เป็นเหตุการณ์ที่กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนรักสุขภาพ เมื่อคู่สามีภรรยาในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ซึ่งใช้ชีวิตแบบถูกสุขลักษณะมาตลอด ต้องเผชิญข่าวร้ายพร้อมกัน หลังแพทย์ตรวจพบว่า ทั้งคู่ป่วยเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ด้วยโรคเดียวกัน และมีต้นเหตุจากพฤติกรรมที่คาดไม่ถึง คือการดื่ม “เครื่องดื่มร้อนจัด” เป็นประจำเริ่มจากอาการเล็กน้อย แต่กลับเป็นโรคร้ายกรณีนี้เริ่มจาก นางหลิน (นามสมมุติ) ที่มีอาการเสียงแหบเรื้อรัง กินยาแล้วไม่ดีขึ้น จึงเข้าตรวจร่างกายและพบว่าเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ขณะเดียวกันสามีของเธอก็มีอาการกลืนอาหารลำบากและสำลักบ่อย เมื่อเข้ารับการตรวจกลับพบว่าเป็นโรคเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่ตกใจอย่างมาก เพราะปกติดูแลสุขภาพดีมาตลอดความเชื่อผิด ๆ : ดื่มของร้อนช่วยดีท็อกซ์หลังสอบถามประวัติอย่างละเอียด แพทย์พบพฤติกรรมร่วมกันของทั้งคู่ คือ ชอบดื่มชาร้อนจัดหลังมื้ออาหารทุกวัน ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยดีท็อกซ์และทำให้ร่างกายสะอาด แต่ความร้อนระดับสูงนี่เองคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำลายเยื่อบุหลอดอาหารอย่างต่อเนื่องทำไมเครื่องดื่มร้อนจัดจึงเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร?แพทย์อธิบายว่า เยื่อบุหลอดอาหารทนความร้อนได้ค่อนข้างจำกัด การดื่มของที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 65°C บ่อยครั้ง จะทำให้เยื่อบุเกิดแผลเล็ก ๆ สะสมเป็นเวลานาน จนนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงการกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ข้อมูลนี้สอดคล้องกับผลวิจัยจาก สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ที่จัดให้เครื่องดื่มร้อนเกิน 65°C อยู่ในกลุ่ม “สารก่อมะเร็งที่เป็นไปได้ในมนุษย์” และงานวิจัยอีกฉบับระบุว่า การดื่มชาร้อนจัดมากกว่า 700 มิลลิลิตรต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับการดื่มชาอุ่นคำแนะนำสำหรับประชาชนแพทย์แนะนำว่า แม้ “ของร้อนจัด” จะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมง่าย ๆ เช่นรอให้เครื่องดื่มลดอุณหภูมิต่ำกว่า 60°C ก่อนดื่มเพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหาร เพื่อช่วยลดการอักเสบหมั่นสังเกตอาการกรดไหลย้อน หากเป็นเรื้อรังควรพบแพทย์ เพราะเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลอดอาหารเหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า แม้จะดูแลสุขภาพดีเพียงใด แต่ พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ก็อาจนำไปสู่โรคร้ายได้เช่นกันข้อมูลจาก soha
2 ผัวเมีย ป่วยมะเร็ง หมอตรวจดูถึงกุมขมับ ต้นตอจาก 1 เครื่องดื่ม
by
Tags: