ไม่รอด ตม.บุกจับหนุ่มญี่ปุ่น แย่งอาชีพคนไทย หน้าวัดดังเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 เพจ Chiangmai Immigration รายงานผลการจับกุมชายชาวญี่ปุ่น ลักลอบเปิดร้านขายไอศกรีมมัจฉะโฮมเมดบริเวณหน้าวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระบุว่า หนุ่มญี่ปุ่นลักลอบขายไอศครีมหน้าวัด สุดท้ายโดน ตม.เชียงใหม่ รวบ ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุมของ สตม. บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด เข้มงวดในการป้องกันปราบปรามบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมให้ดำเนินการขยายผลจับกุมผู้นำพา ผู้ช่วยเหลือ และผู้ร่วมขบวนการจนถึงที่สุดตม.จว.เชียงใหม่ โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.ณัฐพล ชุ่มบัวตอง รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปรามฯ ทำการสืบสวนเพื่อจับกุมคนต่างด้าว ซึ่งได้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือความผิดตามกฎหมายอื่นวันที่ 15 ม.ค.69 ชุดสืบสวน ตม.จว.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังร่วมกับ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบ ต.หายยา อ.เมือง จว.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากมีการ เผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ว่ามีชาวต่างชาติเปิดร้านขายไอศกรีมมัจฉะโฮมเมด บริเวณหน้าวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่มีใบอนุญาตทำงาน ผลการตรวจสอบ สามารถจับกุมคนต่างด้าว สัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 1 ราย ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”โดยผู้ต้องหาให้การรับว่า ตนอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยใช้วีซ่า Non-Immigrant O (ภรรยาไทย) และตนได้มาขายไอศกรีมที่ร้านแห่งนี้ โดยไม่ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปขอบคุณข้อมูลจากChiangmai Immigration


Posted

in

by

Tags: