ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา คนไทยตกเป็นเหยื่อ “มิจฉาชีพออนไลน์” จำนวนมาก ถูกหลอกเงินหมดบัญชี จนรัฐบาลต้องจัดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา…ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา คนไทยตกเป็นเหยื่อ “มิจฉาชีพออนไลน์” จำนวนมาก ถูกหลอกเงินหมดบัญชี จนรัฐบาลต้องจัดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคนไทยโดยหนึ่งในมุกหลอกลวงที่มิจฉาชีพใช้ ก็คือ การหลอกรับสมัครงานเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญสำหรับคนไทย ซึ่งมิจฉาชีพจะหลอกล่อเหยื่อด้วยการอ้างว่าสามารถหาเงินได้ง่าย ๆ จากงานที่ดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่กลับทำให้ผู้สมัครงานสูญเสียเงินแทน ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพมักใช้เพจปลอม โปรไฟล์ปลอม และรูปภาพปลอมในการโฆษณาตำแหน่งงานเพื่อหลอกให้ผู้สมัครสนใจสมัครงาน ก่อนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแอบแฝง เป็นต้นโดยทาง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยสถิติ ระบุว่า มิจฉาชีพออนไลน์ทำให้คนไทยสูญเสียเงินไปแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รายงานจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ยังระบุว่า การร้องเรียนเกี่ยวกับมิจฉาชีพออนไลน์มีจำนวนสูงถึง 35,358 ครั้ง ในปี 67 เพิ่มขึ้นถึง 21.74% จากปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ มีการร้องเรียน จำนวน 1,564 ครั้ง ที่เกี่ยวข้องกับการโกงการลงทุนและการรับสมัครงานออนไลน์โดยตรง และจำนวนคดียังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น ทาง Meta ยักษ์เทคระดับโลก จึงได้เริ่มรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ความรู้แก่คนไทยในการสังเกตพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ภายใต้แคมเปญ "Is This Legit?" (อันนี้จริงหรือหลอก?)โดยได้แนะนำ 4 เคล็ดลับที่คนไทยควรรู้และปฏิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ดังนี้1.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์รับสมัครงานและหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ที่ดูน่าสงสัย : โดยก่อนตัดสินใจสมัครงานจากการประกาศรับสมัคร หรือเว็บเพจการสมัครงานใด ๆ ให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้น ๆ ด้วยตัวเองนอกจากนี้ ควรมีความระมัดระวังอย่างมากในการคลิกลิงก์ที่น่าสงสัย เนื่องจากอาจนำไปสู่เว็บไซต์ฟิชชิงที่ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือติดตั้งมัลแวร์ในอุปกรณ์ของเรา2.ไม่แชร์ข้อมูลสำคัญเร็วเกินไป : อย่าเร่งรีบส่งรายละเอียดส่วนตัว เช่น ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือสำเนาเอกสารประจำตัวใด ๆ โดยเฉพาะในช่วงต้นของกระบวนการสมัครงาน นายจ้างที่ถูกต้องมักจะขอข้อมูลเหล่านี้หลังจากการรับเข้าทำงานอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้นเรื่องข้อมูลส่วนตัวต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องปิดและไม่ให้ข้อมูลกับหน่วยงานหรือบุคคลอื่น ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน3.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโพสต์สมัครงาน : เช็กประกาศรับสมัครงานกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทหรือแหล่งหางานที่เชื่อถือได้เสมอ โดยให้สังเกตว่า หากมีความไม่สอดคล้องกันของชื่อบริษัท โลโก้ หรือรายละเอียดการติดต่อ หากงานดูดีเกินจริง มักจะเป็นกับดักเสมอเพื่อหลอกล่อ และ หากเป็นไปได้ควรติดต่อบริษัทโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันตำแหน่งงานว่างอีกครั้งและ 4.อย่าโอนเงินค่าบริการใดๆ ก่อนเริ่มงาน : นายจ้างที่ถูกต้องจะไม่ขอให้ผู้สมัครงานจ่ายเงินสำหรับการฝึกอบรม ค่าประกันภัย ค่าพอร์ตโฟลิโอ หรือ "บริการ" อื่น ๆ ก่อนจะเริ่มทำงาน หรือจ่ายเงินตามเงื่อนไขของการจ้างงานโดยให้คิดไว้เสมอว่า การขอเงินใดๆ จากนายจ้างถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญและเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเป็นการโกง แม้ว่าพวกเขาจะสามารถให้ผลตอบแทนได้ในทันทีก็ตามอย่างที่รู้ๆ กันว่า กลุ่มมิจฉาชีพ จะไม่หยุดพัฒนากลยุทธ์การหลอกลวงใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อเรารู้เท่าทันเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ชาวเน็ตไทยจึงต้องมีความระมัดระวัง และตื่นรู้เมื่อใช้อินเทอร์เน็ต โดยเรารู้เท่าทันแล้ว ก็พยายามคิดมุกใหม่ๆ ออกมาเสมอ และเมื่อเราได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือเมื่อพบเห็นข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนเชื่อหรือแชร์สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุด ต้องมีสติ อย่าเชื่อ อย่ารีบ อย่าโอน ก็จะช่วยให้รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ ลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อได้!?!จิราวัฒน์ จารุพันธ์ภาพ : pixabay.com
เปิด 4 เคล็ดลับเลี่ยงกลโกงรับสมัครงาน รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ก่อนตกเป็นเหยื่อ
by
Tags: