อุปกรณ์สแกนม่านตาเพื่อแลกเงินดิจิทัล เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2568 และจนถึงวันนี้กระจายไปในหลายจังหวัด มี อินฟลูเอนเซอร์ไปทดสอบและมารีวิวจำนวนไม่น้อย แต่เกิดคำถาม และความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลว่าปลอดภัยจริงหรือไม่จากกรณีที่ปรากฏคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ถึงการใช้อุปกรณ์สแกนม่านตาเพื่อแลกเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์ ชื่อว่า Orb ที่ถูกติดตั้งในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และหลายพื้นที่ทั่ว กทม.ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาสอท.จับตา สแกนม่านตา Worldcoin เสี่ยงข้อมูลรั่วขั้นตอนการสแกนม่านตานั้น หลังจาก Orb ถ่ายม่านตาจะแปรผลเป็นรหัสที่เรียกว่า Iris Code หรือ ชุดรหัสตัวเลขแบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้ยืนยันตัวบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน World หลังจากนั้นผู้สแกนจะได้รับเหรียญดิจิทัล ประมาณ 800 Coin ซึ่งเป็นเหรียญสกุล ของ World Coin ราคาประมาณ 1,000 บาทสรุป คือ ผู้สแกนจะได้เหรียญเงินดิจิทัล Token หรือ Coin จากเจ้าของโครงการ โดยบริษัทผู้ดำเนินการ ยืนยันว่า การสแกนม่านตาเพื่อเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นมนุษย์ไม่ใช่ AI และ ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวนอกจากนี้ ยังพบว่า ช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน จ.เพชรบูรณ์ มีกิจกรรมชวนประชาชน สแกนม่านตา พร้อมประชาสัมพันธ์ว่า จะได้รับเงิน 500 – 1,000 บ. ทำให้ต่อมานายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เข้าตรวจสอบและขอความร่วมมือให้ระงับกิจกรรมชั่วคราวในช่วงระหว่างการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอท.ยอมรับสแกนม่านตามีความเสี่ยง แต่ยังไม่พบผิดกฎหมายด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจ สอท.เปิดเผยว่า การสแกนม่านตาเป็นการเก็บข้อมูลชีวภาพ หรือ อัตลักษณ์บุคคล มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ แม้ว่าผู้ให้บริการจะอ้างว่า มีการแปลงข้อมูลภาพม่านตาเป็นรหัสที่ไม่สามารถย้อนกลับได้แต่ยังคงมีความเสี่ยงทั้งนี้ แม้ว่าการดำเนินการของ 2 บริษัทจะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันมีอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น การสร้าง Deepfake ในหลายประเทศ เช่น สเปน บราซิล อินเดีย เยอรมนี โปรตุเกส เคนยา โคลอมเบีย และอินโดนีเซีย ซึ่งยังไม่อนุญาตให้มีการสแกนม่านตาเพื่อเก็บข้อมูลบุคคลพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจ สอทเบื้องต้นสั่งการให้วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เสนอความเห็นให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมประสานไปยัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาควบคุมการทำงานของโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหาย หรือพบการทำผิดกฎหมาย แต่เตือนประชาชนให้ระวังเรื่องของการให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือสแกนใบหน้าให้กับบุคคลอื่น หรือ โครงการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐสภาองค์กรของผู้บริโภค ห่วงข้อมูลถูกใช้เพื่อประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับ มุมมองของ นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค ที่มีความเป็นห่วง พร้อมเสนอแนะว่า ผู้บริโภคควรตระหนักถึงกรณี "ข้อมูลหลุด" หรือ ถูกนำไปใช้โดยไม่รับความยินยอม ประชาชนมีสิทธิตามกฎหมายอย่างไร และภาครัฐควรมีคำสั่งหยุดการสแกนม่านตาตามพื้นที่สาธารณะ จนกว่าจะได้ข้อสรุปจากหน่วยงานด้านการปกป้องข้อมูลนายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองฯ สภาองค์กรของผู้บริโภคผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ ชี้มีอีกหลายวิธี "ยืนยันความเป็นมนุษย์"ขณะที่ นายโกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มองว่า อาจ "ได้ ไม่คุ้มเสีย" หากต้องแลกข้อมูลส่วนบุคคลเชิงลึกกับเหรียญดิจิทัล โดยเปรียบเทียบว่า ม่านตามีมูลค่ามหาศาล ซึ่งยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถยืนยันความเป็นมนุษย์ได้ เช่น เก็บลายนิ้วมือนายโกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อ่านข่าว : จับ “ผู้กองปอยเปต” เครือข่ายคอลเซนเตอร์ ใช้ AI ปลอมหน้าเป็นตำรวจสงครามชิป ท้าศักยภาพไทย ลดเสี่ยง "สหรัฐฯ" กัน AI-chip จีน นักวิชาการมอง "2 ฉากทัศน์" หลังผ่าน "10 วันอันตรายตระกูลชินวัตร"
“สแกนม่านตา” แลกเงินดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญมองอาจ “ได้ไม่คุ้มเสีย”
by
Tags: