ปมข้อพิพาท คดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่าง กรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ปิดฉากลง เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ออกโดยมิชอบทับที่ดินรฟท.จำนวน 5,083ไร่ 995แปลง หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี เป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ นับหนึ่งรับเผือกร้อนถอนโฉนดนำที่ดินคืนรัฐ ตามคำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อปี2566 พิพากษา ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินในส่วนที่ไม่มีปัญหาเรื่องขอบเขตตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่พิพากษาถึงที่สุด เมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ ไข่แดง ซึ่งอยู่บริเวณกลางพื้นที่เขากระโดงโดยพบว่ามีนายทุนครอบครองทำประโยชน์เชิงพาณิชย์มาอย่างยาวนาน ย้อนไปก่อนหน้านี้ ปมเหตุที่ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดินคนก่อน กลับคำสั่งศาลปกครองกลางโดยมองว่ากรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง เนื่องจากหากเพิกถอนจะกระทบประชาชนเจ้าของที่ดินที่สำคัญไม่มีหลักฐานแผนที่แนบท้ายแปลงที่ดินของรฟท.ที่ชัดเจน หากกรมที่ดินออกคำสั่งเพิกถอนจะถูกประชาชนฟ้องร้องได้ในขณะที่รฟท.ระบุว่าที่ผ่านมาแม้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 วรรค 2 เพื่อร่วมกับ รฟท. ตรวจสอบในส่วนที่ไม่ชัดเจนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนจะดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวกลับไม่มีการสอบและมีคำสั่งให้ยุติเรื่องโดยไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชาวบ้าน-นายทุนสะเทือนเปิดหน้าฟ้องอย่างไรก็ตามปฎิบัติการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกทับซอนบนที่ดินของรฟท.บริเวณเขากระโดง ประเมินว่า นอกจากจะกระทบต่อนายทุนในพื้นที่แล้วยัง สร้างความสั่นสะเทือนถึงประชาชนผู้ถือครอง เนื่องจาก ได้อาศัยทำกินบนที่ดินมานาน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแปลงเล็กแปลงน้อยอย่างไรก็ตามพบว่ามีความเคลื่อนไหวขอ นักลงทุนและประชาชนทั้ง 995 แปลงรวมตัวฟ้องกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบางรายซื้อที่ดินเปลี่ยนมือต่อกันมาเป็นมือที่ 3 มือที่ 4 โดยมีโฉนดรับรองโดยรัฐถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหากต้องถูกยึดหรือเช่ากับรฟท.มองว่ามูลค่าที่ดินได้ลดต่ำลง ไม่สามารถเปลี่ยนมือซื้อขายได้ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 10.30 น. ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประชาชนชาวบุรีรัมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจ และนิติบุคคลผู้มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย ในพื้นที่รฟท. อ้างสิทธิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแถลงข่าวของรมว.มหาดไทย และ รมช.มหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าว เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ 5,083 ไร่ จำนวน 995 ราย โดยนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยจะส่งทนายเข้าร่วมแถลงข่าวแทน“ฐานเศรษฐกิจ”สอบถามนายธนนท์ เจียรพันธุ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า หากยึดตามคำสั่งศาลแนวเขตที่ดินเขากระโดงของรฟท.พบว่ามีรัศมีไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางของถนนสายประโคนชัย-บุรีรัมย์ ซึ่งบริเวณนั้นเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีทั้งบ้านเรือนประชาชน บริษัทห้างร้าน โรงแรม ฯลฯ และแน่นอนว่าหากเพิกถอนโฉนดที่ดินจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 1,000 รายรฟท.ลุยถอนโฉนดฟากนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่ารฟท. กล่าวว่า ภายหลังกระทรวงมหาดไทยระบุถึงโฉนดที่ออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนที่ดินรฟท.บริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2568 สามารถขอเพิกถอนที่ดินที่อยู่ตรงกลางทั้งหมดได้ทันที ส่วนที่ดินชายขอบที่มีปัญหาอยู่บ้างจะตรวจสอบให้ชัดเจนต่อไปนั้น ทั้งนี้แนวทางการดำเนินงานของรฟท.หลังจากนี้ในส่วนของกระบวนการเพิกถอนโฉนดที่เอกสารสิทธิ์ที่ดินยังคงต้องรอคำสั่งจากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ หรือผู้รักษาราชการแทนก่อน เพื่อสั่งการให้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการตามคำสั่งพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ตัดสินให้เพิกถอนโฉนดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอย่างไรก็ดีกระทรวงมหาดไทยระบุชัดเจนด้วยว่า ในปี 2567 กรมที่ดินและรฟท. ได้ร่วมกันสอบแนวเขตออกมาชัดเจนแล้ว ดังนั้นกรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนโฉนดเขากระโดงตามมาตรา 61 วรรค 8 ของประมวลกฎหมายที่ดินได้เลย ซึ่งรฟท. จะติดตามผลการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์จากกรมที่ดินเป็นระยะๆไล่ผู้บุกรุก-เปิดทางเช่าที่ดินนายวีริศ กล่าวต่อว่า ส่วนของผู้ครอบครองที่ดินภายในพื้นที่ดังกล่าวนั้น รฟท.เตรียมดำเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสม โดยจะมีการเจรจากับผู้อยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนว่า ประสงค์จะย้ายออก หรือเข้าระบบการเช่าที่ดินตามระเบียบของรฟท.ซึ่งหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปอย่างไรก็ดีรฟท.พร้อมเปิดทางเลือกให้สามารถเช่าที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นแนวทางการเยียวยาที่ต้องการให้มีผู้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจ่อปลุกพื้นที่เชิงพาณิชย์แหล่งข่าวจากบริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) กล่าวว่า กรณีที่รฟท.จะนำที่ดินเขากระโดงมาเปิดประมูลเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ หากมีการเพิกถอนโฉนดแล้วเสร็จนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบดูข้อเท็จจริงจากรฟท.อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องรออัพเดตจากการประชุมร่วมกับรฟท.ก่อน“แนวโน้มการพัฒนาที่ดินเขากระโดงเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้น มองว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์จะพิจารณาจากศักยภาพในตัวเมือง ซึ่งในปัจจุบันศักยภาพพื้นที่ของที่ดินเขากระโดงก็สามารถทำได้ ซึ่งจะต้องมีการศึกษาก่อนเปิดประมูล ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการคงต้องรอความชัดเจนจากนโยบายของรฟท. เพราะที่ดินเขากระโดงไม่ได้อยู่ในแผนการพัฒนาที่ดินตั้งแต่แรก” แหล่งข่าวจากบริษัทเอสอาร์ทีฯทั้งนี้หากต้องการพัฒนาที่ดิน เขากระโดงมาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ตามกระบวนการรฟท.จะต้องโอนสัญญาที่ดินนี้มาให้บริษัทเอสอาร์ทีฯก่อน เพราะเป็นบริษัทลูกที่ต้องดูแลทรัพย์สินของรฟท.อยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ดีเอสไอขีดเส้น 15 วันส่งเอกสารเพิ่มขณะความคืบหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)สืบสวนกรณีพิพาทที่ดิน เขากระโดง ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเป็นของรฟท.โดยชอบด้วยกฎหมาย เบื้องต้นคณะพนักงานสืบสวนได้ประสานงานกับ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ รฟท. กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอเอกสารและข้อมูลการถือครองโฉนดโดยกำหนดกรอบเวลา 15 วัน หากยังไม่ส่งข้อมูล ดีเอสไอจะดำเนินการทวงถามอย่างเป็นทางการจากการสืบสวนเบื้องต้น พบมีนิติบุคคลรายหนึ่งครอบครองที่ดินกว่า 1,000 ไร่ ในพื้นที่บริเวณสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ ซึ่งดีเอสไอจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับรฟท.หลังได้รับเอกสารครบถ้วนผ่า 4 บริษัทตระกูลชิดชอบขณะเดียวกันยังพบว่าที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นฐานธุรกิจของ “ตระกูลชิดชอบ” มาอย่างยาวนาน เมื่อตรวจสอบพบว่าที่ดินอย่างน้อย 12 แปลง 288 ไร่เศษ ของตระกูลชิดชอบ-เครือข่าย จากทั้งหมดกว่า 5,083ไร่ โดยเอกสารสิทธิ 12 แปลง 288 ไร่ ดังกล่าวนั้น ที่อยู่ในชื่อคนตระกูลชิดชอบ โดยในจำนวนนี้มีการถือครองในชื่อคน และนิติบุคคล รวมถึงปล่อยเช่าให้นิติบุคคล มีนิติบุคคลที่เข้ามาถือครองกรรมสิทธิ์ หรือเช่าสำหรับที่ดินดังกล่าวต่อจากคน “ตระกูลชิดชอบ” มี 4 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด ถือครอง 5 แปลง ในจำนวนนี้มี 1 แปลงเป็นที่ตั้งของบ้านพักอาศัย “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” น้องชาย “เนวิน ชิดชอบ”ครูใหญ่ “ค่ายน้ำเงิน”ทั้งนี้บริษัทดังกล่าวทำธุรกิจ “โรงโม่หิน” ถือเป็นธุรกิจหลักของคนตระกูลชิดชอบ ดำเนินการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุค “ชัย ชิดชอบ” อดีตนักการเมืองใหญ่ “เมืองเซาะกราว” อดีตประธานรัฐสภา อดีต สส.หลายสมัย ผู้เป็นบิดา ปัจจุบันไม่มีชื่อคนตระกูล “ชิดชอบ” เข้าไปถือหุ้นแล้ว มีแค่ “เอกราช ชิดชอบ” เป็นหนึ่งในกรรมการบริษัทเท่านั้น2.บริษัท เค. มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ถือครอง 2 แปลง ทำธุรกิจจัดตั้งสนามสำหรับเล่นกีฬา จำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันกีฬา มีกรรมการ 2 คน นายเนวิน ชิดชอบ นางสาวชิดชนก ชิดชอบ (บุตรสาวนายเนวิน)3.บริษัท เค 2009 ลิซ จำกัด เช่ามา 4 แปลง เป็นที่ตั้งสนามฟุตบอลช้างอารีนา ทางเข้าสนามแข่งรถ และที่ตั้งตลาด มี นางสาวชิดชนก ชิดชอบ บุตรสาวนายเนวิน เป็นกรรมการคนเดียว 4.บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ตโฮเต็ล จำกัด เช่าช่วงต่อจากบริษัท เค 2009 ลิซ จำกัด 1 แปลง เป็นที่ตั้งโรงแรม มีกรรมการ 2 คน นางสาวชิดชนก ชิดชอบ นายประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์ทั้งนี้ที่ดินเขากระโดงในมือของตระกูลชิดชอบที่ต้องถูกยึดคืนให้เป็นของรัฐตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตระกูลชิดชอบและพรรคภูมิใจไทย10 รายชื่อเอกชน-คนทั่วไปถือครองสิทธินอกจากนี้พบว่ามีเอกชนและบุคคลจำนวน 10 ราย ที่ถือครองที่ดินรวมกันมากถึงประมาณ 670 ไร่ โดยมีทั้งบริษัทเอกชน บุคคลธรรมดา ไปจนถึงธนาคารขนาดใหญ่ติดอันดับ รายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน 10 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ธนไทยพาณิชย์ จำกัด, นางสาวกีรติ เจียรพันธุ์ และเครือญาติ-ครอบครองมากที่สุดถึง 318 ไร่ 3 งานนายสีรสุข สัมมาชีพวิศวกุล-ครอบครอง 76 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา นายศิริพงษ์ เก่งสุรการ- ครอบครอง 62 ไร่ 3 งาน นางรัชศิริ เหลืองขวัญ-ครอบครอง 57 ไร่ 3 งาน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)-ครอบครอง 43 ไร่ 2 งาน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)- ครอบครอง 30 ไร่ นายสุวรรณ เจนศิริศักดิ์ -ครอบครอง 26 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา นายวิภาส เทียมเลิศ-ครอบครอง 24 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา นายวีระเดช ตั้งตรงเวชกิจ-ครอบครอง 19 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา นายบุญธรรม กลิ่นประทุม -ครอบครอง 14 ไร่
ถอนโฉนด 5 พันไร่ เขากระโดงสะเทือน ขุมทรัพย์ทุนใหญ่-ชาวบ้านบุรีรัมย์ ผู้บุกรุกนับพันราย ลุกฮือฟ้องระนาว
by
Tags: