จากกรณีที่ไทยสามารถจับกุม ชายชาวกัมพูชารายหนึ่งได้ ก่อนจะซักถามจนทราบว่า เป็น สายลับ BHQ หรือ กองกำลังพิเศษ BHQ (Bodyguards of Headquarters) หน่วยพิทักษ์ผู้นำของกัมพูชา แต่ทาง พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อรายงานข่าวของสื่อไทยที่อ้างว่าสายลับกัมพูชาจากกองกำลัง BHQ ถูกจับกุมที่จังหวัดบุรีรัมย์โดย พลโท มาลี กล่าวในการแถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ระหว่างการหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาว่า กัมพูชาขอประณามรายงานข่าวดังกล่าวว่าเป็นการกุเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง ขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และมุ่งบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายงานว่า พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางไปสอบสวนด้วยตนเอง กรณีตำรวจ สภ.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ควบคุมตัวชายชาวกัมพูชา พร้อมสัญลักษณ์ BHQ องครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน และจากการค้นบ้านภรรยาของชายรายนี้ พบอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอกและชุดทหารเขมรยศร้อยเอก และติดตราสัญลักษณ์ BHQ องครักษ์พิทักษ์ฮุน เซน อีกหลายชุด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามาฝังตัวส่งความเคลื่อนไหว แต่จากการสอบสวนยังให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับทหารเขมร จนกระทั่งหลุดปากออกมาว่าเป็นทหารมาได้ 9 เดือน นำมาสู่การขยายผลเข้าไปค้นบ้านพักของภรรยาซ้ำอีกครั้งโดยครั้งนี้พบโทรศัพท์อีก 2 เครื่อง รวมเป็น 3 เครื่อง และเมื่อเอามาตรวจสอบ ยังพบข้อมูลอีกเป็นจำนวนมาก ที่เชื่อมโยงไปยังประเทศกัมพูชา รวมถึงเฟซบุ๊กที่ยังเป็นกองเชียร์ให้เขมรในการสู้รบกับประเทศไทยด้วยพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เผยว่า ตั้งแต่ควบคุมตัวได้ เราได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมกันกับฝ่ายกองทัพบก และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้ดำเนินคดี พรบ.อาวุธปืน และการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ส่วนความผิดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ซึ่งมีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพบเชื่อมโยงกับความมั่นคงก็จะดำเนินการต่อไปส่วนข้อมูลทางโทรศัพท์ เรากำลังดำเนินการอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นพบแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ เท่าที่ทราบทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แล้วย้ายมาทำงานอยู่พัทยา จนกระทั่งมาพบกับแฟนสาวชาวบุรีรัมย์ดังกล่าว ทั้งหมดต้องตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้
เปิดข้อมูลมือถือ สายลับ BHQ หลังโดนตำรวจไทยจับได้ บอกเลยว่าโอ้โห
by
Tags: