หมอเผยเอง “5ข้อดังนี้” สังเกตให้ดี ถ้ามี อาจเป็นมะเร็งใน 6 เดือน

หมอเจดเตือน หากน้ำหนักลดเกิน 5% ใน 6-12 เดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ เสี่ยงเป็นมะเร็งโดยเฉพาะในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป รีบตรวจเช็กก่อนสายเกินไป! นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดระบุว่าระวังให้ดี ! มีอาการแบบนี้อาจเป็น “มะเร็ง” ใน 6 เดือนหมอเผยเอง 5ข้อดังนี้ สังเกตให้ดี ถ้ามี อาจเป็นมะเร็งใน 6 เดือน 1. น้ำหนักลดแบบไหนที่ต้องระวัง?เวลาที่อยู่ๆ น้ำหนักก็ลดลงแบบไม่ตั้งใจ ทั้งที่ไม่ได้คุมอาหารหรือออกกำลังกายหนักขึ้นบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องดี แต่จริงๆ แล้ว ถ้าน้ำหนักลดมากกว่า 5% ของน้ำหนักตัวในช่วง 6-12 เดือน (เช่น จาก 70 กก. เหลือ 66 กก. โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย) อาจมีอะไรมากกว่านั้นงานวิจัยล่าสุด “Prioritising primary care patients with unexpected weight loss for cancer investigation: diagnostic accuracy study (update)Brian D Nicholson et al. BMJ. 2024. ”ศึกษาคนกว่า 3 แสนคน พบว่า การที่อยู่ๆน้ำหนักแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะถ้าเกิดกับคนที่อายุเกิน 50 ปี หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย มันก็จะดีนะ ถ้าเจอเร็ว ก็มีโอกาสรักษาได้ทัน แต่ความน่ากลัวคือ หลายคนมองข้ามมันไป2. ใครบ้างที่เสี่ยงที่สุด?ถ้าพูดถึงโอกาสที่น้ำหนักลดจะเกี่ยวกับมะเร็ง งานวิจัยนี้ชี้ว่ากลุ่มเสี่ยงสูงคือผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปคนที่เคยสูบบุหรี่คนที่มีอาการอื่นร่วมกับน้ำหนักลดสำหรับคนกลุ่มนี้ โอกาสเป็นมะเร็งภายใน 6 เดือนหลังจากเริ่มน้ำหนักลดนั้นสูงกว่า 3% ซึ่งถือว่าเยอะพอที่หมอจะแนะนำให้ตรวจหาโรคมะเร็งแบบจริงจังนะครับส่วนคนที่อายุน้อยกว่านั้น ถ้าไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย โอกาสเป็นมะเร็งก็ค่อนข้างต่ำ (ต่ำกว่า 3%) ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องรีบตรวจหามะเร็งในทันที3. อาการอะไรบ้างที่ต้องจับตา?น้ำหนักลดเองอาจยังไม่บอกอะไรมาก แต่ถ้ามาพร้อมกับอาการอื่นๆ โอกาสเป็นมะเร็งจะเพิ่มขึ้น งานวิจัยนี้พบว่าในผู้ชาย มี 17 อาการที่สัมพันธ์กับมะเร็ง เช่นอ่อนเพลียตลอดเวลาปวดท้องบ่อยดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง)ไอเรื้อรังแบบไม่มีเหตุผลกลืนอาหารลำบากอาเจียนเป็นเลือดปัสสาวะเป็นเลือดคลำเจอก้อนในทวารหนักในผู้หญิง มี 8 อาการที่สัมพันธ์กับมะเร็ง เช่นปวดหลังเรื้อรังดีซ่านคลำเจอก้อนในอุ้งเชิงกรานอาเจียนเป็นเลือดปัสสาวะเป็นเลือดถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับน้ำหนักลด โอกาสเป็นมะเร็งพุ่งสูงขึ้นหลายเท่านะ เช่น ในผู้ชายถ้ามีอ่อนเพลียร่วมกับน้ำหนักลดโอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 1.43 เท่าแต่ถ้าพบก้อนที่ทวารหนัก โอกาสจะสูงถึง 21 เท่า เลยทีเดียว ส่วนผู้หญิง ถ้ามีปวดหลังร่วมกับน้ำหนักลด โอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 1.28 เท่า และถ้ามีก้อนในอุ้งเชิงกราน ความเสี่ยงสูงถึง 19.46 เท่า4. ตรวจเลือดช่วยบอกอะไรได้บ้าง?นอกจากอาการแล้ว งานวิจัยยังพบว่า ค่าตรวจเลือดบางอย่างผิดปกติอาจเป็นตัวบ่งชี้มะเร็งได้ โดยเฉพาะค่าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือด เช่นอัลบูมินต่ำ (โอกาสเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 3.24 เท่า)เกล็ดเลือดสูง (3.48 เท่า)เม็ดเลือดขาวสูง (3.01 เท่า)ค่า C-reactive protein (CRP) สูง (3.13 เท่า)แต่ไม่มีค่าตรวจเลือดไหนที่สามารถบอกได้ชัวร์ๆ ว่าคุณไม่มีมะเร็ง เพราะฉะนั้นถ้าผลเลือดปกติ แต่ยังมีอาการที่น่าสงสัย หมออาจยังต้องตรวจเพิ่มเติม5. แล้วเราควรทำยังไงต่อ?ถ้าแค่ผอมลงเพราะออกกำลังกายหรือกินน้อยลง ก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย รีบไปหาหมอเถอะน้ำหนักลด >5% ภายใน 6-12 เดือน โดยไม่มีเหตุผลรู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือเบื่ออาหารปวดท้อง ไอเรื้อรัง กลืนลำบาก ดีซ่าน อาเจียนเป็นเลือดคลำเจอก้อนที่ผิดปกติ เช่น ที่อุ้งเชิงกราน หรือทวารหนักผลตรวจเลือดผิดปกติ เช่น เกล็ดเลือดสูง เม็ดเลือดขาวสูง CRP สูงสรุปง่ายๆ คือ ถ้าคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป (หรือ 60 ปีขึ้นไปในผู้หญิง) และน้ำหนักลดแบบไม่มีเหตุผล พร้อมอาการแปลกๆ ควรไปพบหมอเพื่อตรวจหามะเร็ง อย่ารอให้สายเกินไป เพราะการเจอเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายได้สูงส่วนคนอายุน้อยกว่านี้ ถ้าไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย โอกาสเป็นมะเร็งยังต่ำอยู่ แต่ถ้ามีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่น้ำหนักลดจะเป็นมะเร็ง อาจมีสาเหตุอื่น เช่น โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือความเครียด แนะนำไปหาหมอเพื่อหาสาเหตุเถอะ ดีกว่าเสียใจทีหลัง ใครมีคำถามก็คอมเมนต์ไว้ได้เลยนะ


Posted

in

by

Tags: