ทั้งที่ผ่านมาเคยติดต่อไปขอความช่วยเหลือทั้งนายปิติและคนอื่น ตนเชื่อว่านายปิติคงไม่รู้ว่าถูกข่มขืน รู้แค่ว่าตนเองไร้บ้านนายสิรณัฐกล่าวอีกว่า ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในสังคม หรือคนในตระกูลใหญ่ที่เคยเจอเรื่องแบบตนเองให้ได้รับความยุติธรรม และอยากกลับไปเป็นนักอนุรักษ์ เพราะนั่นคือสิ่งที่ตนเองรักและอยากจบเรื่องแบบนี้ให้เร็วที่สุดเพราะบอกว่าเป็นเรื่องน้ำเน่าอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไกล่เกลี่ยรอบ 2 ไม่สำเร็จ ‘ทราย’ เผยข้อความจากผู้บริหารสิงห์ หลังไปกินข้าวกับ เต้ ภูริตติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th


Posted

in

by

Tags: