ไตรรงค์ ให้ความรู้ ผู้บุกรุกเข้าบ้าน เจ้าของบ้านมีสิทธิป้องกันตัวแค่ไหน?ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ และทำหน้าที่เป็น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า“ผู้บุกรุกเข้าบ้าน เจ้าของบ้านมีสิทธิป้องกันตัวแค่ไหน?”ช่วงนี้มีการพูดถึงกรณีผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพัก แล้วเจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต และมีการพูดถึงข้อกฎหมายกันค่อนข้างมากในฐานะตำรวจ ผมจึงอยากนำ หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ครับหลักทั่วไปคือ เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย ถือว่ามีเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนผู้ใช้อาวุธจะมีความผิดหรือไม่ และมีสถานะทางคดีอย่างไร พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ และเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย รวมถึงการทำความเห็นทางคดีเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไปจึงไม่สามารถดูเพียงว่า “ผู้เสียชีวิตเป็นผู้บุกรุก” หรือ “เหตุเกิดภายในบ้าน” แล้วสรุปผลทางกฎหมายได้ทันทีแต่ในขณะเดียวกัน กฎหมายก็รับรองสิทธิของประชาชนในการป้องกันตนเองและผู้อื่นอย่างชัดเจนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 กำหนดหลักเรื่อง การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีความผิดเพราะฉะนั้น จึงไม่มีหลักง่าย ๆ ว่า“คนร้ายเข้าบ้าน ยิงได้ทุกกรณี”และในทางกลับกัน ก็ไม่มีหลักว่า“ยิงผู้บุกรุกในบ้านแล้ว เจ้าของบ้านต้องผิดทุกกรณี”หัวใจสำคัญอยู่ที่ พฤติการณ์ขณะเกิดเหตุเช่น ผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านเวลากลางคืน เข้ามาใกล้ตัว ไม่ยอมหยุดเมื่อถูกทักถาม หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เจ้าของบ้านเชื่อโดยมีเหตุผลว่ากำลังจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงสำคัญในการพิจารณาว่า การตอบโต้นั้นเป็นการป้องกันโดยชอบและพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ในทางกลับกัน หากภยันตรายนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และยังมีการติดตามไปใช้กำลังหรือใช้อาวุธ การพิจารณาทางกฎหมายก็อาจแตกต่างออกไปตามพฤติการณ์หากข้อเท็จจริงเป็น การป้องกันโดยชอบและพอสมควรแก่เหตุ ตามมาตรา 68 ผู้กระทำไม่มีความผิดแต่หากมีเหตุที่จะป้องกันจริง แต่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ ก็อาจเข้าสู่หลักตาม มาตรา 69 ซึ่งกฎหมายเปิดทางให้ศาลพิจารณาลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และหากการกระทำนั้นเกิดจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลอาจไม่ลงโทษก็ได้อีกเรื่องหนึ่งที่อยากทำความเข้าใจกัน คือการที่ตำรวจต้องสอบสวน ไม่ได้หมายความว่าตำรวจสรุปว่าผู้ป้องกันตัวเป็นคนผิดเมื่อมีคนเสียชีวิต ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจอาวุธและบาดแผล ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนรวบรวมพฤติการณ์ทั้งหมด เพื่อให้ทราบว่า ในช่วงเวลาที่ตัดสินใจใช้อาวุธนั้น เกิดอะไรขึ้นจากนั้นกระบวนการยุติธรรมจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และหากคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะวินิจฉัยต่อไปดังนั้น เรื่องนี้ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมองเป็นสองขั้วว่า “ยิงได้” หรือ “ยิงไม่ได้”สิ่งสำคัญกว่าคือประชาชนมีสิทธิป้องกันตนเองและผู้อื่นตามที่กฎหมายรับรองและกระบวนการยุติธรรมมีหน้าที่ตรวจสอบจากข้อเท็จจริงว่า การป้องกันนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่สุดท้าย กฎหมายไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเหตุเกิด “ในบ้าน” หรือ “นอกบ้าน” แต่พิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดในขณะเกิดเหตุ โดยเฉพาะว่ามีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงหรือไม่ และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุเพียงใดนี่คือหลักกฎหมายที่ผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ประชาชน เข้าใจทั้งสิทธิของตนเอง และเข้าใจกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้นครับเพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
ไตรรงค์ ขอพูดในฐานะตำรวจ ยิxโจรในบ้าน มีความผิดไหม?
by
Tags: