“ไชยชนก”ยืนยันไม่ชะลอโครงการ “TH-AI Passport” ชี้ประเทศเสียโอกาสมากแล้ว พร้อมให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบได้

“ไชยชนก” ไม่ชะลอโครงการ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค.ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยถึงกระแสคัดค้าน โครงการ "ไทย เอไอ- พาสปอร์ต” (TH-AI Passport) ว่า ขอยืนยันว่าจะไม่ชะลอโครงการนี้ ซึ่งในส่วนคนที่ต้องการตรวจสอบก็สามารถตรวจสอบได้ทันที เพราะมองว่าตอนนี้ถือว่าหากช้า ก็จะทำให้ประเทศเสียโอกาส และขอยืนยันว่า โครงการนี้ ฐบาลมุ่งเน้นความคุ้มค่าและความโปร่งใสสูงสุดในการลงทุนระยะยาวเพื่อประเทศ ซึ่งจากการให้สิทธิจำนวน 5ล้านคน เมื่อคำนวณมูลค่าราคาเฉลี่ยต่อหัวในโครงการนี้ พบว่าประเทศไทยสามารถจัดหาได้ในราคาที่ถูกกว่าประเทศสิงคโปร์ถึง 20 เท่า ตกเดดเพียง 27 บาทต่อเดือน และโครงการจะครอบคลุมทั้งสิทธิ์การใช้งานระบบ คอร์สเรียน ตลอดจนบทเรียนต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะดิจิทัล ซึ่งกระทรวงดีอีเตรียมจะเร่งทำการประชาสัมพันธ์และโปรโมตรายละเอียดข้อมูลโครงการทั้งหมดให้ประชาชนทราบภายในสัปดาห์หน้าปัจจุบันความผลสำรวจ Global AI Adoption ในปี 68 แรงงานไทยมีอัตราการเข้าถึง เอไอ เพียงร้อยละ 19 ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 26-27 ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามอยู่ที่ร้อยละ 30 และสิงคโปร์สูงถึงร้อยละ 60-90 รัฐบาลจึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนโครงการนี้เพื่อยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ของประชากร มุ่งหวังให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจและการประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน มากกว่าการสืบค้นข้อมูลทั่วไป ส่วนประเด็นข้อกังขาเรื่องบริษัทผู้รับงานนั้น ยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและมี ทีโออาร์ รองรับชัดเจน ซึ่งในส่วนตัวไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และไม่รู้ว่าบริษัทอะไรเป็นผู้ชนะ เป็นเรื่องของทางหน่วยงานราชการดำเนินการ ซึ่งทาง กระทรวงดีอี จะชี้แจ้งเรื่องนี้ในบ่ายนี้นายไชยชนก กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน รัฐบาลมีกำหนดเปิดตัวและเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยยืนยันว่าขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ยุ่งยาก การยืนยันตัวตนทำขึ้นเพื่อบริหารจัดการสิทธิ์ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเท่านั้น ในส่วนของข้อกังวลเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พีดีพีเอ นั้น ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน คำถาม และคำตอบ หรือคำวั่ง Prompt ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บภายใต้ระบบที่ไม่ระบุตัวตน (Anonymous) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนผู้เข้าใช้งานโครงข่าย อีกทั้งบริษัทผู้พัฒนาโมเดล เอไอ ในต่างประเทศ จะไม่สามารถนำข้อมูลการใช้งานในโครงการนี้ไปฝึกฝนโมเดลของตนเองได้เช่นกันสำหรับเป้าหมายสำคัญของการกักเก็บข้อมูลการใช้งานไว้ในประเทศไทย คือ การนำคลังข้อมูลภาษาไทยเหล่านี้มาใช้เป็นฐานในการฝึกฝน และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศเอง หรือที่เรียกว่า "ไทยโมเดล" (Thai LLM) เพื่อมุ่งสู่การมี อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ หรือ Sovereign AI ที่ก้าวทันเทคโนโลยีสากล โดยโครงการดังกล่าววางเป้าหมายผู้ใช้งานไว้ที่ 5 ล้านราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม หลังจากที่ที่ผ่านมา กระทรวงฯ เคยทดลองเปิดโครงการร่วมกับ Google Gemini เป็นเวลาหนึ่งเดือนและมีผู้สมัคร 3 แสนราย กระทรวงดีอีจึงมั่นใจว่าโครงการแจกสิทธิ์ AI ในรอบนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถนำผลลัพธ์ไปประเมินเพื่อขยายผลต่อได้“ ถามว่าหนักใจมั้ย กับโครงการนี้ ยอมรับว่าหนักใจที่ประชาชนจะไม่เข้าร่วมโครงการมากกว่า เพราะโครงการที่ทำกับกูเกิล มีนักศึกษา เข้าร่วมประมาณ 3 แสนรายเท่านั้น แต่พอเป็นข่าวคนก็รู้จักโครงการมากขึ้น น่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนมากขึ้น ซึ่งในส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยนั้น ในช่วงบ่ายวันนี้ ทางปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับงบประมาณและขั้นตอนราชการ สำหรับหน่วยงานหรือใครที่ต้องการตรวจสอบโครงการสามารถดำเนินการตรวจสอบดำเนินการได้ทันที โดยรัฐบาลจะไม่มีการชะลอโครงการเนื่องจากมั่นใจว่าดำเนินงานอย่างถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ถือเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจ เอไอ”


Posted

in

by

Tags: