ไหวไหมทรัมป์!คลื่นผู้ชุมนุมมหาศาลรวมตัวทั้งในUSและต่างแดน ประท้วงต้านนโยบายต่างๆ-สงครามอิหร่าน

ฝูงชนจำนวนมากเดินขบวนทั้งในสหรัฐฯและต่างแดนในวันเสาร์(28มี.ค.) ต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความขุ่นเคืองต่อสิ่งสไตล์การปกครองเผด็จการของผู้นำรายนี้ นโยบายผู้อพยพที่แข็งกร้าวและการทำสงครามกับอิหร่านถือเป็นครั้งที่ 3 ในเวลาไม่ถึงปี ที่อเมริกันชนไหลบ่าลงสู่ท้องถนน ส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวรากหญ้าที่เรียกว่า "No Kings" ซึ่งส่งเสียงและแสดงออกต่อต้านทรัมป์อยู่เป็นประจำ นับตั้งแต่เขาเริ่มดำรงแหน่งประธานาธิบดีสมัย 2 ในเดือนมกราคม 2025แกนนำคาดหมายว่าจะมีผู้ชุมนุมหลายล้านคนไหลบ่าสู่ท้องถนนตามเมืองขนาดใหญ่และเมืองขนาดเล็ก ประท้วงต่อต้านสิ่งต่างๆไล่ตั้งแต่การจู่โจมจับกุมคนเข้าเมือง ราคาข้าวของที่พุ่งทะยาน ไปจนถึงการทำสงตรมกับอิหร่าน ที่ ทรัมป์ เปิดศึกเคียงข้างอิสราเอลในนิวยอร์ก เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของอเมริกา ผู้คนหลายหมื่นรายออกมาเดินขบวน ในนั้นรวมถึงโรเบิร์ต เดอ นีโร นักแสดงระดับรางวัลออสการ์ ซึ่งมักวิพากษ์วิจารณ์ ทรัมป์ และเคยเรียกประธานาธิบดีรายรี้ว่าเป็น "ภัยคุกคามการอยู่รอดของประชาธิปไตยและความมั่นคงของเรา"บรรดาผู้ประท้วงค่อยๆทยอยกันออกมา ไล่ตั้งแต่แอตแลนตาไปจนถึงชิคาโก ในขณะที่ชาวเมืองอาร์คันซอมีกำหนดออกมารวมตัวกันหลังจากนี้ในวันเดียวกัน"ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ปกครองโดยปราศจากการยินยอมของประชาชน" มาร์ค แมคคอเฮย์ ทหารผ่านศึกวัย 36 ปี บอกกับเอเอฟพีในแอตแลนตา บริเวณที่มีผู้ชุมนุมออกมารวมตัวหลายพันคน "เรามาอยู่ที่นี่ เพราะเรารู้สึกว่ารัฐธรรมนูญกำลังถูกคุกคามในหลากหลายวิธี หลายสิ่งหลายอย่างไม่ปกติ มันไม่โอเค"ในเมืองเวสต์บลูมฟิลด์ รัฐมิชิแกน ประชาชนฝ่าอากาศหนาวเหน็บอุณภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ออกมาชุมนุม ส่วนในกรุงวอชิงตัน เมืองหลวงของประเทศ บรรดาผู้ประท้วงหลายพันคน บางส่วนชูป้ายข้อความว่า "ทรัมป์ ต้องออกไปเดี๋ยวนี้" และ "ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์" หลั่งไหลกันไปยังอุทยานเนชันแนล มอลล์"เขาเอาแต่โกหก โกหก โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีใครพูดอะไร ดังนั้นเราจึงอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก" โรเบิร์ด เปโวเซวิช ผู้เกษียณอายุวัย 67 ปีบอกกับเอเอฟพี ทั้งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทรัมป์ พักผ่อนอยู่ในฟลอริดาบรรยากาศแห่งการต่อต้านทรัมป์ยังไหลทะลักออกไปนอกเขตแดนของสหรัฐฯ มีการชุมนุมตามเมืองต่างๆของยุโรปเช่นกัน ในนั้นรวมถึงอัมสเตอร์ดัม, มาดริด และกรุงโรม โดยประชาชนกว่า 20,000 คนเดินขบวนภายใต้การดูแลของตำรวจจำนวนมากการประท้วงทั่วประเทศ "No Kings" ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ในวาระครบรอบวันเกิดอายุ 79 ปีของทรัมป์ ซึ่งตรงกันพอดีกับพิธีสวนสนามที่เขาจัดขึ้นในวอชิงตัน คราวนั้นมีประชาชนหลายล้านคนออกมา ไล่ตั้งแต่นิวยอร์ก ไปจนถึง ซานฟรานซิสโกส่วนครั้งที่ 2 มีขึ้นในเดือนตุลาคม คาดหมายว่าดึงดูดผู้ประท้วงออกมาประมาณ 7 ล้านคน ตามคำกล่าวอ้าวของแกนนำเป้าหมายของการประท้วงในวันเสาร์(28มี.ค.) คือดึงดูดผู้ชุมนุมออกมามากกว่าเดิม ในขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์ดำดิ่งต่ำกว่า 40% ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้พรรครีพับลิกันของเขาเสี่ยงสูญเสียเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏรแกนนำเปิดเผยว่าผู้ประท้วงวางแผนชุมนุมกันมากกว่า 3,000 จุด ทั้งในเมืองหลักๆ แถบชานเมืองและพื้นที่ชนบท ไม่เว้นแม้กระทั่งเมืองคอตเซบูเอ ของรัฐอาร์คันซอ ทางเหนือของวงกลมอาร์กติกทั้งนี้แกนนำอ้างว่า 2 ใน 3 ของพวกที่มีแผนออกมาชุมนุมในวันเสาร์(28 มี.ค.) ไม่ได้พักอาศัยในเมืองใหญ่ ซึ่งปกติแล้วเป็นฐานเสียงของเดโมแครต แต่เป็นผู้คนพื้นที่ชนบทและชานเมือง ที่ปกติแล้วเป็นฐานเสี่ยงของรีพับลิกัน ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการประท้วงครั้งที่แล้ว(ที่มา:เอเอฟพี)website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: