7 กองกลางเป้าหมายของ “แมนยู” ตามลำดับความคุ้มค่า

ไปเช็ก 7 กองกลางเป้าหมายของทีม แมนยู ว่าแข้งแต่ละราย มีคุณสมบัติและความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใดแม้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้กองกลางใหม่ป้ายแดงอย่าง ะอันเดรย์ ซานโต๊ส และ ยูริ ตีเลอมันส์ ไปแล้ว แต่การค้นหาผู้เล่นในพื้นที่กลางสนามของทีม "ปีศาจแดง" ยังคงไม่จบสิ้น ทั้ง 2 รายที่กล่าวมาอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้อยู่บ้าง หลังการโบมือลาของ กาเซมีโร่ ย้ายออกไป และ มานูเอล อูการ์เตได้รับบาดเจ็บระยะยาว ทีมแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย มีตัวเลือกหลากหลายภายในเวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลง ซึ่งราคาค่าตัวของนักเตะแต่ละคนอยู่ระหว่าง 25 ล้านปอนด์ถึง 51 ล้านปอนด์ไมเคิล คาร์ริค ต้องการกองกลางตัวหลัก 4 คน บวกกับการสนับสนุนจากบรรดาดาวรุ่งอย่าง แจ็ค และ ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์ ไปดูกันว่า 7 กองกลางเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามลำดับความคุ้มค่าจะมีใครบ้าง1.มานู โคเน่นักเตะที่อาจมีความสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างอายุ ศักยภาพ ความสามารถที่พิสูจน์แล้ว และราคา คือ มานู โคเน่ ซึ่งตอนนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นหลังจากขับเคลื่อนแดนกลางให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ในศึกฟุตบอลโลก 2026โคเน่ ไม่ใช่คนโนเนมก่อนการแข่งขัน ดาวเตะวัย 25 ปีเล่นฟุตบอลระดับสโมสรให้กับโรม่าตั้งแต่ปี 2024 หลังจากเล่นในบุนเดสลีกามา 4 ปี แต่เมื่อฝรั่งเศสส่งแข้งรายนี้ลงเล่นทุกนัดที่ออเรเลียน ชูอาเมนี่ ลงสนามไม่ได้ นั่นถือเป็นเครื่องบ่งบอกถึงชื่อเสียงของเขาได้เป็นอย่างดีหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถเซ็นสัญญากับแข้งรายนี้ด้วยราคา 51 ล้านปอนด์ (68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมีรายงานว่าเท่ากับราคาของคามาวิงก้าที่อายุน้อยกว่าเพียงเล็กน้อย และดูเหมือนจะเป็นราคาที่ดีสำหรับอนาคตระยะยาวและยังมีมูลค่าในการปล่อยต่อในอนาคตด้วยเช่นกัน2.คาร์ลอส บาเลบาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถอนตัวจากความสนใจในตัว คาร์ลอส บาเลบา ในปี 2025 เนื่องจากค่าตัวดาวเตะจากไบรท์ตัน ที่สูงเกินไปถึง 100 ล้านปอนด์ (133 ล้านดอลลาร์) และเวลานี้ตัวนักเตะก็ยังคงอยู่กับทีม หลังจากเรื่องอื้อฉาวการย้ายทีมที่อาจสร้างความไม่มั่นคง ฤดูกาล 2025-26 ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าตัวมากนักในฐานะนักเตะทีมชาติแคเมรูน ไม่มีฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายให้ได้เล่น ทำให้มูลค่าอาจลดลงเหลือเพียง 70 ล้านปอนด์ (93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หากแมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาสนใจเขาอีกครั้งบาเลบา ยังคงมีราคาสูง ซึ่งนักเตะเองได้พิสูจน์ฝีมือในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว อีกทั้งยังเป็นช่วงเพิ่งเริ่มต้นค้าแข้งในวัยพียง 22 ปี ซึ่งศักยภาพที่มีอยู่เป็นทุนเดิมหากได้รับการฝึกฝนและพัฒนาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม บาเลบา อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในแง่ของคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งที่เสนอ เนื่องจากความสามารถในการแย่งบอลที่ขับเคลื่อนด้วยความแข็งแกร่งและความอดทนบาเลบา อาจอยู่กับยูไนเต็ดได้นานถึง 10 ปี ซึ่งในเวลานั้น 70 ล้านปอนด์ดูเหมือนจะเป็นราคาที่คุ้มค่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่น3.ดานิโล่หากมองในแง่ของมูลค่าทางการเงินเพียงอย่างเดียว ดานิโล ถือว่าอยู่ในอันดับที่ดี เนื่องจากมีราคาที่อยู่ที่ประมาณ 25 ล้านปอนด์ (33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดาวเตะวัย 25 ปี ไม่ใช่เด็กหนุ่ม และทำผลงานได้ดีพอทกับโบโตโฟโก้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จนได้โอกาสกลับมาติดทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2026 และต่อยอดมาถึงไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายแม้จะได้ลงสนามเพียง 43 นาทีก็ตาม แต่นั่นก็เป็น 2 เท่าของเวลาลงเล่นที่กุนซือคาร์โล อันเชล็อตติ เคยให้กับเอเดอร์สัน อดีตเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดานิโล่ ยังมีสถิติเคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 50 นัด กับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เป็นเวลา 18 เดือน ซึ่งสโมสรขายเขาออกไปได้กำไรเล็กน้อย เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแต่ก็มีข้อถกเถียงว่า ฟอเรสต์ ไม่เคยใช้จุดแข็งของ ดานิโล่ อย่างแท้จริง กองกลางรายนี้คงต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากหากกลับไปอังกฤษ อีกครั้ง แต่ราคา4.มามาดู ซ็องกาเร่เว็บไซต์ The Athletic เพิ่งกล่าวถึง มามาดู ซ็องกาเร่ ว่า “นี่คือผู้เล่นประเภทที่มักจะใช้เวลาสองปีอยู่กับสโมสรในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะถูกตั้งราคามากกว่า 60 ล้านปอนด์ เมื่อแมนฯ ยูไนเต็ดสอบถามเข้ามา” คำถามคือ ทำไมปีศาจแดงถึงไม่ลองเสี่ยงคว้าเพชรเม็ดงามที่ยังไม่ได้รับการเจียระไนตั้งแต่แรก ซ็องกาเร่ ถูกมองว่าเป็นเหมือน 'ออเรเลียน ชูอาเมนี่ ก่อนไปเรอัล มาดริด' และได้รับการพิจารณาว่าเป็นนักเตะที่เข้าแย่งบอลได้ดี แม้ว่าจะไม่แข็งแกร่งเท่าชูอาเมนี่ก็ตามเส้นทางอาชีพของซ็องกาเร่ ค่อนข้างวกวน เริ่มต้นจากเรดบูล ซัลซ์บวร์ก ที่เป็นทีมแรกที่ดึงตัวมาเล่นในยุโรป แต่ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นในออสเตรียและเบลเยียมอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมราปิด เวียน อย่างถาวรในปี 2024 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดาวเตะทีมชาติมาลี ต้องการ ล็องส์ ทีมในลีก เอิง ได้ติดต่อ ซ็องกาเร่ หลังจากนั้นอีกหนึ่งปี และดาวเตะวัย 24 ปีก็ช่วยให้ทีมจบรองแชมป์ลีกเอิงและคว้าแชมป์คูป เดอ ฟรองซ์ ในฤดูกาลที่ผ่านมามีรายงานว่าราคาค่าตัว ซ็องกาเร่ อยู่ที่ประมาณ 34 ล้านปอนด์ (45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเดิมพันครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในช่วงเวลาสั้นๆ กับหนึ่งแข้งจากห้าลีกชั้นนำของยุโรป5.ไทเลอร์ อดัมส์ดาวเตะทีมชาติสหรัฐฯ วัย 27 ปี มีมูลค่า 35 ล้านปอนด์ (46.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามรายงานของเดลี เมล์ สื่อดังอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์การเล่นที่เข้มข้น จนนำมาซึ่งความสำเร็จของ บอร์นมัธ ภายใต้งอันโดนี อิราโอล่า ผู้จัดการทีมคนก่อน และมันจะเข้ากันได้ดีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของไมเคิล แคร์ริค ทีมที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการทำสิ่งง่ายๆ ให้ดีหลังจากได้รับคำสั่งที่ซับซ้อนมาก่อน ขณะแฟนๆ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ชื่นชอบคนที่วิ่งเต็มที่ทุกนาทีเช่นกันอดัมส์ อาจไม่ใช่การเซ็นสัญญาที่ดึงดูดสายตา แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะต้องเกี่ยวกับซูเปอร์สตาร์เสมอไป6.ซานเดอร์ เบอร์เก้เคยอยู่ในเรดาร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ปี 2020 แต่หลังจากนั้นไปเล่นให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ และฟูแล่ม ตอนนี้ชื่อของกองกลางทีมชาตินอร์เวย์กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งอย่างไรก็ตาม นักเตะทีมชาตินอร์เวย์รายนี้อายุ 28 ปีแล้ว และการลงทุนในระยะสั้นของเขาอาจไม่คุ้มค่าเมื่อสัญญาเริ่มต้นหมดลงว่ากันว่า เบอร์เก้ เป็นนักเตะที่เล่นได้สม่ำเสมอ และดูเหมือนจะยินดีที่จะเล่นอยู่เบื้องหลังเพื่อนร่วมทีมที่โดดเด่นกว่า การเซ็นสัญญาแข้งรายนี้ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ด้วยราคาที่รายงานสูงถึง 40 ล้านปอนด์ (53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อาจมีตัวเลือกที่อายุน้อยและถูกกว่า7.เอดูอาร์โด คามาวิงก้าหาก คามาวิงก้า ย้ายมาอยู่ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด ก็เป็นเพราะเขาถูกโน้มน้าวให้โบกมือลา เรอัล มาดริด ซึ่งตัวนักเตะเองพยายามอย่างมากที่จะรักษามันไว้ตั้งแต่ต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่การทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ยูไนเต็ดเคยเผชิญสถานการณ์ตรงนี้มาแล้ว เมื่อกว่าทศวรรษกับกรณีของ อังเคล ดิ มาเรีย หากนักเตะต้องการไปทีมอื่นจริงๆ ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยมากกว่าจะรั้งแข้งทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ถือเป็นนักเตะที่มีค่าตัวค่อนข้างสูง โดยมีมูลค่าประมาณ 51 ล้านปอนด์ (68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามรายงานของเดอะการ์เดียน ซึ่งนั่นทำให้ยากที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนการเซ็นสัญญา แม้ว่าอายุเพิ่งจะ 23 ปีก็ตาม และความสามารถของ คามาวิงก้า นั้น คือตัวบ่งชี้ให้การเซ็นสัญญาครั้งนี้ดูเป็นการเซ็นที่ยอดเยี่ยมบนกระดาษข่าวที่เกี่ยวข้องไมเคิล คาร์ริค กับการยกเครื่องแดนกลางแมนยู สู่ฤดูกาลใหม่ การกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับโจทย์ใหญ่ "แมนยู" อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 กองกลางเป้าหมายของ "แมนยู" ตามลำดับความคุ้มค่า ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


Posted

in

by

Tags: