อนุสาวรีย์ตาอม ฮุน มาเนต สร้างไว้ โดนทำลายด้วยปืนใหญ่ของตัวเองความเคื่อนไหวหลังวานนี้ (28 ก.ค.) กองทัพกัมพูชาเปิดฉากใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ฝั่งไทยทั้งปราสาทตาเมือนธมและในหลาย ๆ จุด บริเวณปัญหาปะทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นับถึงวันนี้ก็ล่วงเข้าสู่วันที่ 5 ของการสู้รบกองกำลังทั้งสองฝ่ายจากรายงานตัวเลขผู้สูญเสียจากการยิงปะทะกันตามแนวชายแดน เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ในส่วนของฝั่งไทยนั้น พลเรือนเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย และบาดเจ็บเพิ่ม 1 ราย จากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนของกัมพูชา ที่ ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษยอดรวมถึงตอนนี้ พลเรือนไทยเสียชีวิตแล้ว 14 คน ทหาร 8 นาย จำนวนผู้อพยพพุ่งกว่า 1.4 แสนรายอย่างไรก็ดี ด้านความเสียหายที่มีการเปิดเผยของทางฝั่งกัมพูชานั้น ทางเพจ “กองทัพบก ทันกระแส” มีการลงภาพอนุสาวรีย์ตาอม ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีเขมรสร้างไว้ แต่ปรากกฎฎล่าสุดต้องมาโดนทำลายด้วยปืนใหญ่ของตัวเองโดยเพจยังตั้งคำถามการที่โบราณสถานเขมรถูกทำลายเสียหายหนักหนนี้ จะป็นลางร้ายด้วยหรือไม่“อนุสาวรีย์ตาอม ฮุนมาเนตสร้างไว้โดนทำลายด้วยปืนใหญ่ของตัวเอง #ฮุนเซนคิดฮุนมาเนตทำ“โพสต์ดังกล่าวเสริมด้วยว่า “อุนสาวรีย์ตาอม วีรบุรุษกัมพูชา (บางข่าวบอกว่า พระยาละแวก) สันนิษฐานว่า สร้างไว้ข่มขู่ไทย ขี่ม้าชี้หอกมาทางไทย”แฟ้มภาพแฟ้มภาพถึงอนุสาวรีย์ดังกล่าวจะมีรายงานถูกสร้างขึ้นในช่วงที่นายฮุน มาเนต ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีจุดประสงค์เพื่อข่มขวัญไทย โดยลักษณะของรูปปั้นเป็นบุรุษขี่ม้า ชูหอกชี้ไปทางฝั่งไทยถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แต่การที่สิ่งก่อสร้างเชิงสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และการทหารของฝ่ายกัมพูชาถูกทำลายโดยฝ่ายตนเอง ย่อมสะท้อนภาพความสับสนภายในแนวรบ และอาจกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหารและประชาชนในพื้นที่สำหรับ “ตาอม” หรือ “พระยาละแวก” เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างอยุธยาและกัมพูชา โดยในมุมของไทยถือเป็นผู้รุกราน แต่ในมุมของกัมพูชา กลับได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษของชาติ.อ่านข่าวเพิ่มเติมทหารไทยในสหรัฐ จี้ถอดยศ ฮุน มาเนต ชี้วงการทหารไม่มีอะไรอัปยศกว่านี้ฮุนเซน ลั่นไม่มีสิทธิ์พักยามชาติมีภัย ชีวิตไม่ต่างจากนักรบ ขอสู้เพื่อแผ่นดินทำไมชายแดนไทย-กัมพูชา จึงเป็นพื้นที่พิพาทซึ่งพร้อมปะทุอยู่เสมอ
ลางร้าย “อนุสาวรีย์ตาอม” ฮุน มาเนต สร้างไว้ โดนปืนใหญ่ตัวเองทำลาย
by
Tags: